
รุกหรือรับปรับด้วย Beta
“นักวิเคราะห์หลายสำนักพร้อมใจเปิดกลยุทธ์ ลุย SET Index ขาขึ้น เก็บหุ้นเบต้าสูง”
“นักวิเคราะห์หลายสำนักพร้อมใจเปิดกลยุทธ์ ลุย SET Index ขาขึ้น เก็บหุ้นเบต้าสูง”
“โบรกเกอร์แนะ ดัชนีผันผวนเสี่ยงลง แนะหุ้นเบต้าต่ำ เลี่ยงเบต้าสูง ขึ้นเร็ว ลงแรง!!!”
“บลจ.เปิดกองใหม่ เน้นหุ้นโลว์เบต้า ตอบโจทย์อนาคตที่มั่นคง”
เบต้า เกี่ยวอะไรกับหุ้น? ...มีผู้อ่านหนังสือพิมพ์ตั้งคำถามหลังเห็นข้อความอย่างนี้ในหนังสือพิมพ์ 23 วันที่ผ่านมา นับวันศัพท์เทพการลงทุนชักจะมากขึ้นเรื่อยๆ
การติดตามข่าวสารการลงทุนเป็นเรื่องดีและจะดีมากถ้าเราเข้าใจและใช้ประโยชน์จากข้อมูลข่าวสารนั้นได้ และยิ่งถ้าเรื่องนั้นเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและการขึ้นลงของราคาหุ้นโดยตรง ผู้ลงทุนรู้ไว้ย่อมได้ประโยชน์ไม่น้อยค่ะ
เบต้า (Beta) ดัชนีชี้ค่าความเสี่ยงที่บอกการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นในอดีตเปรียบเทียบกับการเคลื่อนไหวของดัชนีอ้างอิง เช่น ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ (SET Index) มีประโยชน์ในการทำนายทั้ง “ทิศทางขึ้นลง” และ “ขนาด” ของราคาหุ้นแต่ละตัว เมื่อเทียบกับการเคลื่อนไหวของ SET Index เบต้าจึงเป็นหนึ่งในตัวช่วยในการตัดสินใจลงทุนได้ไม่น้อยค่ะ
หุ้นเบต้า 3 คาแรกเตอร์
(1) หุ้นเพื่อนซี้ : หุ้นที่มีเบต้าเท่ากับ 1 หมายถึง ราคาหุ้นจะเปลี่ยนแปลงเท่ากับการเปลี่ยนแปลงของ SET Index เช่น หาก SET Index ขึ้น 10% หุ้นตัวนี้จะขึ้น 10% ด้วย ในทางกลับกัน ถ้าหาก SET Index ลง 10% หุ้นตัวนี้จะลง 10% เช่นกัน หุ้นกลุ่มนี้มีความเสี่ยงเท่ากับตลาด (SET Index) เหมาะกับผู้ลงทุนที่ไม่ชอบความเสี่ยงนัก แต่ยังต้องการผลตอบแทนที่ใกล้เคียงกับ SET Index
(2) หุ้นวัยรุ่นใจร้อน : หุ้นที่มีเบต้ามากกว่า 1 (High Beta หรือหุ้นเบต้าสูง) หมายถึง ราคาหุ้นจะเปลี่ยนแปลงมากกว่าการเปลี่ยนแปลงของ SET Index เช่น หุ้น Chic มีเบต้า 1.5 เท่า หาก SET Index ขึ้น 10% หุ้นตัวนี้จะขึ้น 15% ในทางกลับกัน ถ้า SET Index ลง 10% หุ้นตัวนี้จะลง 15% หุ้นกลุ่มนี้มีความเสี่ยงสูงกว่าตลาด (SET Index) ตามสไตล์ “ขึ้นเร็ว ลงแรง” เหมาะกับผู้ลงทุนที่คาดหวังผลตอบแทนที่สูงและรับความตื่นเต้นหวือหวาได้
