
หุ้นไทยถูกทิ้ง
ดัชนีลดลง 11.64 จุดหรือ 0.76% ราคาหุ้นแพงเทียบอาเซียน ค่าเงินบาทแข็งกดดัน
ดัชนีลดลง 11.64 จุดหรือ 0.76% ราคาหุ้นแพงเทียบอาเซียน ค่าเงินบาทแข็งกดดัน
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 22 ก.ค.ปิดช่วงเช้าที่ 1526.91 จุดลดลง 11.64 จุดหรือ0.76% ดัชนีถูกทิ้งช่วงใกล้ปิดตลาดช่วงเช้า โดยเคลื่อนไหวระหว่าง1518.58-1545.58 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 38372.59 ล้านบาท
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์(บล.)เคเคเทรดให้ความเห็นว่าเริ่มเห็นแรงขายสุทธิออกมาจากฝั่งนักลงทุนสถาบันหลายวันติดต่อกันในช่วงนี้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ดัชนีปรับขึ้นได้อย่างจำกัด และเป็นความเสี่ยงที่อาจทำให้ดัชนี ปรับฐานลงได้ในกรณีที่แรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติเริ่มเบาบางลง
ในเชิงมูลค่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยขณะนี้ซื้อขายอยู่ที่ระดับสัดส่วนราคาต่อกำไรล่วงหน้า(ฟอร์เวิร์ด พีอี) 14.9 เท่า สูงกว่าระดับค่าเฉลี่ย พีอี ภูมิภาค (AsiaPac ex Japan) ที่อยู่เพียงระดับ 12.0 เท่า แสดงให้เห็นถึงระดับราคาของตลาดหุ้นไทยที่เริ่มสูงกว่าตลาดหุ้นภูมิภาคโดยรวม อย่างไรก็ดีเมื่อเทียบกับค่า ฟอร์้เวิร์ดพีอี ของประเทศในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ คือ กลุ่ม TIPs ไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์แล้วตลาดหุ้นไทยนับว่ายังถูกกว่าตลาดหุ้นอินโดนิเซียและฟิลิปปินส์ที่อยู่ในระดับสูงถึง 16.3 และ 19.2 เท่าตามลำดับ ซึ่งระดับค่า พีอี ที่สูงนี้จะทำให้ดัชนีมีความอ่อนไหวต่อทิศทางการเคลื่อนที่ของกระแสเงินทุนโลก จึงแนะนำให้คอยติดตามปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)และ ธนาคารกลางยุโรปอย่างใกล้ชิดอย่างใกล้ชิด
กลยุทธ์การลงทุน สำหรับนักลงทุนระยะสั้น แนะนำให้เก็งกำไรในลักษณะเข้า-ออกเร็ว ในหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างที่จะยังคงได้รับปัจจัยบวกจากแผนยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐาน 8 ปี (STEC CK) และ หุ้นกลุ่มโรงแรมที่เริ่มเห็นการฟื้นตัวจากการเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นการท่องเที่ยว (MINT ERW) ขณะที่การลงทุนระยะกลางและยังคงแนะนำหุ้นที่ให้ผลตอบแทนเงินปันผลระหว่างสูง (มากกว่าหรือเท่ากับ 2%) ได้แก่ INTUCH TOG ADVANC NOK PTTGC HEMRAJ EGCO RATCH
ด้านนักวิเคราะห์บล.ดีบีเอสวิคเคอร์สยังระบุว่า หุ้นไทยยังถูกกดดันจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น โดยวานนี้แข็งค่าที่สุดในรอบ 8 เดือน







