
หวังหน้าตารัฐบาลใหม่ฟื้นครึ่งปีแรก"อีเวนต์"ลบ20%
แม้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะพูดชัดเจนขึ้นถึงอำนาจถ่วงดุล รัฐบาลใหม่ดูงานบริหาร ส่วน คสช.ดูความมั่นคง และภาพรวมเศรษฐกิจไทยกำลังซื้อจะเริ่มปรับตัวทิศทางดีขึ้น แต่ในส่วนของภาพรวมธุรกิจอีเวนต์ในประเทศ ยังคงอยู่ในสภาวะชะลอตัว เนื่องจากผู้ประกอบการขอรอดูสถานการณ์การเมือง ว่าจะมีใครเข้ามาบริหารประเทศ หน้าตารัฐบาลจะยี้น้อยหรือมาก
แม้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะพูดชัดเจนขึ้นถึงอำนาจถ่วงดุล รัฐบาลใหม่ดูงานบริหาร ส่วน คสช.ดูความมั่นคง และภาพรวมเศรษฐกิจไทยกำลังซื้อจะเริ่มปรับตัวทิศทางดีขึ้น แต่ในส่วนของภาพรวมธุรกิจอีเวนต์ในประเทศ ยังคงอยู่ในสภาวะชะลอตัว เนื่องจากผู้ประกอบการขอรอดูสถานการณ์การเมือง ว่าจะมีใครเข้ามาบริหารประเทศ หน้าตารัฐบาลจะยี้น้อยหรือมาก
จากแนวโน้มดังกล่าว จึงทำให้คาดการณ์ว่าภาพรวมธุรกิจอีเวนต์ในประเทศปีนี้ น่าจะยังมีอัตราการเติบโตติดลบ แต่จะลบมากน้อยเท่าไหร่นั้นคงต้องรอดูสถานการณ์ครึ่งปีหลังว่าแนวโน้มที่เริ่มดีขึ้นจะกระตุ้นอารมณ์ให้ผู้ประกอบการกล้าออกมาจัดงานอีเวนต์หรือไม่
เกรียงไกร กาญจนะโภคิน ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ กล่าวว่า ปัจจัยลบทางการเมืองที่เกิดขึ้นในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ภาพรวมธุรกิจอีเวนต์ในประเทศครึ่งปีแรกมีอัตราการเติบโตติดลบอยู่ที่ประมาณลบ 20% เนื่องจากเจ้าของสินค้าชะลอการใช้งบในการจัดกิจกรรมต่างๆ เพราะปัจจัยลบทางการเมืองถือเป็นเรื่องเซนซิทีฟอย่างมากสำหรับธุรกิจอีเวนต์
แต่หลังจากการเมืองเริ่มนิ่ง ประกอบคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีการออกมาประกาศนโยบายต่างๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการเริ่มกลับคืนมา เห็นได้จากการออกมาเปิดตัวสินค้าใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ดี จากการที่ประเทศไทยยังไม่มีรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ ส่งผลให้ผู้ประกอบการส่วนหนึ่งยังคงจับตาดูรัฐบาลใหม่ว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร เนื่องจากขณะนี้ระบบข้าราชการไทยมีการเปลี่ยนแปลงเยอะมาก จึงทำให้ผู้ประกอบการบางส่วนเวต แอนด์ ซี จนกว่าจะเห็นภาพทุกอย่างชัดเจน
เกรียงไกร กล่าวต่อว่า แนวโน้มที่เกิดขึ้นดังกล่าวส่งผลให้ภาพรวมธุรกิจอีเวนต์สิ้นปีนี้น่าจะยังติดลบ ซึ่งในส่วนของอินเด็กซ์ฯ ก็เช่นกัน และเพื่อให้ผลประกอบการปีนี้ติดลบน้อยลง บริษัทจึงต้องหันมารุกขยายธุรกิจในรูปแบบต่างๆ มากขึ้นเพื่อต่อยอดรายได้ โดยในเร็วๆ นี้บริษัทมีแผนที่จะเปิดตัวธุรกิจใหม่เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจเดิมที่มีอยู่
