
ทอท.ใช้งบ2.4หมื่นล้านผุดอาคารผู้โดยสารใหม่
ทอท.พับแผนก่อสร้างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเฟส 24 ยาว 10 ปี ลุยสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ วงเงิน 2.4 หมื่นล้านบาททดแทน หวังประหยัดงบ คาดเปิดให้บริการปี 2561
ทอท.พับแผนก่อสร้างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเฟส 24 ยาว 10 ปี ลุยสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ วงเงิน 2.4 หมื่นล้านบาททดแทน หวังประหยัดงบ คาดเปิดให้บริการปี 2561
ทอท.ชะลอสุวรรณภูมิเฟส 2 ลุยสร้างอาคารผู้โดยสารใหม่ วงเงิน 2.4 หมื่นล้าน เปิดบริการปี 2561
นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร ในฐานะประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) เปิดเผยว่า บอร์ดได้ผ่านความเห็นชอบแผนก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ วงเงิน 2.4 หมื่นล้านบาท จำนวน 10 หลุมจอด บริเวณพื้นที่ทางทิศเหนือของท่ากาศยานสุวรรณภูมิ ทดแทนโครงการก่อสร้างท่าอากาศสุวรรณภูมิเฟส 2 วงเงิน 6.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดพร้อมทบทวนแผนโครงการคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.)
ทั้งนี้ การปรับแผนการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับมติคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา สั่งการให้ทอท.ปรับแผนการก่อสร้างอาคารภายในประเทศ ซึ่งได้ศึกษาแผนดังกล่าวไว้ล่วงหน้าตั้งแต่เริ่มก่อสร้างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
นอกจากนี้ การปรับแผนดังกล่าวยังช่วยประหยัดงบประมาณการลงทุน ทำให้ ทอท.สามารถรักษาสภาพคล่องทางการเงินได้ จากเดิมประเมินว่าปี 2559-2560 อาจขาดสภาพคล่องเงินสดหมุนเวียน ปัจจุบันบริษัทมีเงินสดประมาณ 6 หมื่นล้านบาท ตั้งเป้ามีกำไรในปีนี้ 1 หมื่นล้านบาท โดยสุวรรณภูมิเฟส 2 ใช้งบลงทุน 6.2 หมื่นล้านบาท รองรับผู้โดยสาร 20 ล้านคน/ปี เท่ากับการสร้างโดยอาคารผู้โดยสารหลังใหม่รองรับผู้โดยสาร 20 ล้านคน/ปี เท่ากับโครงการสุวรรณภูมิเฟส 2
สำหรับการให้บริการอาคารผู้โดยสารหลังใหม่สามารถลงทุนได้ทันที ภายหลังศึกษาโครงการและแผนก่อสร้างแล้วเสร็จในอีก 2 เดือนข้างหน้า และคาดว่าจะทำการก่อสร้างต้นปีหน้า พร้อมเปิดให้บริการปี 2561 ในรูปแบบมัลติเพิล รองรับการเดินทางเส้นทางในประเทศและต่างประเทศ โดย ทอท.จะสร้างรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (โมโนเรล) เชื่อมต่อการเดินทางระหว่างอาคารผู้โดยสารเดิมกับอาคารผู้โดยสารใหม่ อำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารด้วย ส่วนการก่อสร้างรันเวย์ที่ 3 อยู่ระหว่างการศึกษาว่าจะก่อสร้างรันเวย์ที่มีความยาว 2,900 เมตร หรือ 4,000 เมตร ซึ่งใช้งบประมาณที่ใกล้เคียงกันประมาณกว่า 1 หมื่นล้านบาท คาดการประชุมบอร์ดเดือนหน้าจะพิจารณาเรื่องดังกล่าว
"แผนการก่อสร้างสุวรรณภูมิเฟส 2 จะชะลอและยืดระยะการศึกษาและการลงทุนไปจนถึง 2567-2570 ซึ่งแผนการลงทุนต่างๆจะสอดคล้องกับจำนวนผู้โดยสารที่มาประเทศไทย ส่วนการปรับแผนครั้งนี้ เป็นมติของคสช.ต้องการให้ทอท.หาวิธีการลงทุนที่รวดเร็วกว่าแผนเดิมและประหยัดงบประมาณจำนวนมาก" นายประสงค์ กล่าว
ด้านความคืบหน้าการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาเป็นสนามบินพาณิชย์ เบื้องต้นคาดว่าจะใช้งบประมาณกว่า 100 ล้านบาท เพราะโครงสร้างอาคารผู้โดยสารมีความแข็งแรง มีเพียงการรปรุงอาคารผู้โดยสารเล็กน้อยและระบบสัญญาณ การเพิ่มรันเวย์สนามบินเป็น 2 รันเวย์ และโรงจอดเครื่องบิน(แฮ้งก้า) โดยสนามบินอู่ตะเภาจะเป็นท่าอากาศยานนานาชาติ ที่เชื่อมโยงกับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานดอนเมือง เพื่อลดคสามเสี่ยงกรณีมีเหตุฉุกเฉิน รวมถึงช่วยเพิ่มรายได้ให้กับทอท.
นายประสงค์ กล่าวว่า บอร์ดได้อนุมัติการยื่นหนังสือลาออกของ นายเมฆินทร์ เพ็ชรพลาย กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. โดยมีผลวันที่ 16 ก.ย.นี้ โดยบอร์ดได้แต่งตั้งนายนิรันดร์ ธีรนาถสิน อดีตรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. เป็นรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่แทนนายเมฆินทร์
ขณะเดียวกัน ได้แต่งตั้งกรรมการเพิ่มอีก 2 คน คือ พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบกฝ่ายกำลังพล เป็นกรรมการอิสระแทนนายพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ และ พล.อ.ท.ประกิต ศกุณสิงห์ เป็นกรรมการอิสระแทนนายถิรชัย วุฒิธรรม ซึ่งยื่นใบลาออกก่อนหน้านี้ และมีคำสั่งย้าย ว่าที่ ร.ท.จตุรงคพล สดมณี ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนกรณีดินที่บริเวณดอนเมืองหาย







