
เส้นทางการค้าไทย-เมียนมาร์
หลายๆ คนที่เคยมีโอกาสเดินทางเข้าไปในเมียนมาร์ คงชินตากับสินค้าอุปโภคบริโภคที่เกินกว่าครึ่งหนึ่งล้วนแล้วแต่นำเข้าจากไทย หลายๆ คนที่ยังไม่เคยมีโอกาสเดินทางไปเมียนมาร์ อาจจะประหลาดใจถ้าได้ทราบว่าสินค้าใหม่ล่าสุดที่เปิดตัวในไทย อีกเพียงไม่เกิน 12 สัปดาห์สินค้าเหล่านั้นก็จะไปวางขายอยู่ที่นครย่างกุ้งเป็นที่เรียบร้อย
หลายๆ คนที่เคยมีโอกาสเดินทางเข้าไปในเมียนมาร์ คงชินตากับสินค้าอุปโภคบริโภคที่เกินกว่าครึ่งหนึ่งล้วนแล้วแต่นำเข้าจากไทย หลายๆ คนที่ยังไม่เคยมีโอกาสเดินทางไปเมียนมาร์ อาจจะประหลาดใจถ้าได้ทราบว่าสินค้าใหม่ล่าสุดที่เปิดตัวในไทย อีกเพียงไม่เกิน 12 สัปดาห์สินค้าเหล่านั้นก็จะไปวางขายอยู่ที่นครย่างกุ้งเป็นที่เรียบร้อย
แต่เกือบทุกท่านอาจไม่ทราบว่าสินค้าเกือบทั้งหมดของไทยที่วางขายอยู่ในเมียนมาร์นั้น กว่า 80% เดินทางเข้าสู่เมียนมาร์โดยการค้าชายแดน และเกือบทั้ง 80% นั้นเดินทางข้ามชายแดนเข้าเมียนมาร์ทางชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก สู่จังหวัดเมียวดีในรัฐกะเหรี่ยง ซึ่งมีกฎระเบียบบางประการที่แตกต่างออกไปจากกฎหมายของรัฐบาลกลางที่กรุงเนย์ปิดอว์ เมืองหลวงของประเทศ
ที่น่าประหลาดใจมากกว่าเรื่องมูลค่าการค้าชายแดนซึ่งมีมูลค่าราว 3 หมื่นล้านบาท/ปี คือ เส้นทางลำเลียงสินค้า เพราะส่วนใหญ่นั้นต้องเดินทางผ่านถนนเส้นเล็กๆ โค้งหักศอกขนาด 1 ช่องจราจร ด้านหนึ่งของถนนเป็นหน้าผาสูงชัน อีกด้านหนึ่งเป็นเหวลึก รถต้องลัดเลาะไปตามหน้าผาของเทือกเขาตะนาวศรี วิ่งจากเมียวดีมายังเมืองกอกะเร็กในรัฐกะฉิ่น
การเดินทางแบบ OneWay ซึ่งกำหนดให้รถที่วิ่งจากเมียวดีไปยังกอกะเร็กวิ่งได้เฉพาะวันที่เลขคี่ และรถที่วิ่งจากกอกะเร็กไปยังเมียวดีจะวิ่งได้เฉพาะวันที่เลขคู่จึงเกิดขึ้น และนั่นก็หมายความว่า หากมีรถเสียจอดกลางทาง การเดินทางในวันนั้นๆ ก็จะเป็นอัมพาตไปในทันที
ล่าสุดผู้เขียนได้มีโอกาสเดินทางสำรวจเส้นทางสายนี้ โดยเริ่มจากนครย่างกุ้งของเมียนมาร์ สู่ อ.แม่สอดของไทย การเดินทางบนเส้นทางเพียง 62.3 กิโลเมตร ต้องใช้ระยะทางมากกว่า 3 ชั่วโมง รถสามารถวิ่งได้ด้วยความเร็วเพียง 1525 กิโลเมตร/ชั่วโมงเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีการติดหล่มลื่นไถลเป็นระยะ เนื่องจากเป็นช่วงฤดูฝน
แม้จะเป็นการเดินทางภายในเมียนมาร์เอง แต่เมื่อข้ามเขาตะนาวศรีมาได้ คณะของเราก็พบด่านซึ่งจะคอยตรวจหนังสือเดินทางและวีซ่าของกลุ่มผู้เดินทางต่างชาติตั้งอยู่บริเวณปากทางก่อนจะเข้าสู่ตัวเมืองเมียวดี
สำหรับการเดินทางจากเมียวดีบริเวณสะพานมิตรภาพเข้าสู่นครย่างกุ้ง โดยปกติรถโดยสารประจำทางจะมี 2 ประเภท คือ 1.มินิบัส ซึ่งคิดค่าโดยสารคนละ 2.5 หมื่นจ๊าด (ประมาณ 850-900 บาท) และ2.รถบรรทุกสินค้าขนาดเล็กที่ทำที่นั่งให้ผู้โดยสารโดยการเดินทางไปพร้อมกับสินค้า รถมอเตอร์ไซค์ เป็ดไก่ เต็มทั้งกระบะหลังและหลังคา ซึ่งค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 8,000 จ๊าด (ประมาณ 250-300 บาท) เท่านั้น รถทั้งสองประเภทจะหยุดรับส่งผู้โดยสารไปตลอดเส้นทาง ถ้าเดินทางออกจากเมียวดีช่วง9 โมงเช้า ก็จะไปถึงนครย่างกุ้งในราวตี 4 ของวันรุ่งขึ้น
จะเห็นได้ว่าเส้นทางหลักทางด้านการค้าซึ่งเป็นเส้นเลือดหลักของการค้าไทยเมียนมาร์ โดยเฉพาะในช่วงเมียวดีกอกะเร็ก สายนี้ยังอยู่ในสภาพที่ไม่เอื้อให้เกิดการค้าอย่างยิ่ง กระทรวงคมนาคมจึงได้จัดสรรงบประมาณ 1,140 ล้านบาท เพื่อพัฒนาเส้นทางในเมียนมาร์ ที่น่าสนใจคือ การก่อสร้างเส้นทางใหม่เชิงเขาตะนาวศรีกอกะเร็ก
แนวถนนเส้นใหม่จากสะพานมิตรภาพไทยเมียนมาร์ถึงกอกะเร็กจะมีระยะทางรวมทั้งสิ้น 45.46 กิโลเมตร เราพบว่าระยะเวลาในการขนส่งสินค้าจากเมียวดีถึงกอกะเร็กจะลดลงเหลือเพียง 45 นาทีเท่านั้น และคาดว่าเส้นทางสายใหม่นี้จะเปิดให้ใช้สำหรับการคมนาคมขนส่งและจะเป็นต้นทางของเส้นเลือดสายหลักของการค้าไทยเมียนมาร์ภายในปลายปีนี้