(3) หุ้นผู้ใหญ่ใจเย็น : หุ้นที่มีเบต้าน้อยกว่า 1 (Low Beta หรือหุ้นเบต้าต่ำ) ซึ่งหมายถึง ราคาหุ้นจะเปลี่ยนแปลงน้อยกว่าการเปลี่ยนแปลงของ SET Index เช่น หุ้น Grand มีเบต้า 0.7 เท่า ซึ่งหาก SET Index ขึ้น 10% หุ้นตัวนี้จะขึ้นแค่ 7% ด้วย ในทางกลับกัน ถ้าหาก SET Index ลง 10% หุ้นตัวนี้จะลงแค่ 7% หุ้นกลุ่มนี้มีความเสี่ยงต่ำกว่าตลาด (SET Index) ราคาไม่ค่อยผันผวน
รุกหรือรับ ปรับด้วยเบต้า นักวิเคราะห์หลายสำนัก รวมถึงตำราหลายเล่มได้ใช้เบต้าในการแนะนำการลงทุนในหุ้นดังนี้
ตลาดขาขึ้น รุกด้วยหุ้นเบต้าเท่ากับ 1 หรือมากกว่า (เบต้าสูง) เพื่อเกาะกระแสการเคลื่อนไหวของ SET Index ที่สดใส สำหรับคนที่กล้ารับความเสี่ยงสูง อาจเลือกลงทุนหุ้นเบต้าสูง ซึ่งแนวโน้มราคาหุ้นจะเพิ่มมากกว่า SET Index แต่ต้องระวังเพราะหุ้นประเภทนี้มีความเสี่ยงสูงกว่าตลาด หากคาดการณ์ถูกจะมีโอกาสกำไรมากกว่าใคร แต่หากพลาดเมื่อใดก็มีโอกาสเจ็บกว่าผู้ลงทุนทั่วไปเช่นกัน
ตลาดขาลงหรือไร้ทิศทาง ปรับลดความเสี่ยงด้วยหุ้นเบต้าต่ำ เพื่อช่วยลดทอนความเสี่ยงจากการลงทุน ให้ผู้ลงทุนมีโอกาสเจ็บน้อยกว่า นอกจากนี้หุ้นเบต้าต่ำยังเหมาะกับคนที่ไม่ชอบความเสี่ยงนัก สำหรับคนที่เชื่อมั่นในการเติบโตของตลาดหุ้นระยะยาว และต้องการผลตอบแทนที่เกาะไปกับตลาดสามารถเลือกลงทุนหุ้นเบต้าเท่ากับ 1 ได้
เบต้าอาจเปลี่ยนแปลงได้ จะใช้ต้องระวัง
1.เบต้าเป็นเพียงตัวเลขสถิติในอดีต เปลี่ยนแปลงขึ้นลงได้หากสถานการณ์เปลี่ยน เช่น ผลประกอบการ ความคาดหวัง และอาจตามไม่ทันการเปลี่ยนแปลงปัจจัยพื้นฐานของหุ้น เช่น บริษัทแตกไลน์ไปในธุรกิจใหม่ เป็นต้น
2.การคำนวณเบต้าในช่วงเวลาที่ต่างกัน ย่อมได้ค่าเบต้าที่ต่างกัน โดยเบต้าที่ดีควรคำนวณจากข้อมูลระยะเวลายาวๆ ซึ่งจะทำให้เบต้าที่คำนวณได้มีความน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น ดังนั้นหุ้นใหม่ๆ มีข้อมูลในอดีตไม่มาก อาจให้ค่าเบต้าที่ไม่ค่อยน่าเชื่อถือนัก
อยากรู้เบต้า หาได้ไม่ยาก ทุกวันนี้หนังสือพิมพ์ประเภทธุรกิจหลายฉบับมีแสดงไว้ หรือหากคุณเป็นลูกค้าของบริษัทหลักทรัพย์ (บางแห่ง) สามารถสอบถามมาร์เก็ตติ้งในการใช้โปรแกรมผ่านหน้าเว็บไซต์หรือเครื่องของบริษัทหลักทรัพย์ได้เบต้าไม่ใช่สูตรสำเร็จ เช่นเดียวกับทฤษฎีการลงทุนอื่นๆ แต่ความรอบรู้จะช่วยให้เรามีทางเลือกในชีวิต ที่มาพร้อมกับโอกาสที่มากขึ้น ต่อไปนี้เห็นเบต้าที่ไหนสบายใจได้แล้ว เพราะเราก็เทพเหมือนกัน







