posttoday
เปิดตลาดมาเลย์

เปิดตลาดมาเลย์

30 กรกฎาคม 2557

มาเลเซีย เป็นประเทศในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ที่มีบทบาทสำคัญในด้านการค้าการลงทุนกับไทยในลำดับต้นๆ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเห็นได้จากตัวเลขการค้าระหว่าง SMEs ไทยกับมาเลเซียในไตรมาสแรก (ม.ค.-เม.ย.) ของปี 2557 มีมูลค่าไม่น้อยกว่า 64,800 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีตลาดการค้าชายแดนที่มีมูลค่าการค้าระหว่างกันอีกเป็นจำนวนมาก

มาเลเซีย เป็นประเทศในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ที่มีบทบาทสำคัญในด้านการค้าการลงทุนกับไทยในลำดับต้นๆ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเห็นได้จากตัวเลขการค้าระหว่าง SMEs ไทยกับมาเลเซียในไตรมาสแรก (ม.ค.-เม.ย.) ของปี 2557 มีมูลค่าไม่น้อยกว่า 64,800 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีตลาดการค้าชายแดนที่มีมูลค่าการค้าระหว่างกันอีกเป็นจำนวนมาก

ที่ผ่านมารัฐบาลมาเลเซียให้ความสำคัญกับการส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs เป็นอย่างมาก โดยในแผนพัฒนาประเทศ ฉบับที่ 10 (พ.ศ.2554-2558) ได้บรรจุแนวทางการส่งเสริม SMEs ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างรายได้เพิ่มขึ้น ผลักดันธุรกิจให้เป็นที่ยอมรับในระดับภูมิภาคและระดับโลก เพื่อเป็นฐานในการสร้างรายได้ของประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศ และเป็นกลไกสนับสนุนให้การพัฒนาประเทศไปสู่เป้าหมายในการเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมต่อหัวจาก 7,000 เหรียญสหรัฐ เป็น 1.5 หมื่นเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2563

การพัฒนาส่งเสริม SMEs ของมาเลเซียมี SME Corp. เป็นหน่วยงานหลักที่ดำเนินการ ซึ่งหน่วยงานดังกล่าวได้เคยศึกษาดูงานการส่งเสริมและพัฒนา SMEs ของประเทศไทย ที่สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และนับเป็นองค์กรพันธมิตรสำคัญที่ สสว.ได้มีการสร้างและเชื่อมโยงเครือข่ายการส่งเสริมและพัฒนา รวมถึงการขยายโอกาสทางตลาดของ SMEs ระหว่างกันมาอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด ในช่วงต้นเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา สสว.ได้มีโอกาสเข้าร่วมงาน SME Innovation Showcase 2014 “SMIDEX 2014” ซึ่ง SME Corp. และกระทรวงการค้าระหว่างประเทศและอุตสาหกรรม จัดขึ้น ณ Kuala Lumpur Convention Centre ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นงานแสดงและจำหน่ายสินค้านวัตกรรม SMEs รวมถึงการเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ระดับนานาชาติ ที่จัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อเผยแพร่ศักยภาพ ทั้งด้านสินค้า บริการ และเทคโนโลยี ของผู้ประกอบการ SMEs ในภาคการผลิต เทคโนโลยีและบริการในตลาดโลก

ในปีนี้การจัดงานอยู่ภายใต้แนวคิด “SMEs Connecting the Dots...” เพื่อสะท้อนถึงความสำคัญของการเชื่อมโยงและความจำเป็นในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ รวมทั้งขยายโอกาสในการเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับการเติบโตของผู้ประกอบการ SMEs ทั้งในและระหว่างประเทศ ซึ่งงานนี้นับเป็นงานยิ่งใหญ่สำหรับผู้ประกอบการ SMEs มาเลเซีย รวมถึงผู้ประกอบการและหน่วยงานจากนานาประเทศที่เข้าร่วมงาน ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 380 บูธ เช่น ไทย ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี สหราชอาณาจักร อิตาลี อิหร่าน เป็นต้น

สำหรับประเทศไทย นอกจาก สสว.จะร่วมแสดงศักยภาพ รวมถึงบทบาทภารกิจในการส่งเสริม สนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ไทยแล้ว ยังได้นำผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับการพัฒนาจากโครงการยกระดับผู้ประกอบการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์แบบบูรณาการ (OTOP PLUS) เข้าร่วมออกบูธแสดงศักยภาพและเปิดตลาดการค้า จำนวน 2 ราย ซึ่งคัดเลือกจากผู้ผลิตสินค้าที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคชาวมาเลเซีย ได้แก่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด บุญรัตน์ ไทยคราฟ จาก จ.นครศรีธรรมราช และวิสาหกิจชุมชนศูนย์ฝึกอาชีพญาดา จาก จ.นราธิวาส

เจษฎา หงสุชน หจก.บุญรัตน์ ไทยคราฟ กล่าวว่า การเข้าร่วมงานครั้งนี้นับเป็นโอกาสอันดีที่ทำให้ได้เรียนรู้ตลาดความต้องการของชาวมาเลเซีย ซึ่งสินค้าที่ได้รับความสนใจและมีการจองซื้อตั้งแต่วันแรกๆ ก็คือ เคสโทรศัพท์มือถือ ส่วนกระเป๋าถือ กระเป๋าสะพาย กำไล พัด โคมไฟ ก็ได้รับความสนใจมากเช่นกัน นับว่าการเข้าร่วมงานครั้งนี้ประสบความสำเร็จด้วยดีและยังได้มีการเรียนรู้ตลาดใหม่ๆ รวมถึงสินค้าใหม่ๆ ในงานอีกด้วย

ตลอดระยะเวลา 3 วันของการจัดงาน มีผู้เข้าชมงานให้ความสนใจสอบถามข้อมูลบูธ สสว.ไม่น้อยกว่า 100 ราย และเลือกซื้อพร้อมสั่งจองสินค้าของผู้ประกอบการไทย คิดเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า 1.6 ล้านบาท ผลงานดังกล่าวถือว่าเป็นความสำเร็จในการแสดงศักยภาพและเปิดตลาดการค้าของผู้ประกอบการ SMEs ไทยในประเทศมาเลเซีย

นอกจากนี้ ยังเป็นการกระชับความสัมพันธ์และพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือระหว่าง สสว. และ SME Corp. เพื่อนำไปสู่การเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปลายปี 2558 ต่อไป

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่