
ไทยแอร์เอเชีย ชกข้ามรุ่นหวังแชมป์สายการบินในประเทศ
“ทัศพล แบเลเว็ลด์” ผู้ถือหุ้นใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV)
โดย...พณิตศรณ์ หวังจงชัยชนะ
“ทัศพล แบเลเว็ลด์” ผู้ถือหุ้นใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) ผู้ให้บริการสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์แอร์ไลน์) ไทยแอร์เอเชีย วาดแผนระยะยาว 5 ปีข้างหน้า หรือภายในปี 2561 จะนำไทยแอร์เอเชียก้าวขึ้นเป็นสายการบินอันดับ 1 ของประเทศ ในด้านของการขนส่งผู้โดยสารจำนวน 1618 ล้านคน
ล้ำหน้าคู่แข่งที่ให้บริการการบินทั้งหมดในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสายการบินให้บริการเต็มรูปแบบอย่างบริษัท การบินไทย (THAI) ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนผู้โดยสาร 16 ล้านคน/ปี ขณะที่ในบรรดาโลว์คอสต์แอร์ไลน์ด้วยกัน ไทยแอร์เอเชียครองส่วนแบ่ง 50% เป็นอันดับ 1 ในการขนส่งผู้โดยสารอยู่แล้ว
เท่ากับเป็นการประกาศศึกขอขึ้นชกข้ามรุ่นกับสายการบินไทยโดยตรง ฟังดูเป็นเรื่องเพ้อฝัน แต่หากพิจารณาในรายละเอียดของแผนสนับสนุนการเติบโตของไทยแอร์เอเชีย ทำให้มองเห็นถึงความเป็นไปได้ของแผนระยะยาวดังกล่าว เพราะไทยแอร์เอเชียวางแผนว่าใน 4 ปีข้างหน้า เครื่องบินจะเพิ่มเป็น 60 ลำ จากสิ้นปีนี้ 40 ลำ ด้วยศักยภาพของจำนวนเครื่องบินทำให้สามารถเพิ่มเที่ยวบินและขยายเส้นทางบินทั้งในประเทศระยะไม่เกิน 4 ชั่วโมงได้อีกมาก
สำหรับการสั่งซื้อเครื่องบินนั้น ในปีแรกจะใช้วิธีวางเงินดาวน์ 20% ของมูลค่าเครื่องบิน หรือ 200 ล้านบาท/ลำ หลังจากนั้นจะเป็นการผ่อนชำระ ทำให้ใช้เงินลงทุนในแต่ละปีไม่สูง บริษัทจะอาศัยจากกระแสเงินสดที่มีเข้ามาในแต่ละปี
“เดิมวางแผนจะเพิ่มเครื่องบินในปีนี้อีก 8 ลำ แต่ต้องลดเหลือ 5 ลำ และอีก 3 ลำ เลื่อนส่งมอบไปเป็นปี 2558 แทน เพราะสถานการณ์การเมืองในประเทศที่เกิดขึ้น ได้ส่งผลกระทบต่อภาพรวมการทำธุรกิจของอุตสาหกรรมให้ติดลบ 2530% ได้ โดยวิกฤตที่เกิดขึ้นในรอบนี้ถือว่าหนักสุดนับตั้งแต่แอร์เอเชียทำธุรกิจมา แม้จะไม่มีเหตุการณ์รุนแรง แต่สถานการณ์ลากยาวมาตั้งแต่ปลายปี 2556” ทัศพล กล่าว
สำหรับ AAV ได้รับผลกระทบน้อยกว่าอุตสาหกรรม โดยจำนวนผู้โดยสารยังมีการเติบโตอยู่ คาดว่าปีนี้จะมีจำนวน 12.3 ล้านคน เพิ่มจากปี 2556 ที่มีจำนวน 10.5 ล้านคน ตัวเลขเป้าหมายดังกล่าวเป็นผลภายหลังจากการได้มีการทบทวนเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา และถือว่าปรับลดจากเป้าหมายเดิมกำหนดไว้เมื่อต้นปีนี้ที่คาดว่าจะมีจำนวนผู้โดยสารปีนี้ 13.6 ล้านคน
ไทยแอร์เอเชียเติบโตเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรม เนื่องจากมีเส้นทางบินให้บริการหลากหลาย โดยนักท่องเที่ยวต่างประเทศสามารถบินตรงเข้าเชียงใหม่ ภูเก็ต โดยไม่ต้องผ่านกรุงเทพฯ สร้างความสะดวกสบายให้กับนักท่องเที่ยว ขณะเดียวกันมีการอัดงบโปรโมชั่นเพิ่มขึ้นกว่าสภาวะปกติ แต่ต้องลดจำนวนการเพิ่มเครื่องบินใหม่จากเดิม 8 ลำให้เหลือ 5 ลำ เพื่อให้สอดคล้องกับจำนวนผู้โดยสารที่ลดลง
