posttoday
“ฮอตด็อก ออน อะ สติ๊ก”เพราะแบรนด์แกร่งจึงคืนชีพ

“ฮอตด็อก ออน อะ สติ๊ก”เพราะแบรนด์แกร่งจึงคืนชีพ

28 สิงหาคม 2557

ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอาจจะมีให้เห็นมากมาย ซึ่งได้สร้างแรงบันดาลให้หลายต่อหลายคน

โดย...ณัฏฐญา เมฆสมณะศักดิ์

ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอาจจะมีให้เห็นมากมาย ซึ่งได้สร้างแรงบันดาลให้หลายต่อหลายคน ทว่าในอีกด้านหนึ่งมีธุรกิจอีกมากมายหลายแห่งที่ล้มเหลว โดยในจำนวนนี้ก็มีอีกหลายแห่งที่ต้องประสบปัญหาจนเกือบเข้าสู่ภาวะของการล้มละลาย

ทว่าสำหรับ “ฮอตด็อก ออน อะ สติ๊ก” (เอชดีโอเอส) ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดเชนชื่อดังจากสหรัฐ กลับกลายเป็นหนึ่งในธุรกิจไม่กี่แห่งที่เตรียมตัวจะกลับมาผงาดอีกครั้ง ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท โกลบอล แฟรนไชส์ กรุ๊ป (จีเอฟจี) บริษัทด้านการลงทุนในสหรัฐ ที่เป็นผู้เข้าซื้อธุรกิจ ซึ่งประเมินกันว่าการเข้าซื้อนี้เป็นเงินราว 12.2 ล้านเหรียญสหรัฐ

เอชดีโอเอสนั้นได้รับผลกระทบครั้งใหญ่จากช่วงวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2008 จนได้ส่งผลให้ธุรกิจไม่สามารถอยู่ได้กับสัญญาเช่าหน้าร้านตามสถานที่ต่างๆ แม้ว่าทางเอชดีโอเอสได้พยายามหลายต่อหลายครั้งเพื่อขายธุรกิจในปลายปีที่แล้ว ทว่าการเจรจากลับไม่เป็นผล

ในที่สุดทางบริษัทต้องยื่นขอล้มละลาย เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่าผู้คนจับจ่ายซื้อสินค้าตามห้างสรรพสินค้าที่ร้านตั้งอยู่มีจำนวนลดลงและสัญญาเช่าที่แพงมาก ช่วงที่เกิดฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์

ทั้งนี้ ฮอตด็อก ออน อะ สติ๊ก นั้นเป็นร้านอาหารชื่อดังในสหรัฐ โดยมีต้นกำเนิดมาจาก “เดฟ บาร์แฮม” ชายชาวอเมริกันรายหนึ่ง ที่แรกเริ่มนั้นขายน้ำมะนาวและไอศกรีม โดยมีชื่อร้านว่า “ปาร์ตี้ พัฟส์” ในปี 1946 ก่อนที่ต่อมาบาร์แฮมจะนำสูตรเค้กข้าวโพดของแม่ มาพัฒนาเป็น “ฮอตด็อก ออน อะ สติ๊ก” หรือฮอตด็อกเสียบไม้รสชาตินุ่มลิ้นและกลมกล่อม ซึ่งเมนูนี้ก็ได้กลายเป็นเมนูชิ้นโบแดงของร้าน ก่อนจะเปลี่ยนชื่อธุรกิจเป็นฮอตด็อก ออน อะ สติ๊ก

ในเวลาต่อมาทางร้านจึงเริ่มจะไปออกงานตามสถานที่ต่างๆ ในเมืองบ้านเกิด จนเป็นที่รู้จักของผู้คนมากขึ้น และสุดท้ายจุดเปลี่ยนก็มาถึงเมื่อปี 1973 ที่ทางเอชดีโอเอสเปิดร้านครั้งแรกในห้างสรรพสินค้า และต่อจากนั้นเอชดีโอเอสมีสาขากระจายไปหลายแห่งทั่วสหรัฐ รวมไปถึงอีกหลายสาขาในต่างประเทศ

กระนั้นก็ตาม เมนูเด็ดอย่างฮอตด็อก ออน อะ สติ๊ก ไม่ใช่เพียงอย่างเดียวที่ทำให้เอชดีโอเอสเป็นที่รู้จักและชื่นชอบของคน เพราะ ด้วยเครื่องแบบของพนักงานในร้านที่มีสีสันสดใสและมีสไตล์ไม่เหมือนใคร จึงกลายเป็นจุดที่ทำให้ผู้คนยังคงจำได้มาถึงทุกวันนี้

ทั้งนี้ แม้จะเป็นเรื่องที่โชคร้ายเมื่อผู้ก่อตั้งธุรกิจอย่างบาร์แฮมต้องเสียชีวิตลงเมื่อปี 1991 ทว่าธุรกิจแห่งนี้ก็ตกอยู่ในมือของลูกจ้าง ซึ่งลูกจ้างเป็นผู้ถือหุ้นส่วนทั้งหมด

แม้อาจจะมองได้ว่าธุรกิจแห่งนี้เหมือนกับการเข้าซื้อธรรมดาของบริษัทด้านการลงทุนยักษ์ใหญ่ที่จะแสวงหากำไร ทว่าหากมองอีกด้านหนึ่ง การเข้าซื้อธุรกิจแห่งนี้จึงเหมือนกับเป็นการสะท้อนถึงศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวของแบรนด์ “ฮอตด็อก ออน อะ สติ๊ก” ที่น่าจะมีความสามารถดึงดูดให้ผู้บริโภคในตลาดสหรัฐ จับจ่ายซื้อสินค้า ในภาวะที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวได้อีกครั้ง

เพราะในด้านของนักลงทุนแล้วนั้นย่อมต้องการลงทุนเพื่อที่จะได้ผลประโยชน์กลับมา ขณะเดียวกัน บริษัท จีเอฟจี แห่งนี้ก็เชี่ยวชาญด้านการจัดการแบรนด์ การตลาด และการทำแฟรนไชส์ ฉะนั้นทางจีเอฟจีเองก็น่าจะเห็นศักยภาพของเอชดีโอเอสที่สามารถนำไปต่อยอดเพื่อสร้างผลกำไรต่อได้เช่นกัน

ดังนั้นแล้วการกลับมาในของฮอตด็อก ออน อะ สติ๊ก ครั้งนี้ ก็ดูว่าจะมีอนาคตที่สดใสมากกว่าที่เผชิญกับมรสุมมาตลอดช่วงหลายปีมานี้

“การใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของจีเอฟจีในด้านความจัดการแบรนด์ การตลาด และการทำแฟรนไชส์ รวมไปถึงสมบัติและแบรนด์ที่ยอดเยี่ยมของเอชดีโอเอส เราสามารถจะเร่งการเติบโต ขณะเดียวกันก็เปิดทางให้ลูกค้าขาประจำของเอชดีโอเอสได้รับบริการและเมนูอาหารใหม่ๆ ในอนาคตอันใกล้นี้” คริส ดูลล์ ประธานของจีเอฟจี ระบุ

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร