
คาโกเมะเร่งเครื่อง เดินหน้ากู้ยอดขาย
คาโกเมะ ยันบริษัทแม่ยังพร้อมลุยในไทย แม้ยอดขายไม่เปรี้ยง เร่งสร้างแบรนด์ออกสินค้าใหม่ดันยอด
คาโกเมะ ยันบริษัทแม่ยังพร้อมลุยในไทย แม้ยอดขายไม่เปรี้ยง เร่งสร้างแบรนด์ออกสินค้าใหม่ดันยอด
นายคาซูนาริ ยามาโมโตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โอสถสภา คาโกเมะ เปิดเผยว่า จากปัจจัยลบในด้านเศรษฐกิจและการเมืองที่เกิดขึ้นในช่วงต้นปีที่ผ่านมา บริษัทยอมรับว่าได้รับผลกระทบในด้านของยอดขายพอสมควร อย่างไรก็ตาม บริษัทแม่ยังคงมีความมั่นใจในศักยภาพของตลาดไทย จึงเดินหน้าสร้างการรับรู้ในแบรนด์คาโกเมะอย่างต่อเนื่อง เพราะปัจจุบันผู้บริโภคชาวไทยยังขาดความรู้ความเข้าใจในกลุ่มเครื่องดื่มมะเขือเทศสกัด
สำหรับแผนการทำตลาดเครื่องดื่มมะเขือเทศสกัดภายใต้แบรนด์คาโกเมะในช่วง 5 ปีนับจากนี้ บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์สินค้า ด้วยการจับมือกับสถาบันการศึกษาเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในเครื่องดื่มมะเขือเทศสกัด ภายหลังจากประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีจากการเปิดตัวสินค้าดังกล่าวเข้าทำตลาดในประเทศญี่ปุ่น
“บริษัท คาโกเมะ ประเทศญี่ปุ่น ได้วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับผู้บริโภคไทยโดยเฉพาะ คือ เครื่องดื่มน้ำมะเขือเทศผสมน้ำผลไม้ ไลโคปีน 2 รสชาติ คือ น้ำมะเขือเทศผสมน้ำแอปเปิ้ล และน้ำมะเขือเทศผสมน้ำผลไม้รวมเข้ามาทำตลาด” นายยามาโมโตะ กล่าว
ปัจจุบันเครื่องดื่มมะเขือเทศสกัดสกัด คาโกเมะ มีจำนวนสินค้าให้เลือกด้วยกัน 3 ขนาดประกอบด้วย แบบช็อต ขนาด 45 มล. ราคา 45 บาท แบบขวด ขนาด 300 มล.ราคา 20 บาท ซึ่งทั้ง 2 ขนาดบริษัทจ้างให้ผู้ประกอบการเครื่องดื่มน้ำผลไม้ผลิตสินค้าให้ ส่วนอีก 1 ขนาด คือ แบบกระป๋อง มีขนาด 185 มล. ราคา 65 บาท ปัจจุบันใช้วิธีการนำเข้าสินค้าจากประเทศญี่ปุ่น
อย่างไรก็ดี เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังนี้ บริษัทมีแผนที่จะเปิดตัวสินค้าใหม่เข้ามาทำตลาด เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า ซึ่งหากผู้บริโภคชาวไทยให้การตอบรับเครื่องดื่มมะเขือเทศสกัดเป็นอย่างดี ภายใน 5 ปีนับจากนี้ บริษัทอาจเพิ่มรายการสินค้าเข้าทำตลาดเท่ากับประเทศญี่ปุ่นที่มีประมาณ 20 รสชาติ ขณะเดียวกันก็อาจตั้งโรงงานผลิตในประเทศไทย เพื่อรองรับการส่งออกสินค้าเข้าไปทำตลาดในประเทศเพื่อนบ้าน
ทั้งนี้ หลังจากบริษัทออกมาสร้างแบรนด์สินค้าและทำกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการเปิดตัวสินค้ารสชาติใหม่เข้ามาทำตลาดภายใต้งบประมาณ 100 ล้านบาท คาดว่าสิ้นปี 2557 จะมียอดขายอยู่ที่ประมาณ 200 ล้านบาท และเพิ่มเป็น 300 ล้านบาทในปี 2558 และภายใน 5 ปี คาดว่าจะมียอดขายประมาณ 1,000 ล้านบาท