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AAV กล่าวอีกว่า สิ่งที่ต้องการให้ภาครัฐให้ความช่วยเหลือธุรกิจท่องเที่ยวคือ การยกเลิกวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวในบางประเทศที่ต้องการเดินทางมาประเทศไทย หรือในกรณีทางภาครัฐยังมีความเป็นห่วงเรื่องความมั่นคง สามารถใช้แนวทางให้ทำวีซ่าแต่ยกเว้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมในการทำวีซ่า รวมถึงการลดภาษีให้กับผู้ประกอบการโรงแรมและท่องเที่ยว เพื่อให้ผู้ประกอบการเหล่านี้นำเงินในส่วนภาษีที่ได้รับการยกเว้นไปจัดทำโปรโมชั่น เพื่อจะได้กระตุ้นภาคการท่องเที่ยวของไทย
ล่าสุด ได้มีการยกเลิกค่าธรรมเนียมในการจัดทำวีซ่าของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่จะเดินทางมาประเทศไทยเป็นระยะเวลา 3 เดือนนั้น ถือว่าน่าจะเป็นผลดี มีส่วนกระตุ้นการท่องเที่ยวให้ดีขึ้น
ด้านกลุ่มแอร์เอเชีย เอ็กซ์ สายการบินราคาประหยัดพิสัยไกลในกลุ่มแอร์เอเชีย ลงนามบันทึกความเข้าใจในสัญญาการสั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัส A330 นีโอ จำนวน 50 ลำ สัญญาดังกล่าวมีมูลค่า 1.3 หมื่นล้านบาท จะมีการส่งมอบระหว่างปี 25612567 โดยเครื่องบินดังกล่าวเตรียมไว้รองรับการให้บริการเส้นทางบินราคาประหยัด พิสัยไกลในกลุ่มแอร์เอเชีย เอ็กซ์ ซึ่งประกอบด้วย แอร์เอเชีย เอ็กซ์ เบอร์ฮัด และไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ ในอนาคตอันใกล้นี้จะมีแอร์เอเชีย เอ็กซ์ อินโดนีเซีย
“ทัศพลในฐานะกรรมการและผู้ถือหุ้น สายการบิน ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ กล่าวว่า เข้าถือหุ้น ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ 41% เป็นอันดับ 2 รองจาก แอร์เอเชีย เอ็กซ์ เบอร์ฮัด ซึ่งถือ 49% จุดยืนของไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ เพื่อให้บริการสายการบินราคาประหยัดระยะไกล ระยะเวลาบิน 48 ชั่วโมง เพื่อขนส่งผู้โดยสารเชื่อมต่อเส้นทางในภูมิภาคนี้
ปัจจุบันไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ ให้บริการในเส้นทางกรุงเทพฯญี่ปุ่น และกรุงเทพฯเกาหลี ในเบื้องต้นของการทำธุรกิจนั้น แอร์เอเชียจะอาศัยการเช่าเครื่องบินระหว่างรอเครื่องบินส่งมอบในอีก 45 ปีข้างหน้า ปัจจุบันมีการเช่าเครื่องบิน 2 ลำ และมีแผนจะเพิ่มเครื่องบินอีก 1 ลำในช่วงที่เหลือของปีนี้ ทำให้จำนวนเครื่องบินเพิ่มเป็น 3 ลำ และปี 2558 คาดว่าจะเพิ่มเครื่องบินเป็น 5 ลำ พร้อมกับขยายเส้นทางบินไปยังประเทศจีน ขณะเดียวกันอยู่ระหว่างศึกษาเส้นทางบินไปยังยุโรปตะวันออก เช่น รัสเซีย เป็นต้น
“ปี 2558 คาดว่า ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ น่าจะถึงจุดคุ้มทุนและเริ่มมีกำไรบ้าง ในอนาคตมีแผนจะนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แต่ต้องรอให้มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์การรับหลักทรัพย์ ด้วยการมีกำไรติดต่อกัน 3 ปี” ทัศพล กล่าว







