
แรงกดดันราคาข้าว
ปริมาณสต๊อกข้าวภายในประเทศของไทยที่มีถึง 18-19 ล้านตัน กำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ ในการบริหารจัดการของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
ปริมาณสต๊อกข้าวภายในประเทศของไทยที่มีถึง 18-19 ล้านตัน กำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ ในการบริหารจัดการของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
เพราะปริมาณสต๊อกดังกล่าวถือว่าสูงมาก ต้องใช้เวลาระบายข้าวไม่น้อยกว่า 3 ปี แต่ปริมาณสต๊อกก็จะเพิ่มทวีคูณขึ้นตามฤดูกาลเพาะปลูกข้าวปี 2557/2558 ทั้งข้าวนาปีและข้าวนาปรัง ส่งผลกระทบไปถึงราคาข้าวภายในและราคาส่งออก จนอาจจะต่ำกว่าต้นทุนการผลิตของชาวนา
ถึงกระนั้นกระทรวงพาณิชย์ก็ไม่มีทางออกในเรื่องนี้มากนัก จึงตั้งธงจะนำข้าวออกมาขายในท้องตลาดเดือนละ 5-6 แสนตัน นับจากเดือน ส.ค.นี้เป็นต้นไป ไม่รอให้ข้าวใหม่ออกมาจนทำให้ราคาร่วง ทำให้ตลาดกังวลว่า การนำข้าวไทยที่มีข่าวไม่ดีออกมาจำหน่ายจะยิ่งได้ราคาต่ำ
แม้คนในวงการ ชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เห็นด้วยที่กระทรวงพาณิชย์จะระบายออกมาช่วงนี้ เพราะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เนื่องจากข้าวนาปรังไม่ค่อยทยอยออกสู่ตลาดแล้ว
ชูเกียรติ มั่นใจว่า การที่รัฐรับประกันคุณภาพว่าหากข้าวคุณภาพไม่ดีก็สามารถต่อรองราคาลงได้ ยิ่งช่วยให้เอกชนมั่นใจที่จะเสนอราคาสูงในการซื้อข้าวสต๊อกรัฐ
ประกอบกับการติดตามประเมินสถานการณ์ พบว่า จะเกิดปรากฏการณ์ “เอลนินโญ” ทำให้หลายประเทศที่ผลิตข้าวเกิดภัยแล้ง ผู้ผลิตข้าวที่สำคัญของโลกอย่างอินเดียจะมีผลผลิตลดลง และอาจชะลอการส่งออกข้าวช่วงครึ่งปีหลัง
ขณะเดียวกัน อินโดนีเซียซึ่งเป็นประเทศผู้นำเข้าข้าวสำคัญก็จะได้รับผลกระทบจากเอลนินโญ อาจมีการนำเข้าข้าวเพิ่มมากขึ้น
สถานการณ์แบบนี้น่าจะเป็นโอกาสของข้าวไทย
แต่สำหรับกระทรวงพาณิชย์แล้ว ยิ่งระบายออกมาเท่าใดการขาดทุนก็ยิ่งโผล่ออกมามากขึ้นเท่านั้น
เพราะแม้มีคำสั่งซื้อข้าวไทยเข้ามาที่กระทรวงพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง แต่ข้อมูลด้านราคาที่เสนอเข้ามานั้นต่ำเตี้ยติดดินจริงๆ โดยราคาข้าวปัจจุบันอยู่ในระดับตันละ 8,000-8,200 บาทเท่านั้น







