
กำไรสุทธิ 2 KCE ตามคาด
บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ (KCE) รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2557 ที่ 479 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 143% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนและ 9% จากไตรมาสแรก หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 3-4 ล้านบาท ผลการดำเนินงานจากธุรกิจปกติมีกำไร 445 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 88% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 8% จากไตรมาสแรก เนื่องจากยอดขายทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 2,819 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 2% จากไตรมาสแรกตามคำสั่งซื้อของลูกค้ากลุ่มยานยนต์
บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ (KCE) รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2557 ที่ 479 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 143% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนและ 9% จากไตรมาสแรก หากไม่รวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 3-4 ล้านบาท ผลการดำเนินงานจากธุรกิจปกติมีกำไร 445 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 88% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 8% จากไตรมาสแรก เนื่องจากยอดขายทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 2,819 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 2% จากไตรมาสแรกตามคำสั่งซื้อของลูกค้ากลุ่มยานยนต์
ประกอบกับต้นทุนการผลิตที่ทรงตัว ทำให้รักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นได้ที่ 31.4% ขณะที่ค่าใช้จ่ายการขายและการบริหาร ลดลง 6% จากไตรมาสแรกจากค่าใช้จ่ายตั้งสำรองด้อยค่าทรัพย์สินลดลง หนุนอัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี และอัตรากำไรสุทธิดีขึ้นเป็น 17.6% และ 17.0% ตามลำดับ
ผลประกอบการครึ่งปีแรกของ KCE มีกำไรสุทธิคิดเป็น 52% ของทั้งปี บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคเคเทรด คงประมาณการปีนี้คาดธุรกิจปกติมีกำไร 1,781 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยแนวโน้มไตรมาส 3 ปี 2557 คาดว่าธุรกิจปกติจะมีกำไรราว 490 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนและ 11% จากไตรมาสแรก จากปัจจัยบวกฤดูกาลของธุรกิจหนุนยอดขายเติบโต 57% จากไตรมาสแรก
ขณะที่ในไตรมาส 4 ปี 2557 คาดกำไรจะอ่อนตัวลงตามยอดขายและอัตรากำไรขั้นต้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นจากโรงงานใหม่เริ่มเดินเครื่องผลิต
ต้นเดือน ต.ค. 2557 KCE จะเริ่มเดินเครื่องโรงงานใหม่ที่ลาดกระบัง (เฟส 1 กำลังผลิต 7 แสนตารางฟุต) บล.เคเคเทรด ประเมินการเริ่มผลิตเฟส 1 จะเพิ่มปริมาณการผลิตราว 24% จากปัจจุบัน และช่วยขยายคอขวดการผลิตสินค้ากลุ่มยานยนต์ที่ KCE เคยผลิตอยู่แล้ว รวมทั้งรองรับคำสั่งซื้อใหม่จากลูกค้ากลุ่มที่ไม่ใช่ยานยนต์ โดยช่วงแรกจะผลิตสินค้ากลุ่มที่ไม่ใช่ยานยนต์ให้กับลูกค้า 2 ราย
ขณะที่ผู้บริหารประเมินว่าจะผ่านจุดคุ้มทุนในไตรมาส 2 ปี 2558 จากอัตราผลิตที่ระดับ 60% อย่างไรก็ตามเรามองว่าการผลิตของโรงงานใหม่ที่ยังไม่แน่นอน อาจทำให้จุดคุ้มทุนต้องใช้เวลาเกินกว่าเป้าหมายบริษัท
บล.เคเคเทรด ปรับไปใช้ราคาเหมาะสม KCE ปี 2558 ที่ 45 บาท สัดส่วนราคาต่อกำไร (พีอี) 13 เท่า เป็นบริษัทแรกในกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีมุมมองบวกต่อการขยายโรงงานใหม่และโอกาสเติบโตของบริษัท ประกอบกับระยะสั้นมองว่า KCE มีปัจจัยบวกแนวโน้มไตรมาส 3 ปี 2557 จะมีกำไรดีกว่าไตรมาส 2 ปี 2557 และการจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งปีแรก 2557 หุ้นละ 0.40 บาท (ตามคาด) ให้ผลตอบแทนเงินปันผลราว 1% ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 18 ส.ค. และจ่ายเงินปันผล 4 ก.ย แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร”
บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) วิเคราะห์ว่า รายได้ของ KCE ไตรมาส 2 ใกล้เคียงคาด
นอกจากนั้น คาดว่าผลประกอบการไตรมาส 3 ของ KCE จะทำระดับสูงสุดใหม่ได้ต่อเนื่องเป็นไตรมาส 6 ที่ระดับ 480-500 ล้านบาท จากผลของฤดูกาลและคำสั่งซื้อใหม่ที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าอัตรากำลังการผลิตจะเกือบเต็มแล้วแต่มีการผลิตสินค้าเผื่อไว้ในช่วงต้นปี ทำให้มีรายได้ที่เติบโตต่อเนื่องได้จากไตรมาส 2
ขณะที่ไตรมาส 4 จะมีกำลังการผลิตใหม่บางส่วนเริ่มสร้างรายได้ทำให้แนวโน้มผลประกอบการจะไม่ลดลงจากไตรมาส 3 เหมือนไตรมาส 4 ทุกปี
ดังนั้น ยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2557 ที่ 1,808 ล้านบาท เติบโต 72% จากปี2556 และคาดเติบโตต่อเนื่องอีก 10% จากปี 2556 ในปี 2558 ซึ่งประมาณการปี 2558 ยังต่ำกว่าเป้าหมายของบริษัทที่ 20% ทำให้ยังมีโอกาสปรับเพิ่มเติมจากการปรับประมาณการขึ้นได้อีกในอนาคต
ราคาปัจจุบันซื้อ ขายพีอี 13 เท่า ยังต่ำกว่าบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (DELTA) ที่ 15 เท่า แต่ DELTA เติบโตเพียง 10% เรายังคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 12 เดือนข้างหน้าที่ 47.70 บาท (พีอี 14 เท่า)







