
สภาพัฒน์ปรับจีดีพีเกิน2.5%
สศช.เล็งปรับเป้าจีดีพีปีนี้ใหม่ คาดโตเกิน 2.5% ลุ้นส่งออกดันเศรษฐกิจขยายตัว 3%
สศช.เล็งปรับเป้าจีดีพีปีนี้ใหม่ คาดโตเกิน 2.5% ลุ้นส่งออกดันเศรษฐกิจขยายตัว 3%
นายปรเมธี วิมลศิริ รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 2 ในวันที่ 18 ส.ค.นี้ สศช.จะมีการปรับเพิ่มประมาณการการขยายตัวเศรษฐกิจในปีนี้ใหม่ จากการประมาณการเศรษฐกิจครั้งก่อนที่คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวได้เพียง 1.5-2.5% เนื่องจากในช่วงครึ่งปีหลังดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจหลายตัวมีสัญญาณการฟื้นตัว
สำหรับปัจจัยบวกที่มีผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังปรับตัวดีขึ้น ได้แก่ ค่าเงินบาทที่เริ่มอ่อนค่าลง ส่งผลให้รายได้ของผู้ส่งออกเมื่อเปลี่ยนเป็นเงินบาทมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจในเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ปรับตัวเพิ่มขึ้นทุกด้าน และยังเป็นการปรับตัวสูงสุดในรอบ 8 เดือนอีกด้วย
ขณะเดียวกันแนวโน้มการส่งออกของไทยในช่วงครึ่งปีหลังยังมีทิศทางที่ดีขึ้น แต่อาจยังไม่เห็นตัวเลขการส่งออกที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดรุนแรง
“ครึ่งปีหลังคาดว่าการส่งออกจะดีขึ้น และหากการขยายตัวได้ 67% ก็คาดว่าจะช่วยดึงให้ภาพรวมจีดีพีของไทยในปีนี้โตได้มากกว่า 2.5% และอาจปรับเพิ่มเป็นระดับ 3% ก็ได้” นายปรเมธี กล่าว
นายปรเมธี กล่าวว่า ทิศทางการส่งออกครึ่งปีหลังของไทยมีปัจจัยที่ต้องจับตา เพราะที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าการส่งออกของไทยไม่ฟื้นตัวเร็วเท่ากับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวดีขึ้น อีกทั้งระดับราคาขายในรูปสกุลเงินต่างประเทศยังไม่เพิ่มขึ้นมากนัก ทำให้ต้องติดตามว่าที่เป็นเช่นนี้มาจากสาเหตุใด เพราะหากเกิดจากขีดความสามารถในการแข่งขันหรือตัวสินค้าส่งออกของไทยมีปัญหาแล้ว การส่งออกไม่ขยายตัวเท่าที่ควร และไทยจำเป็นต้องเร่งหาทางแก้ไขปัญหาโครงสร้างสินค้าส่งออกในระยะยาว
สำหรับกรณีที่สินค้าไทยจะถูกตัดสิทธิพิเศษทางภาษี (จีเอสพี) ในปี 2558 นั้น มองว่าไม่น่าจะกระทบต่อการส่งออกของไทยมากนัก เนื่องจากสินค้าส่งออกของไทยที่ได้รับผลกระทบจากการตัดสิทธิจีเอสพีจากประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) ในปี 2556 เพียงแค่ 10% หรือคิดเป็นมูลค่า 9,100 ล้านเหรียญสหรัฐ จากมูลค่าการส่งออกสินค้าไทยไปยังอียูทั้งหมด 2.24 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
นายปรเมธี กล่าวว่า สศช.ไม่กังวลเท่าใดนักหากสหรัฐจะปรับลดมาตรการคิวอีออกมาอีก และมองว่าการลดคิวอีน่าจะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจในภาพรวม อีกทั้งยังทำให้เม็ดเงินที่จะไหลเข้าไทยลดลง เพราะเมื่อเศรษฐกิจสหรัฐดี เงินก็จะไหลกลับเข้าสหรัฐแทนที่จะไหลเข้าไทย ทำให้ค่าเงินบาทจะอยู่ในทิศทางอ่อนค่าลง และส่งผลดีต่อการส่งออกสินค้าไทย
“ผมยังมองว่าดอกเบี้ยสหรัฐจะยังไม่ปรับขึ้นในเร็วๆ นี้ และปีหน้าก็น่าจะยังไม่เห็นการปรับขึ้น เพราะประเทศยักษ์ใหญ่อย่างยุโรปและญี่ปุ่นยังใช้นโยบายการเงินผ่อนคลาย แต่ในระยะต่อจากนี้ไปค่าเงินบาทรวมถึงเงินในภูมิภาคน่าจะอยู่ในทิศทางอ่อนค่า” นายปรเมธี กล่าว







