
เทศกาลระบายข้าวรัฐ
ข้าวสต๊อกรัฐบาลที่ยังเหลือ 18 ล้านตัน ซึ่งเป็นข้าวสารที่ได้จากโครงการรับจำนำข้าวเปลือกในช่วง 3 ปี คือ ฤดูกาล 2554/2555 2555/2556 และ 2556/2557 กำลังถูกระบายให้ได้ตามแผนที่กระทรวงพาณิชย์เสนอต่อคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ว่าจะมีการระบายในช่วง 2 เดือน (ส.ค.-ก.ย.) ปริมาณ 25 แสนตัน โดยต้องไม่ทำให้ราคาข้าวในตลาดตกต่ำ
ข้าวสต๊อกรัฐบาลที่ยังเหลือ 18 ล้านตัน ซึ่งเป็นข้าวสารที่ได้จากโครงการรับจำนำข้าวเปลือกในช่วง 3 ปี คือ ฤดูกาล 2554/2555 2555/2556 และ 2556/2557 กำลังถูกระบายให้ได้ตามแผนที่กระทรวงพาณิชย์เสนอต่อคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ว่าจะมีการระบายในช่วง 2 เดือน (ส.ค.-ก.ย.) ปริมาณ 25 แสนตัน โดยต้องไม่ทำให้ราคาข้าวในตลาดตกต่ำ
ล่าสุด กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าต่างประเทศ ได้ประกาศทีโออาร์เรื่องการจำหน่ายข้าวสารสต๊อกรัฐบาลปริมาณรวม 1.67 แสนตัน แบ่งเป็นข้าวหลายชนิดทั้งข้าวหอมมะลิ 100% ชั้น 2 ข้าวขาว 5% เป็นต้น ซึ่งจะเปิดให้ผู้สนใจยื่นซองเสนอราคาเพื่อจำหน่ายในประเทศและส่งออกได้ในวันที่ 7 ส.ค.นี้
การระบายข้าวดังกล่าวถือเป็นการเปิดประมูลครั้งแรก หลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศ ซึ่งได้เสียงตอบรับจากสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยที่เชื่อว่าจะมีเอกชนเข้าร่วมเสนอราคาจำนวนมาก เนื่องจากขณะนี้เป็นช่วงรอยต่อระหว่างผลผลิตข้าวฤดูกาลเก่าที่ใกล้หมดฤดูกาล และยังไม่มีข้าวฤดูกาลใหม่คือข้าวเปลือกนาปี 2557/2558 โดยผลผลิตจะออกในช่วงเดือน พ.ย.นี้ ส่งผลให้ตลาดมีความต้องการข้าวจำนวนมาก
ประกอบกับแรงกดดันที่จะต้องเร่งระบายข้าวมีน้อยลง เมื่อเทียบกับช่วงต้นปีที่รัฐบาลรักษาการมีความจำเป็นต้องระบายข้าวในสต๊อกเพื่อนำเงินมาจ่ายหนี้ค่าข้าวเปลือกให้กับชาวนา ผลจากการระบายในระยะนั้น ทั้งการระบายผ่านตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย (เอเฟท) การประมูลที่มีการเปิดระบายมากกว่า 10 ครั้ง ในช่วง 34 เดือน ระบายข้าวออกจากสต๊อกได้ทั้งหมดประมาณ 2 ล้านกว่าตัน ส่งผลให้ราคาข้าวในตลาดร่วงลงอย่างหนัก จากการถูกกดราคาขายต่ำกว่าราคาตลาด ทำให้ราคาข้าวสารในตลาดลดลงเหลือ กก.ละ 10 บาท ข้าวเปลือกลดลง 6,000-7,000 บาท/ตัน
ถือเป็นจังหวะดีที่กระทรวงพาณิชย์จะระบายข้าวสต๊อกออกไป 1.67 แสนตัน โดยไม่ทำให้ราคาข้าวในตลาดปรับตัวลดลงมาก เพราะมีการประกาศเกณฑ์ราคากลาง (ราคาขั้นต่ำ) ตามสภาพข้าวที่เก็บไว้แต่ละปี และมีโอกาสที่จะขายข้าวได้ใกล้เคียงกับราคาตลาด ซึ่งปัจจุบันราคาข้าวขาว 5% อยู่ที่ กก.ละ 14.40-14.50 บาทกว่า และข้าวหอมมะลิ กก.ละ 34 บาท







