
หัวใจแม่บ้าน
แม่บ้านอาจเป็นอาชีพเล็กๆ แต่ก็มีความสำคัญไม่น้อยในสังคมปัจจุบัน ที่คนเราไม่มีเวลาจะดูแลจัดการงานบ้านมากเหมือนสมัยก่อน แถมบางประเทศในอาเซียนคนท้องถิ่นก็ไม่นิยมทำงานนี้ ทำให้จำเป็นต้อง อิมพอร์ตแรงงานต่างด้าวมาทำงานแทน
แม่บ้านอาจเป็นอาชีพเล็กๆ แต่ก็มีความสำคัญไม่น้อยในสังคมปัจจุบัน ที่คนเราไม่มีเวลาจะดูแลจัดการงานบ้านมากเหมือนสมัยก่อน แถมบางประเทศในอาเซียนคนท้องถิ่นก็ไม่นิยมทำงานนี้ ทำให้จำเป็นต้อง อิมพอร์ตแรงงานต่างด้าวมาทำงานแทน
หากรับมาทำงานตามปกติ ก็คงไม่เป็นปัญหา แต่ที่กลายเป็นประเด็นใหญ่ขึ้นมา ก็เพราะมีการพบเห็นวิธีปฏิบัติต่อแรงงานราวกับว่าพวกเขาไม่ใช่มนุษย์แต่เป็นแค่สินค้าที่ไว้ซื้อขายเท่านั้น
เรื่องราวทำนองนี้แดงขึ้นมา เมื่อสำนักข่าวอัลจาซีร่า ได้ตีข่าวเมื่อเดือน มิ.ย. ว่า ที่ศูนย์การค้าแห่งหนึ่งย่านชานเมืองสิงคโปร์ ได้พบเห็นแม่บ้านชาวต่างชาติรายหนึ่งกำลังเข็นเก้าอี้รถเข็นไปมา แสดงท่าทางเหมือนกับว่ากำลังดูแลผู้สูงอายุ ส่วนบางคนก็อุ้มตุ๊กตาเด็ก หรือกำลังแสดงลีลารีดผ้า ซึ่ง สุดท้ายก็พบว่า เหล่านี้คือกลวิธีการโฆษณาของบริษัทจัดหางานแม่บ้านชาวต่างชาตินั่นเอง
แถมเอเยนซีบางรายยังติดป้ายโฆษณาเชิญชวนให้คนมาใช้บริการจ้างแม่บ้านของบริษัท โดยชูจุดขายว่า “ค่าจ้างถูก มีโปรโมชั่นพิเศษ แถมส่วนลดอีกต่างหาก” ซึ่งเรื่องแบบนี้ถูกมองว่า เป็นการปฏิบัติกับแม่บ้านที่เป็นคนต่างด้าวราวกับเป็นแค่สินค้า ไม่ใช่คนเหมือนเราๆ
หลังฟังเสียงร้องเรียนจากกลุ่มสิทธิมนุษยชนต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ และได้ตรวจสอบเหตุต่างๆ ดูแล้ว ล่าสุดกระทรวงแรงงานสิงคโปร์ก็ได้ออกคำสั่งห้ามไม่ให้บรรดาเอเยนซีจัดหาคนทำงานบ้านออกโฆษณาต่างๆ ที่แสดงถึงการไม่ให้เกียรติแรงงานกลุ่มนี้ พร้อมขู่ว่ากระทรวงมีอำนาจระงับชั่วคราว หรือเพิกถอนใบอนุญาตของบริษัทที่ยังกระทำการดังกล่าวต่อไป
อีกทั้งยังย้ำด้วยว่า บริษัทต้องไม่ให้แรงงานแม่บ้านที่รอจ้างงานมานั่งอยู่หน้าบริษัท เพื่อรอให้บรรดาว่าที่นายจ้างเข้ามาตรวจเช็กลักษณะว่าเหมาะสมจะจ้างไปเป็นแม่บ้านหรือไม่ เพราะการกระทำแบบนี้เท่ากับว่ามองแรงงานเป็นเหมือนสินค้าที่สามารถลองใช้เพื่อดูประสิทธิภาพหรือซื้อขายได้
ในมุมของบริษัทจัดหางานนั้น มิเชล เฮอ ผู้จัดการของโอเค เมด เอเยนซี บอกว่า สิงคโปร์เป็นตลาดเล็กมากๆ และสิ่งแรกที่ลูกค้ามักให้ความสนใจก็คือ ค่าจ้างถูก ก่อนจะดูเรื่องบริการที่ดี ซึ่งนี่เองเป็นเหตุผลทำให้เอเยนซีจัดหางานหลายแห่งแข่งกันลดราคาเพื่อแย่งลูกค้า
“มันคงจะดีกว่า ถ้าเราสามารถโฆษณาเกี่ยวกับโปรโมชั่นหรือส่วนลด ได้เป็นครั้งคราว โดยไม่บอกค่าธรรมเนียม เพราะธุรกิจก็ยังต้องทำตลาด ต่อไป”
แต่ด้าน เอ็ดมันด์ ซุน เจ้าของเอฟซี เมด เอเยนซี ก็มองว่า บริการและชื่อเสียงของบริษัทจัดหางานสำคัญมากกว่าราคา และเขาก็เห็นว่า การให้นายจ้างเห็นตัวแม่บ้านก่อนแต่ต้องอยู่ภายในสำนักงานจัดหางาน ต่างจากการพาแม่บ้านออกไปโชว์ตัวนอกสำนักงาน เพราะอาจทำให้พวกเธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นทาส
เห็นตลาดที่แข่งขันกันดุแบบนี้ หลายคนคงอยากรู้ว่ามีคนต่างชาติเข้าไปทำงานเป็นแม่บ้านในสิงคโปร์มากน้อยแค่ไหน บอกได้ว่า ไม่น้อยเลยสำหรับประเทศเล็กๆ ที่มีประชากรของตัวเองไม่กี่ล้านคน แต่กลับมีผู้หญิงเอเชียมากกว่า 2.1 แสนคน จากหลายประเทศ เช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา บังกลาเทศ ไทย พม่า และอินเดีย ยอมทิ้งบ้านเกิดไปดูแลรับใช้ชาวแดนลอดช่อง







