
ความรู้มีทุกวัน
เทคโนโลยีทำให้หลายอย่างในชีวิตเปลี่ยนแปลงไป รวมถึงการเรียนการสอนที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่ใช่แค่ในห้องเรียนเหมือนเมื่อก่อน
เทคโนโลยีทำให้หลายอย่างในชีวิตเปลี่ยนแปลงไป รวมถึงการเรียนการสอนที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่ใช่แค่ในห้องเรียนเหมือนเมื่อก่อน
แม้กระทั่งการเรียนการสอนเรื่อง “อาเซียน” เทคโนโลยีก็กลายเป็นเครื่องมือหนึ่งที่เข้ามามีบทบาทอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมือของครูหรืออาจารย์บางคน
ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ ประธานหลักสูตรรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ขึ้นชื่อว่าเป็นอาจารย์ที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์ตัวยง ทั้งบอกเล่าเรื่องราว สะท้อนมุมมอง และกระตุกความคิดของผองมิตรบนโลกไซเบอร์ให้พบมุมมองความรู้ที่แปลกใหม่และสร้างสรรค์
ล่าสุด เขาเปิดเพจใหม่บนเฟซบุ๊กขึ้นมาเฉพาะสำหรับสอนหนังสือ ในฐานะ “ชั้นเรียนออนไลน์” ใช้ชื่อว่า “ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์” เพราะมองว่า สังคมไทยต้องการความรู้ ซึ่งมีเยอะมาก ทว่าเนื้อหาก็ยังซ้ำๆ แบบเดิม ขณะที่การสอนในห้องเรียนก็ทำได้ภายใต้กรอบอันจำกัด ตามตารางสอนที่ถูกวางเอาไว้แล้ว
แต่ปัจจุบันโลกไอทีได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คนอย่างมาก รวมถึงการใช้เฟซบุ๊กเป็นแหล่งเรียนรู้นี่จึงทำให้เกิดไอเดียในการใช้เฟซบุ๊กเป็นแหล่งให้ความรู้ทั้งเชิงวิชาการและการท่องเที่ยว เพราะเข้าถึงผู้คนได้มากกว่าการสอนในห้องเรียน
สำหรับเนื้อหาที่สอนในชั้นเรียนออนไลน์ ประกอบไปด้วย 4 เรื่องหลักที่เขามีความถนัด ได้แก่ 1.วิชาประวัติศาสตร์ไทย จะทำให้คนไทยได้รู้ข้อมูลใหม่ๆ ความคิดใหม่ๆ แนะนำหนังสือที่ควรอ่านแต่ไม่เคยรู้จักมาก่อน รวมทั้งหยิบยกประเด็นต่างๆ มาพูดคุย เช่น คำทักทาย “สวัสดี”มีที่มาอย่างไร หลายคนไม่รู้ว่าคำนี้เกิดขึ้นในช่วงจอมพล ป. พิบูลสงคราม ที่ประกาศให้ใช้ในโอกาสแรกที่พบกัน เป็นความพยายามที่จะทำให้ทันสมัยแบบที่ชาติตะวันตกพูดว่า Good Morning
นอกจากนี้ จะเน้นสอนประวัติศาสตร์เชิงสังคม ไม่ใช่ประวัติศาสตร์สงคราม เพื่อให้คนไทยเข้าใจการเคลื่อนไหวของสังคมมากขึ้น ไม่ใช่แค่จำว่ารบรากับใคร จนกลายเป็นอคติต่อคนประเทศเพื่อนบ้าน ดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว
2.วิชาอาเซียนเรียนรู้ ต่อยอดมาจากรายการวิทยุที่จัดเป็นประจำทุกวันเสาร์ทางคลื่นเอฟเอ็ม 92 เพราะต้องอ่านหนังสือและทำการบ้านมาก จึงอยากถ่ายทอดให้ชาวออนไลน์ได้เปิดหูเปิดตาเรียนรู้เรื่องราวของเพื่อนบ้าน มองเขาในแบบที่เป็นเขาจริงๆ
อย่างกรณีของสิงคโปร์ชอบใช้คำว่า กล้าที่จะฝัน หรือ Dare to Dream ซึ่งคำว่าฝันในภาษาอังกฤษ คือ เป้าหมายที่มองเพื่อก้าวไปให้ถึง ดังนั้นเมื่อกล้าฝันก็จะกล้ามองหาแนวทางที่จะไป แนวคิดนี้ทำให้สิงคโปร์ก้าวมาจนถึงวันนี้ จากเดิมที่ไม่มีอะไร ทำให้ต้องมองหาอาหารสำหรับป้อนคนในประเทศ จึงใช้ศักยภาพด้านท่าเรือที่มีอยู่
“มองสิงคโปร์แล้วก็ย้อนมองไทย ทุกวันนี้สังคมไทยทำให้เด็กฝันจะทำอะไร มีเป้าหมายอะไรบ้าง โดยส่วนตัวในฐานะอาจารย์คนหนึ่ง ผมวาง vision 2030 ตั้งเป้าหมายที่จะสร้างสังคมฉลาดปราดเปรื่อง แต่สังคมความรู้ต้องใช้เวลา ต้องทำลายอคติเชิงลบของคนในสังคมให้ได้ก่อนจึงจะก้าวไปถึงจุดนั้นได้”
3.วิชาพระเจ้าตาก และ 4.วิชาการเมืองไทยสมัยใหม่ ซึ่ง 2 วิชานี้เป็นความสนใจพิเศษ
“ตั้งใจจะสอนผ่านชั้นเรียนเฟซบุ๊กเป็นภารกิจประจำ เพราะจะได้ทำหน้าที่อาจารย์ในทุกๆ วัน แม้ว่าบางวันจะไม่มีสอนนักศึกษาในมหาวิทยาลัยก็ตาม และไม่ได้เฉพาะสอนนักศึกษา แต่ใครก็ได้ที่อยากเรียนรู้ เชื่อว่ายังมีคนกระหายใคร่รู้อีกจำนวนมาก”







