
ใบไม้ใบสุดท้าย
ใบไม้ใบสุดท้าย เป็นหนังสืออีกเล่มที่อยากแนะนำให้หามาอ่าน ไม่ใช่เพียงเพราะว่าเป็นวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียนของประเทศลาว ประจำปี 2548 ที่เขียนโดย บุนเสิน แสงมะนี นักเขียนผู้มากประสบการณ์ในวงการวรรณกรรมของลาวเท่านั้น
ใบไม้ใบสุดท้าย เป็นหนังสืออีกเล่มที่อยากแนะนำให้หามาอ่าน ไม่ใช่เพียงเพราะว่าเป็นวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียนของประเทศลาว ประจำปี 2548 ที่เขียนโดย บุนเสิน แสงมะนี นักเขียนผู้มากประสบการณ์ในวงการวรรณกรรมของลาวเท่านั้น
ทว่าหนังสือเล่มนี้เป็นการรวบรวมเรื่องสั้นทั้งหมด 24 เรื่อง ซึ่งเนื้อหาโดยรวม ที่ผู้เขียนมุ่งเน้นนำเสนอ คือ เรื่องความสำคัญ ของการศึกษา และการศึกษานี้เองที่ทำให้ชาวลาวจำนวนไม่น้อยยอมเดินทางจากบ้านเกิด ออกไปเผชิญโลกกว้าง โดยพกพาความหวังของครอบครัวไปด้วย
นอกจากจะพูดถึงชีวิตของคนพลัดถิ่นแล้ว ยังได้บอกเล่าเรื่องราวชีวิตของครูบ้านนอก และความกตัญญูของนักเรียนที่มีต่อครู รวมทั้งจารีตประเพณีเก่าแก่ของชาวเขา แบบแผนการดำรงชีวิตตามแบบพื้นบ้านของชาวลาว บางเรื่องก็พูดถึงการดิ้นรนต่อสู้ชีวิตในสังคม และมุมมองความคิดของลูกหลายชาวลาวรุ่นใหม่
แม้ว่าจะเป็นเรื่องราวของชาวลาว ก็ไม่ใช่สิ่งที่ผู้อ่านชาวไทยถึงกับเข้าไม่ถึง หรือชวนให้เบื่อเสียก่อน เพราะผู้เขียนมีเทคนิคการเล่าเรื่องให้ชวนติดตาม ไม่ว่าตั้งแต่ชื่อเรื่อง การผูกเรื่อง การเดินเรื่อง ตัวละคร ถ้อยคำ วลี ประโยคและคำพูดที่สรรหามาใช้ ซึ่งจะสอดแทรกคติข้อคิดให้ไปในตัว
ดังนั้น จึงไม่แปลกที่ผู้แปลจะยังคงพยายามรักษาถ้อยคำ สำนวนและอรรถรสของภาษาเดิมไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะมองว่าภาษาลาวมีเสน่ห์และเอกลักษณ์เฉพาะตัว หากจะแปลเป็นภาษาไทยอาจจะทำให้สื่อความหมายไม่ดีพอ หรือผิดเพี้ยนไปได้
สิ่งที่ผู้เขียนคาดหวัง หลังจากที่ผู้อ่านจะได้รับจากหนังสือเล่มนี้คือ หนังสือเล่มนี้จะกลายเป็นสื่อ เป็นสะพานเชื่อมโยงระหว่างกัน ซึ่งจะทำให้ความสัมพันธ์รักใคร่นับถือซึ่งกัน อีกทั้งยังเป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมตามแบบพื้นบ้านระหว่างพี่น้องสองชาติ ไทยลาว ให้แน่นแฟ้นและใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น







