posttoday
ความมั่นคงด้านอาหาร

ความมั่นคงด้านอาหาร

30 กรกฎาคม 2557

ห่วงโซ่การผลิตอาหารเป็นเรื่องหนึ่งที่ประเทศไทยในฐานะผู้ผลิตผู้ส่งออกอาหารของโลก ควรให้ความสนใจความเคลื่อนไหวในเวทีระหว่างประเทศ และเข้าร่วมเป็นหนึ่งในผู้กำหนดกติกาของเรื่องนี้ ก่อนที่จะมีผลกระทบมาถึงโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว

ห่วงโซ่การผลิตอาหารเป็นเรื่องหนึ่งที่ประเทศไทยในฐานะผู้ผลิตผู้ส่งออกอาหารของโลก ควรให้ความสนใจความเคลื่อนไหวในเวทีระหว่างประเทศ และเข้าร่วมเป็นหนึ่งในผู้กำหนดกติกาของเรื่องนี้ ก่อนที่จะมีผลกระทบมาถึงโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว

ขณะนี้ประเทศต่างๆ ภายใต้กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก หรือ APEC กำลังให้ความสำคัญกับเรื่อง ความมั่นคงทางอาหาร หรือ Food Security เป็นอย่างมาก เนื่องจากจำนวนประชากรในภูมิภาคเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ความต้องการอาหารสูงขึ้นตามไปด้วย

ในทางตรงกันข้ามผลผลิตทางการเกษตรในหลายประเทศกลับลดลงอย่างต่อเนื่อง เพราะชุมชนการเกษตรหลายแห่งเริ่มเปลี่ยนแปลงไปสู่ชุมชนเมือง ทำให้พื้นที่ที่ใช้ในการเพาะปลูกลดลง

สำหรับประเทศขนาดเล็กหลายประเทศในภูมิภาค เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง บรูไน ต่างเลือกใช้วิธีซื้ออาหารจากประเทศเพื่อนบ้าน เพราะประเมินทางเศรษฐศาสตร์แล้วว่า ทั้งพื้นที่เพาะปลูกและประชากรมีน้อย หากปลูกเองจะมีต้นทุนสูงมาก

ในขณะที่บางประเทศดำเนินนโยบายเพิ่มการผลิต เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น บางประเทศใช้สองหลักผสมกัน

สิ่งที่ APEC เสนอแนะให้ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคดำเนินการ คือ 1.ส่งเสริมกลไกการค้า (Trade Mechanism) ให้มีประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงอาหารของประเทศสมาชิก และ 2.ส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในภาคเกษตรและประมง ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น โดยยึดหลักการลงทุนอย่างรับผิดชอบในภาคเกษตร ตามโรดแมปความมั่นคงด้านอาหารสู่ปี 2020

การลงทุนอย่างรับผิดชอบในภาคเกษตรมีหลักการทั้งสิ้น 7 ข้อครอบคลุมการลงทุนทุกชนิดในการเกษตร เช่น หลักการข้อสอง กำหนดว่าการลงทุนจะต้องไม่กระทบกระเทือนแต่จะต้องเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหาร หรือหลักการข้อที่สามระบุว่า กระบวนการใดๆ ในภาคลงทุนด้านการเกษตรจะต้องโปร่งใส มีการกำกับดูแลที่ดีและจะต้องได้รับการยินยอม (Accountable) โดยผู้มีส่วนร่วมทั้งหลาย ภายใต้กรอบด้านธุรกิจ กฎหมาย และระเบียบการที่เหมาะสม ประเทศที่ผลิตและส่งออกอาหาร เช่น ไทย สมควรที่จะตระหนักและสนใจมาก

อีกเรื่องหนึ่งที่ APEC ให้ความสำคัญมาก คือ การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการลดความสูญเสียทางอาหารในห่วงโซ่การผลิต (Reducing Food Waste and Food Loss) ลดความเสียหายทั้งในกระบวนการผลิตและการบริโภค

องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) เคยประมาณการไว้เมื่อปี 2009 ว่า อาหารที่ทั้งโลกผลิตได้มากกว่า 30% สูญไปโดยเปล่าประโยชน์ก่อนถึงมือผู้บริโภค

ที่ผ่านมาเรามีนโยบายช่วยเหลือภาคเกษตรกรรมในประเทศ เช่น โครงการรับจำนำข้าวส่งผลให้เกิดการบิดเบือนอุปสงค์อุปทานของตลาด มีการเก็บรักษาที่ก่อให้เกิดความสูญเสียตามที่เป็นข่าวทุกวันนี้ ส่งผลต่อภาพรวมความมั่นคงทางอาหารระดับภูมิภาคและขัดต่อหลักการที่ APEC ให้ความสำคัญอย่างชัดเจน

นอกจากนั้น การที่รัฐบาลไทยรับซื้อในราคาสูงกว่าตลาดมากได้ ทำให้มีการลักลอบการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ราคาในประเทศเหล่านั้นเพิ่มสูง กระทบต่อการเข้าถึงอาหารของเพื่อนบ้าน ทำนองเด็ดดอกไม้กระเทือนถึงดวงดาว

ดังนั้น ไทยเราในฐานะผู้ผลิตส่งออกอาหารรายใหญ่ จึงควรตระหนักถึงผลกระทบเหล่านี้และการกำหนดนโยบายควรคำนึงถึงผลกระทบโดยรอบด้าน ทั้งผลกระทบภายในประเทศและนอกประเทศ

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่