
มรสุมรุมเร้าหนัก
กฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า การปรับประมาณการเศรษฐกิจในปี 2557 ลงมาว่าจะขยายตัวได้แค่ 2% จากเดิมที่เคยประมาณการไว้ในเดือน มี.ค. ว่าจะเติบโตได้ 2.6% มาจากปัญหาทางการเมืองที่ไตรมาสแรกขยายตัวติดลบ 0.6% สูงกว่ากระทรวงการคลังคาดไว้ นอกจากนี้ปัญหาการเมืองยังกระทบความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาคธุรกิจในช่วงครึ่งปีแรก
กฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า การปรับประมาณการเศรษฐกิจในปี 2557 ลงมาว่าจะขยายตัวได้แค่ 2% จากเดิมที่เคยประมาณการไว้ในเดือน มี.ค. ว่าจะเติบโตได้ 2.6% มาจากปัญหาทางการเมืองที่ไตรมาสแรกขยายตัวติดลบ 0.6% สูงกว่ากระทรวงการคลังคาดไว้ นอกจากนี้ปัญหาการเมืองยังกระทบความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาคธุรกิจในช่วงครึ่งปีแรก
อย่างไรก็ตาม สศค.คาดว่าการบริโภคภาคเอกชนจะขยายตัวได้ 0.3% การบริโภคภาครัฐขยายตัวได้ 4.6% การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวติดลบ 3.5% การลงทุนภาครัฐขยายตัว 4% ตัวเลขการส่งออกขยายตัว 1.5% โดยมีช่วงคาดการณ์ 0.5-2.5% ส่วนการนำเข้าขยายตัวติดลบ 5.2% อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ระดับ 2.4% และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 1.5% ส่วนอัตราการว่างงานอยู่ที่ 0.9%
ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าในปีนี้ คาดว่าจะขยายตัวที่ระดับ 3.8% ราคาน้ำมันดูไบอยู่ที่ 106 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 105 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เนื่องจากมีความรุนแรงในประเทศอิรัก ซึ่งอาจมีผลต่อราคาน้ำมันได้ ส่วนอัตราการแลกเปลี่ยนทั้งปีคาดว่าอยู่ที่ 32.50 บาท/เหรียญสหรัฐ ขณะที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 2%
“ภาพรวมเศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งปีแรก การขยายตัวยังติดลบ 0.4% โดยไตรมาสแรกติดลบ 0.6% ขณะที่ไตรมาส 2 ติดลบ 0.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ยังมั่นใจว่าภาพรวมเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังจะฟื้นตัวได้ดีขึ้นตามคาดการณ์ที่ 4.3% จึงทำให้จีดีพีปีนี้เติบโตได้แค่ 2%” กฤษฎา กล่าว
ปัจจัยเสี่ยงครึ่งปีหลัง ได้แก่ ทิศทางราคาน้ำมันที่อาจมีความผันผวนมากขึ้นจากเหตุความรุนแรงในประเทศอิรัก ซึ่งอาจส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อในประเทศเพิ่มขึ้น รวมถึงความผันผวนจากการเคลื่อนย้ายเงินทุน และการประกาศมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน (คิวอี) ของสหรัฐ ซึ่งหากเป็นไปตามคาดการณ์ก็จะไม่มีผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจทั่วโลก
ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงในประเทศ ได้แก่ การชะลอตัวลงของภาคการท่องเที่ยว จากผลกระทบและความกังวลจากปัญหาการเมืองในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวในช่วงครึ่งปีแรกติดลบ 9.9% ทำให้ สศค.ต้องปรับลดประมาณการตัวเลขนักท่องเที่ยวในปีนี้ลงเหลือ 0.7% หรือคิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยว 26.7 ล้านคน จากเดิมที่ 27.7 ล้านคน โดยนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคเอเชีย ลดลงสูงที่สุด รวมถึงต้องจับตาการใช้จ่ายของภาคเอกชนว่าจะฟื้นตัวได้ตามที่คาดการณ์หรือไม่
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจครึ่งปีหลังจากขยายตัวได้ดีจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทั้งระยะสั้นและยาว โดยเฉพาะการอนุมัติการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2.4 ล้านล้านบาท จะมีส่วนให้การลงทุนของประเทศครึ่งปีหลังขยายตัวได้ดี
ด้าน สมชาย หาญหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) ในครึ่งปีแรก ติดลบ 6.1% อัตราการใช้กำลังการผลิต 60.68%
สำหรับแนวโน้มครึ่งหลังของปีมีทิศทางดีขึ้น จากสถานการณ์ในประเทศที่เข้าสู่ความสงบ สร้างบรรยากาศความเชื่อมั่นในการลงทุนและการบริโภค ประกอบกับการเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐ จะทำให้ความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจดีมากขึ้น และคาดว่าจะส่งผลต่อภาคการผลิตอุตสาหกรรมเต็มที่ในปลายไตรมาส 3 หรือต้นไตรมาส 4 โดยกลุ่มที่คาดว่าจะหนุนให้ภาคอุตสาหกรรมโดยรวมขยายตัวได้ดี คือ กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ และไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคในประเทศจะต้องติดตามผลจากการกระตุ้นของนโยบายจากภาครัฐ
อย่างไรก็ตาม แม้จะแนวโน้มดี แต่ยังมีความเสี่ยงต่อภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนสูง
ขณะที่ไทยเองมีแรงกดดันจากประเด็นที่การให้สิทธิพิเศษทางศุลกากร หรือจีเอสพีที่ยุโรปให้จะสิ้นสุดในปี 2557 จะทำให้สินค้าที่ส่งไปยังยุโรปหลายรายการได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้แรงงานสูงที่คู่ค้าในยุโรปหันไปสั่งกับผู้ผลิตในประเทศเพื่อนบ้านของไทยที่ยังได้สิทธิจีเอสพีอยู่







