
ธปท.ชี้เงินเฟ้อครึ่งปีหลังกดดันเศรษฐกิจมากขึ้น
ธปท.ชี้ครึ่งหลังของปีนี้ภาวะเงินเฟ้อกดดันการขยายตัวของเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น แต่ยืนยันจะดำเนินนโยบายการเงินเพื่อดูแลการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นสำคัญ เพราะถึงเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นแต่ยังไม่น่าห่วง
ธปท.ชี้ครึ่งหลังของปีนี้ภาวะเงินเฟ้อกดดันการขยายตัวของเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น แต่ยืนยันจะดำเนินนโยบายการเงินเพื่อดูแลการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นสำคัญ เพราะถึงเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นแต่ยังไม่น่าห่วง
นายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า ระดับอัตราเงินเฟ้อล่าสุดในเดือนพ.ค.ซึ่งอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 3.5% เพิ่มขึ้นจากเดือนเม.ย.ที่ 3.0% และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 1.2% เพิ่มขึ้นจากเดือนเม.ย.ที่ 0.5% สะท้อนแนวโน้มเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้น ตามราคาสินค้า อาหาร ผัก ผลไม้ ฯลฯ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งน่าจะทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปและเงินเฟ้อพื้นฐานปีนี้มีทิศทางเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
“โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลัง อัตราเงินเฟ้อน่าจะมีแรงกดดันเพิ่มขึ้นอีก เพราะภาวะเศรษฐกิจน่าจะฟื้นตัว และอีกอย่างมาตรการการอุดหนุนของภาครัฐก็จะสิ้นสุดลงแล้ว ฉะนั้นครึ่งปีหลังภาวะเงินเฟ้อน่าเร่งตัวมากขึ้น แต่ธปท.ยังเชื่อว่าเงินเฟ้อพื้นฐานทั้งปีจะอยู่ในกรอบเป้าหมาย 0.5-3.5% ส่วนแรงกดดันเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นจะเป็นแรงกดดันต่อการดำเนินนโยบายการเงินหรือไม่ต้องพิจารณาดูปัจจัยต่างๆให้รอบครอบ แต่ถึงที่สุดต้องคำนึงถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นสำคัญ เพราะภาวะเศรษฐกิจขณะนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ผลกระทบของภาคธุรกิจหลายส่วนจากการเมือง และการใช้จ่ายในประเทศว่าจะไปในทิศทางใด ส่วนเงินเฟ้อเท่าที่ดูถึงจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังเร่งตัวไม่มากจนน่าห่วง” นายบัณฑิตกล่าว
นายบัณฑิต เปิดเผยว่า การดำเนินนโยบายการเงินในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) จะตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย จากปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ระดับ 1.25%หรือไม่ อยู่ที่ผลการตัดสินใจของกนง.ในวันที่ 2 มิ.ย.นี้







