
ความเข้าใจ กับ ความจริง
ผมเองเป็นคนที่ชอบวิ่งออกกำลังกายทุกเช้า เพราะเห็นเขาบอกกันว่า การวิ่งจ๊อกกิ้งเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิก ดีต่อหัวใจ (ทำนองคนแก่แล้ว ถ้ายังไม่ชอบออกกำลังกายอีก เดี๋ยวโรคถามหา) ทีนี้วิ่งๆ ไปก็ชักเป็นห่วงเข่าว่าจะไหวมั้ย ไม่ใช่วิ่งไป หัวใจแข็งแรง แต่เข่าพัง อย่างนี้ไม่เอา เพราะสุดท้ายก็จะวิ่งไม่ได้ จะป่วยทั้งหัวใจ ป่วยทั้งเข่า ก็เลยกะจะซื้อสนับเข่า (Knee Support) มาใช้เพื่อลดอันตรายของเข่า จะหาซื้อยี่ห้อไหนดี ก็ไม่พ้นต้องถาม Google คำตอบที่ได้มาสรุปก็คือ อย่าซื้อมาใช้ดีที่สุด เพราะมีคุณหมอบอกว่ายิ่งใช้เข่าจะยิ่งพังเร็ว เพราะสนับเข่าจะทำให้กล้ามเนื้อรอบเข่าไม่ได้ทำงาน หรือทำงานได้ไม่สะดวกเท่าที่ควร ทำให้เข่าต้องรับน้ำหนักเต็มที่ เข่าจะยิ่งพังเร็ว อ้าว! ที่เข้าใจมาผิดทั้งเพ
ผมเองเป็นคนที่ชอบวิ่งออกกำลังกายทุกเช้า เพราะเห็นเขาบอกกันว่า การวิ่งจ๊อกกิ้งเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิก ดีต่อหัวใจ (ทำนองคนแก่แล้ว ถ้ายังไม่ชอบออกกำลังกายอีก เดี๋ยวโรคถามหา) ทีนี้วิ่งๆ ไปก็ชักเป็นห่วงเข่าว่าจะไหวมั้ย ไม่ใช่วิ่งไป หัวใจแข็งแรง แต่เข่าพัง อย่างนี้ไม่เอา เพราะสุดท้ายก็จะวิ่งไม่ได้ จะป่วยทั้งหัวใจ ป่วยทั้งเข่า ก็เลยกะจะซื้อสนับเข่า (Knee Support) มาใช้เพื่อลดอันตรายของเข่า จะหาซื้อยี่ห้อไหนดี ก็ไม่พ้นต้องถาม Google คำตอบที่ได้มาสรุปก็คือ อย่าซื้อมาใช้ดีที่สุด เพราะมีคุณหมอบอกว่ายิ่งใช้เข่าจะยิ่งพังเร็ว เพราะสนับเข่าจะทำให้กล้ามเนื้อรอบเข่าไม่ได้ทำงาน หรือทำงานได้ไม่สะดวกเท่าที่ควร ทำให้เข่าต้องรับน้ำหนักเต็มที่ เข่าจะยิ่งพังเร็ว อ้าว! ที่เข้าใจมาผิดทั้งเพ
อีกวันผมก็ได้อ่านข้อมูลจาก Facebook ที่คนส่งมาแนะนำว่าอย่าเอาช้อนลวกน้ำร้อน โดยเฉพาะตามศูนย์อาหารหรือโรงอาหารต่างๆ ที่จะมีหม้อหุงข้าวเปิดฝาบรรจุน้ำร้อนสำหรับให้ผู้บริโภคนำช้อนส้อม ตะเกียบ มาลวกเพื่อฆ่าเชื้อโรค กล่าวกันว่าการลวกช้อนมาฮิตจากการที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ใช้ในการควบคุมการระบาดของไวรัสตับอักเสบเอ แต่ความจริงก็คือการทำลายเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ ต้องใช้อุณหภูมิที่สูงกว่า 98 องศาเซลเซียส และใช้เวลานานถึง 4 นาที คำถามจึงมีอยู่ว่า ถ้าเช่นนั้นลวกเพียงครู่เดียวแล้วได้อะไรขึ้นมา เพราะเราคงไม่ยืนจุ่มช้อนส้อมถึง 4 นาทีแน่ และอีกปัญหาของน้ำร้อนในหม้อหุงข้าวตามศูนย์อาหารทั่วไปก็คือ อุณหภูมิน้ำไม่สูงพอที่จะทำลายเชื้อโรคได้ และด้วยความที่ไม่ได้มีการเปลี่ยนน้ำใหม่ทุกชั่วโมง ดังนั้นนอกจากจะไม่ทำให้เชื้อโรคตายยังทำให้เชื้อโรคเพิ่มจำนวนมหาศาลสะสมอยู่ในน้ำนั้นอีกด้วย สรุปก็คืออย่าได้เอาช้อนส้อมและตะเกียบไปจุ่มลงในน้ำร้อนอีกเลยจะปลอดภัย อ้าว! ที่เข้าใจมาผิดทั้งเพ (อีกแล้ว)
จริงๆ แล้ว ในชีวิตเรา เราเข้าใจผิดในหลายๆ เรื่องมากเลยทีเดียว ในเรื่องเกี่ยวกับการจัดการดูแลการเงินก็เช่นกัน ความเข้าใจผิดที่ผมพบอยู่บ่อยๆ ก็เช่น