นอกจากจะขยายธุรกิจในประเทศแล้ว อินเด็กซ์ฯ ยังเดินหน้าขยายธุรกิจในต่างประเทศ ซึ่งประเทศที่จะให้ความสำคัญเป็นพิเศษ คือ พม่า ล่าสุดได้เปิดสื่อโฆษณาเทคโนโลยีทันสมัยรูปแบบใหม่ภายใต้ชื่อ “อินเตอร์แอ็กทีฟ ฟลอร์” เพื่อดึงดูดความสนใจกลุ่มเป้าหมายทั้งชาวพม่าและนักลงทุนต่างชาติที่เดินทางเข้าออกสนามบินนานาชาติกรุงย่างกุ้ง ซึ่งหลังจากเดินหน้าขยายธุรกิจมากขึ้น คาดว่าสิ้นปีจะมีรายได้ที่ 2,000 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 10%
เสริมคุณ คุณาวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีเอ็มโอ กล่าวว่า ช่วงครึ่งปีแรกที่ภาพรวมธุรกิจอีเวนต์ติดลบไปมากถึง 20% เนื่องจากมีการเลื่อนการจัดงานออกไปโดยเฉพาะงานคอนเสิร์ต แต่หลังจากสถานการณ์ทุกอย่างเริ่มนิ่ง การเมืองไม่มีความรุนแรง ผู้ประกอบการเอกชนก็เริ่มกลับมาจัดงานไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ อสังหาริมทรัพย์ สถาบันการเงิน หรืองานเอนเตอร์เทนเมนต์ ส่งผลให้คาดการณ์ว่าภาพรวมธุรกิจอีเวนต์ในประเทศครึ่งปีหลังน่าจะมีอัตราการเติบโต 30% เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีแรก
ในด้านของแผนการทำตลาดของซีเอ็มโอ ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ยังคงเน้นการทำตลาดธุรกิจอีเวนต์ในประเทศเป็นหลัก เพราะจากการที่ปี 2558 จะมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ไทยยังคงถือว่าเป็นประเทศที่มีความโดดเด่นในด้านของธุรกิจอีเวนต์ เนื่องจากเป็นประเทศที่มีความพร้อมในด้านของธุรกิจอีเวนต์ อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค ซีเอ็มโอจึงขอเน้นทำตลาดในประเทศเป็นหลัก ส่วนงานอีเวนต์ต่างประเทศโดยเฉพาะที่ประเทศอินโดนีเซีย ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาเพราะการเมืองอยู่ระหว่างการเปลี่ยนแปลง
งานอีเวนต์ที่ถือเป็นจุดแข็งของซีเอ็มโอ คือ ธุรกิจรถยนต์ ตามด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน เพราะหลังจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจเริ่มปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น ส่งผลให้ภาคสถาบันการเงินเริ่มออกมาทำกิจกรรมส่งเสริมการขาย ด้วยการจัดโรดโชว์ไปตามสถานที่ต่างๆ มากขึ้น เช่นเดียวกับอสังหาริมทรัพย์
เสริมคุณ กล่าวว่า เพื่อให้ธุรกิจมีความแข็งแกร่งมากขึ้น บริษัทมีแผนที่จะเปิดตัวธุรกิจใหม่ในช่วงครึ่งปีหลังนี้เพื่อให้มีรายได้เสริมเข้ามา หลังจากก่อนหน้านี้ได้เปิดตัวงานคอนเสิร์ตไปแล้วจำนวน 4 งาน เพื่อเป็นการทดลองตลาดก่อนผลักดันให้งานอีเวนต์ประจำ เช่น งานซิงเกิล เฟสติวัล และงานฟูลมูน ปาร์ตี้ เป็นต้น ซึ่งหลังจากมีภาคเอกชนหันมาจัดงานอีเวนต์มากขึ้นคาดว่าสิ้นปีจะมีรายได้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ตั้งแต่ต้นปีที่ 1,200 ล้านบาท
เศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัวจะทำให้ภาพรวมธุรกิจอีเวนต์พลิกกลับมาฟื้นตัวเป็นบวกได้หรือไม่ ยังไม่สามารถสรุปผลได้ตอนนี้ เพราะครึ่งปีหลังของปี 2557 ยังอยู่ในช่วงของการเริ่มต้น หากไม่มีสถานการณ์ร้ายแรงมาส่งผลกระทบเหมือนครึ่งปีแรก ธุรกิจอีเวนต์ครึ่งปีหลังคงพอหารายได้มาชดเชยครึ่งปีแรกที่ติดลบได้บ้าง







