
ส่องธุรกิจเพื่อนบ้านเปิดตลาดลุยละตินอเมริกา
ในช่วงนี้ ทั่วโลกต่างจับตาไปที่ภูมิภาคละตินอเมริกาอย่างตาเป็นมัน เพราะนอกจากจะเกาะติดการแข่งขันฟุตบอลโลกที่บราซิลแล้ว
โดย...ก้องภพ เทอดสุวรรณ
ในช่วงนี้ ทั่วโลกต่างจับตาไปที่ภูมิภาคละตินอเมริกาอย่างตาเป็นมัน เพราะนอกจากจะเกาะติดการแข่งขันฟุตบอลโลกที่บราซิลแล้ว ละตินอเมริกายังถือว่าเป็นแหล่งตลาดเปิดใหม่ที่ร้อนแรงอีกด้วย จึงนับเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน อย่างดีเยี่ยม
หนึ่งในธุรกิจที่เข้าไปเปิดตลาดในละตินอเมริกาแล้วในปัจจุบันคือ ท็อปโกลฟ ผู้ผลิตถุงมือยางจากมาเลเซีย ที่เริ่มเข้าไปเปิดตัวในบราซิลมาได้ 20 ปีแล้ว โดยปัจจุบันบริษัทมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ในบราซิลถึง 35% ทีเดียว
โจแอนนา อึ้ง ผู้จัดการทั่วไปของท็อปโกลฟ เผยว่า ก่อนหน้านี้บริษัทมีตลาดส่งออกถุงมือยางอยู่ในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วเท่านั้น อย่างไรก็ดีเศรษฐกิจตกต่ำปี 2009 ผลักดันบริษัทต้องหาทางเปิดตลาดใหม่ ซึ่งตลาดในละตินก็นับเป็นตลาดใหม่ที่กำลังร้อนแรงทีเดียว
ในปัจจุบัน ตลาดหลักสำหรับส่งออกถุงมือยางส่วนใหญ่ยังคงอยู่ที่สหรัฐและสหภาพยุโรป (อียู) โดยคิดเป็น 62% ของการบริโภคถุงมือยางทั้งโลก เพราะทั้งสองเป็นกลุ่มที่มีธุรกิจด้านสุขภาพที่เฟื่องฟู จึงทำให้มีการบริโภคถุงมือยางเป็นจำนวนมาก
อย่างไรก็ดี ประชากรของทั้งสหรัฐและอียูคิดเป็น 11% เท่านั้นเมื่อเทียบกับประชากรทั้งโลก แต่ยังมีประชากรอีกกว่า 89% ในประเทศที่ตลาดธุรกิจสุขภาพกำลังเติบโต
“แม้ปัจจุบันการบริโภคถุงมือยางในบราซิลจะต่ำกว่าสหรัฐเกินครึ่ง แต่ตลาดในบราซิลก็มีโอกาสเติบโตได้อีก 7 เท่า” ลีคิมเมียว กรรมการผู้จัดการของท็อปโกลฟ กล่าว
ทุกวันนี้ พนักงานของท็อปโกลฟมักต้องทำงานล่วงเวลาเสมอ เพื่อรอออร์เดอร์สุดท้ายจากบราซิลที่เวลาห่างจากมาเลเซียถึง 11 ชั่วโมง
“อุตสาหกรรมยางของมาเลเซียมีหลายสิ่งที่ต้องขอบคุณบราซิล ยางพาราถือเป็นทรัพยากรของมาเลเซียตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษที่ 1990s และเป็นอุตสาหกรรมสำคัญที่นำมาเลเซียไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรม” อึ้ง ระบุ พร้อมเสริมว่า ต้นกล้ายางพาราต้นแรกที่ปลูกที่มาเลเซียก็มีที่มาจากบราซิล
อีกหนึ่งธุรกิจจากอาเซียนที่เข้าไปลุยตลาดละตินอเมริกาคือ ไฮฟลักซ์ ธุรกิจการบำบัดน้ำจากสิงคโปร์ที่เข้าไปดำเนินการลงทุนในเม็กซิโกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยภาครัฐของเม็กซิโกมีแผนที่จะสร้างระบบบำบัดน้ำกว่า 200 โครงการ ที่มีมูลค่าตั้งแต่ 10150 ล้านเหรียญสหรัฐ
สิงคโปร์ถือเป็นประเทศที่มีชื่อเรื่องการบำบัดน้ำเป็นอย่างมาก เนื่องด้วยภูมิประเทศที่เป็นเกาะ ทำให้สิงคโปร์ขาดแคลนน้ำและต้องบริหารจัดการน้ำอย่างรอบคอบ ส่งผลให้สิงคโปร์มีเทคโนโลยีการจัดการน้ำที่ล้ำหน้า อาทิ เทคโนโลยีการกลั่นน้ำทะเล การบำบัดน้ำใช้แล้ว
ความได้เปรียบของสิงคโปร์ทำให้สิงคโปร์สามารถส่งออกเทคโนโลยีดังกล่าวได้อีกด้วย ซึ่งเม็กซิโกนับเป็นประเทศที่มีภูมิประเทศที่หลากหลายและต้องการการจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ
ทวีปละตินอเมริกาจึงนับเป็นหนึ่งในโอกาสทองของธุรกิจในอาเซียนไม่น้อย โดยเฉพาะในปัจจุบันนิตสารนิกเกอิ เอเชีย รีวิว เปิดเผยว่า มีการค้าขายระหว่างเอเชียกับละตินอเมริกามีมูลค่าถึง 7.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐแล้ว
หากเอสเอ็มอีไทยสามารถประยุกต์ใช้โอกาสของตลาดในละตินอเมริกาได้ก็จะเป็นการเปิดโอกาสครั้งใหญ่ทีเดียว