l ฝากแบงก์ ปลอดภัยสุด ทำให้คนไทยที่มีเงินออมนิยมการฝากเงินกับธนาคารมากที่สุด และเงินฝากที่คนไทยนิยมมากที่สุด คือ เงินฝากออมทรัพย์ (ที่ให้ดอกเบี้ยต่ำที่สุดด้วยเช่นกัน) แม้ว่าเงินฝากธนาคารจะมีความเสี่ยงเรื่องการขาดทุนต่ำ แต่เพราะดอกเบี้ยที่ต่ำมากๆๆๆๆ ทำให้เงินฝากธนาคารมีความเสี่ยงสูงที่สุด เรื่องค่าของเงินที่ลดลงไปเรื่อยๆ จากเงินเฟ้อ ดังนั้นหากเป็นการออมระยะยาว การฝากเงินธนาคารกลับเป็นการออมที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด เห็นได้จากคนไทยที่นิยมฝากเงินธนาคารมักมีปัญหามีเงินไม่พอใช้ในระยะยาว
l วางแผนการเงินเป็นเรื่องของคนรวย จริงๆ แล้วไม่ใช่เลยครับ คนทุกคนควรจะต้องวางแผนการเงินทั้งนั้น ถามว่าทำไมต้องวางแผน? เหตุผลง่ายๆ ก็คือ เมื่อเราเกิด เราย่อมหนีความแก่ ความเจ็บ ความตายไม่พ้น ปัญหาก็คือหากเราไม่วางแผนการเงิน เมื่อเราแก่เราจะเอาเงินที่ไหนใช้ เมื่อเราเจ็บเราจะเอาเงินที่ไหนใช้ และเมื่อเราตายครอบครัวหรือคนที่เรารัก เช่น ภรรยาเรา ลูกเรา จะเอาเงินที่ไหนใช้ ดังนั้นการวางแผนการเงินจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคนครับ ยิ่งคนที่มีรายได้น้อยยิ่งต้องวางแผนมาก เพราะชีวิตยิ่งต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนในอนาคตมาก
l ออมเงินเพื่อเกษียณ สำคัญที่สุด อย่าให้เงินต้นหาย (อย่าขาดทุน) หลายครั้งที่ผมบรรยายด้านการเงิน โดยเฉพาะการวางแผนการเงินเพื่อเกษียณอายุ เมื่อถามว่ามีใครที่มีการออมเงินเพื่อเกษียณอายุแล้วบ้าง น้อยคนนักที่มี ส่วนใหญ่จะออมเงินแต่ไม่มีเป้าหมายว่าออมเงินเพื่ออะไร ส่วนใหญ่จะมีแค่เป้าหมายว่าเดือนหนึ่งๆ จะออมให้ได้กี่บาท เมื่อเป้าหมายระยะยาวไม่มี โอกาสที่จะประสบความสำเร็จสำหรับเป้าหมายการเงินระยะยาวย่อมน้อยลงไปด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่คำตอบจากการถามคนเกษียณอายุในปัจจุบันว่า ถ้าย้อนเวลากลับไปได้อยากทำอะไร คำตอบหนึ่งก็คือ อยากออมเงินเพื่อเกษียณอายุมากกว่านี้ และเมื่อถามต่อไปอีกว่า เงินที่ออมเพื่อเกษียณอายุ ส่วนใหญ่ออมในอะไร คำตอบที่ได้ ส่วนใหญ่ก็จะออมโดยการฝากเงินในธนาคาร (อีกล่ะ) โดยเหตุผลที่เลือกออมเงินโดยฝากธนาคารก็เพราะกลัวเงินต้นหาย
หากถามว่าตอนเราออมเพื่อเกษียณ เรากลัวอะไรมากกว่ากัน ระหว่างมีเงินไม่พอใช้ หรือกลัวเงินต้นหาย ส่วนใหญ่จะตอบว่ามีเงินไม่พอใช้ อ้าว! แล้วอย่างนั้นฝากแบงก์ทำไม เพราะดอกเบี้ยจากการฝากแบงก์ต่ำมาก ไม่สามารถช่วยให้เรามีเงินพอใช้ยามเกษียณได้เลย เมื่อเราตั้งโจทย์ผิด การแก้ปัญหาก็ผิดตามไปด้วย ดังนั้น เมื่อความเสี่ยงที่เราควรกลัวมากที่สุด คือ มีเงินไม่พอใช้ ไม่ใช่กลัวเงินต้นหาย การออมเงินเพื่อเกษียณจึงควรลงทุนในการลงทุนที่ป้องกันเงินเฟ้อได้ดี เช่น หุ้น เป็นต้น
จะเห็นนะครับว่าความเข้าใจกับความจริงหลายๆ ครั้งตรงข้ามกัน ดังนั้นก่อนตัดสินใจอะไรควรศึกษาหาข้อมูล และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ ให้ละเอียดก่อนตัดสินใจ ป้องกันไว้ดีกว่าแก้ไขครับ
ท่านที่สนใจบทความทางการเงินที่ผมได้เขียนเองและได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ สำหรับเผยแพร่ให้ท่านผู้สนใจทุกท่าน ขอเชิญไปกด Like ได้ที่ Page ใน Facebook ชื่อ Sathit Bovornsantisuth CFP เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารต่อไปได้ครับ...ขอบคุณครับ







