
แซมเบรโร่เปิดศึกจานด่วนผุด1,000สาขาท้าชนเคเอฟซี
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
แซมเบรโร่ แบรนด์ร้านบริการอาหารจานด่วนสไตล์เม็กซิกัน ซึ่งปัจจุบันมีดีกรีเป็นผู้นำตลาดในออสเตรเลีย กำลังเดินหน้าบุกธุรกิจร้านอาหารขยายสาขาไปทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย เพื่อเขย่าวงการตลาดคิวเอสอาร์หรืออาหารจานด่วน ที่ถูกครอบครองตลาดจาก 2 แบรนด์ดังอย่าง เคเอฟซี และแมคโดนัลด์
สจ๊วต คุก ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แซมเบรโร่ กรุ๊ป ประเทศออสเตรเลีย ผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหารแซมเบรโร่ เปิดเผยว่า จากความสำเร็จของการเปิดร้านอาหารบริการจานด่วนสไตล์เม็กซิกัน แบรนด์ “แซมเบรโร่” ที่ออสเตรเลีย จนกระทั่งปัจจุบันมีสาขาทั้งหมด 51 สาขา บริษัทจึงวางแผน 57 ปี มุ่งขยายร้านอาหารในตลาดต่างประเทศ วางเป้าหมายจะเปิดให้ครบ 1,000 สาขาทั่วโลก ทั้งลงทุนเองและขายแฟรนไชส์
นอกจากนี้ ยังเป็นผลมาจากการที่แนวโน้มตลาดอาหารเม็กซิโกกำลังได้รับความนิยมสูงอย่างต่อเนื่องในตลาดสหรัฐอเมริกา และคาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีในเอเชียด้วยเช่นเดียวกัน รวมทั้งในไทยด้วย ดังนั้นเริ่มบุกขยายธุรกิจในตลาดเอเชีย โดยภายใน 3 ปีนับจากนี้ วางเป้าหมายจะเข้าไปทำตลาด 11 ประเทศ อาทิ มาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง อินโดนีเซีย เบื้องต้นต้องการขยายสาขาทั้งหมด 300 สาขา ซึ่งจะเน้นขยายตลาดภูมิภาคอาเซียน เพื่อรับกับการก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558
สำหรับการลงทุนในไทย บริษัทใช้งบเกือบ 150 ล้านบาท แบ่งเป็นงบลงทุน 90 ล้านบาท เปิดร้านแซมเบรโร่ 6 สาขา นำร่องสาขาแรกที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ส่วนอีก 5 สาขา จะเปิดในปีหน้า และตั้งเป้า 7 ปี จะขยายสาขาให้ครบ 100 สาขา แบ่งเป็นการลงทุนเอง 50 สาขา และอีก 50 สาขาเปิดแฟรนไชส์ ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างสรุปรูปแบบทำแฟรนไชส์ในเดือน ส.ค.นี้ ส่วนกลางปีหน้าจะเปิดตลาดในประเทศอินเดีย สหรัฐอเมริกา ตะวันออกกลาง และอาเซียน
ขณะเดียวกัน ยังได้วางแผนซื้อสิทธิบริหารแฟรนไชส์ร้านอาหารที่มีศักยภาพเข้ามาเสริมความแข็งแกร่ง เพื่อสร้างตลาดร้านอาหารเม็กซิกันให้แพร่หลายยิ่งขึ้นในกลุ่มคนรุ่นใหม่ระดับบีบวกขึ้นไป จากปัจจุบันมีด้วยกัน 2 แบรนด์ ได้แก่ แซมเบรโร่ เป็นร้านอาหารบริการจานด่วน และร้าน Mejico สไตล์กึ่งผับ บาร์ ซึ่งในเดือน พ.ย.นี้ บริษัทจะลงทุนอีก 45 ล้านบาท เปิดสาขาแรกในไทย ที่กรูฟ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ขนาดพื้นที่ 200 ตร.ม.
“แซมเบรโร่ วางเป้าหมายให้ไทยเป็นศูนย์กลางผลิตวัตถุดิบอาหารและซอสต่างๆ เพื่อส่งออกไปประเทศต่างๆ ทั่วโลก เพราะต้นทุนการผลิตไม่สูงและมีคุณภาพดี อีกทั้งยังได้มาตรฐานอาหารฮาลาล ทำให้บริษัทขยายตลาดในประเทศมุสลิมได้รวดเร็ว อาทิ อินโดนีเซีย มาเลเซีย โดยมีแนวโน้มว่าจะร่วมทุนตั้งโรงงานผลิตซอสหรือจ้างบริษัทอื่นเป็นผู้ผลิตให้ คาดว่าจะใช้วัตถุดิบในไทย 70% อีก 30% นำเข้าจากต่างประเทศ” คุก กล่าว
ทั้งนี้ กลยุทธ์ทำตลาดจะมุ่งนำเสนอราคาอาหารที่เข้าถึงผู้บริโภคชนชั้นกลางได้ง่าย เริ่มต้นที่ราคา 69 บาท มีเมนูอาหาร 6 รายการ รวมทั้งพัฒนาอาหารท้องถิ่นเข้ามาผสมผสานให้ถูกปากคนไทย เพราะร้านอาหารบริการจานด่วนเม็กซิโกถือว่าเป็นตลาดใหม่สำหรับไทยและยังไม่มีคู่แข่งเข้ามาทำตลาด สำหรับปีแรกตั้งเป้ารายได้ 360 ล้านบาท หรือราว 5060 ล้านบาท/สาขา และหากได้ทำเลที่มีศักยภาพ บริษัทวางแผนจะขยายสาขารูปแบบไดรฟ์ทรูอีกด้วย
ขณะที่ในประเทศออสเตรเลียวางเป้าหมายจะขยายสาขาให้ครบ 200 สาขา ภายใน 3 ปีข้างหน้า เพื่อตอกย้ำตำแหน่งผู้นำตลาดร้านอาหารบริการจานด่วน ส่วนธุรกิจร้านแซมเบรโร่ในไทย บริษัทได้จัดตั้งบริษัท แซด ฟู้ด กรุ๊ป (ประเทศไทย) เป็นเจ้าของแฟรนไชส์ โดยมีผู้ถือหุ้นคนไทยและอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารเคเอฟซีระดับโกลบอลเข้ามามีส่วนร่วมในธุรกิจ แซมเบรโร่จึงได้รับรางวัลมากมาย และใน 5 ปีที่ผ่านมารายได้เติบโต 2 เท่าตัวมาต่อเนื่อง
ต้องถือว่าแบรนด์น้องใหม่แซมเบรโร่ประสบความสำเร็จในการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยในปี 2556 ที่ผ่านมามีรายได้ 1,500 ล้านบาท และ 2 ปีข้างหน้าตั้งเป้าเพิ่มรายได้เป็น 3,000 ล้านบาท ต้องจับตากลยุทธ์การสร้างร้านอาหารบริการจานด่วนสไตล์เม็กซิกันแบรนด์นี้ให้ดี เชื่อว่าจะเข้ามาสร้างสีสันให้กับวงการและชิงส่วนแบ่งจากเคเอฟซีและแมคโดนัลด์ได้ไม่มากก็น้อย







