
กดดันบอร์ดรฟท.ปลด"ประภัสร์"พันผู้ว่าฯ
คดีข่มขืนและฆาตกรรมผู้โดยสารบนรถไฟสร้างความสะเทือนใจให้กับประชาชนอย่างหนัก จนมีเสียงเรียกร้องให้ผู้บริหารแสดงสปิริตในการทำงาน แต่ดูเหมือน “ประภัสร์ จงสงวน” ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ยังคงยืนกรานว่าจะไม่ลาออก
คดีข่มขืนและฆาตกรรมผู้โดยสารบนรถไฟสร้างความสะเทือนใจให้กับประชาชนอย่างหนัก จนมีเสียงเรียกร้องให้ผู้บริหารแสดงสปิริตในการทำงาน แต่ดูเหมือน “ประภัสร์ จงสงวน” ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ยังคงยืนกรานว่าจะไม่ลาออก
แต่ดูเหมือนว่าเก้าอี้ของเขากำลังสั่นคลอนอย่างหนัก
ล่าสุด สร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมรับทราบและตระหนักว่าขณะนี้กระแสจากสื่อสังคมออนไลน์และประชาชนที่เรียกร้องให้ประภัสร์ลาออกจากตำแหน่งนั้นแรงมาก โดยเฉพาะการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องจิตสำนึกของผู้บริหารองค์กร ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องรับฟังและรับไปพิจารณา ส่วนจะมีการไล่ออกหรือไม่นั้นจะต้องพิจารณาในขั้นตอนของกฎหมายด้วย เพราะผู้ว่าการ ร.ฟ.ท.เข้ามาทำงานโดยมีสัญญาจ้าง
ดังนั้น ขั้นตอนการพิจารณาการทำงานของประภัสร์หลังจากนี้ไปจึงอยู่ที่การพิจารณาของคณะกรรมการ ร.ฟ.ท.เป็นสำคัญ และขอยืนยันว่าบอร์ดที่เหลืออยู่ในขณะนี้มีอำนาจในการพิจารณาข้อกำหนดในสัญญาเรื่องการเลิกจ้างของผู้ว่าการ ร.ฟ.ท.ได้
“บอร์ดรถไฟจึงควรเรียกประชุมด่วน เพื่อสอบสวนหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ เพื่อสร้างมาตรฐานการปฏิบัติงาน” ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าว
ข้อเสนอแนะของปลัดกระทรวงคมนาคมที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงความมั่นคงในเก้าอี้ของผู้ว่าการ ร.ฟ.ท.ได้เป็นอย่างดีว่าง่อนแง่นแค่ไหน
สร้อยทิพย์ยังชี้ให้เห็นช่องโหว่ในการทำงานของร.ฟ.ท. ว่า ขณะนี้ได้รับรายงานว่าปัญหาที่เกิดขึ้นของ ร.ฟ.ท.ส่วนหนึ่งเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่หย่อนยานของผู้บริหาร ร.ฟ.ท. โดยเฉพาะขั้นตอนการคัดเลือกพนักงานมาทำงานและการกวดขันการทำงาน เพราะกรณีของวันชัย แสงขาว ที่เป็นผู้ต้องหาข่มขืนและฆ่าผู้โดยสารนั้น พบว่ามีการใช้เส้นสายในการรับเข้าทำงาน และเจ้าตัวยังเป็นคนนำเอกสารหลักฐานผลตรวจประวัติอาชญากรรมมาเอง โดยไม่รู้ว่าเป็นข้อมูลหลักฐานที่ถูกต้องหรือไม่ จึงถือเป็นช่องโหว่ในการทำงาน ซึ่งผู้ว่าการ ร.ฟ.ท.จะต้องรับผิดชอบและดูแลในเรื่องนี้
“กรณีนี้เป็นอุทาหรณ์ในการทำงานของ ร.ฟ.ท.ที่สะท้อนถึงความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง หากจะถูกตำหนิจากสังคมก็คงถูกต้อง เรื่องนี้คงทำให้พนักงานการรถไฟฯ ทุกคนหันกลับมารักรถไฟมากขึ้น ทำงานให้มีประสิทธิภาพเพื่อเรียกความเชื่อมั่นให้กับองค์กร เพราะเรื่องแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นในบริการสาธารณะของภาครัฐ โดยเฉพาะตู้โดยสารที่คนทั่วไปมั่นใจเรื่องความปลอดภัย จึงต้องมีคนรับผิดชอบเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยเรื่องมาตรการป้องกันของ ร.ฟ.ท.มีครบถ้วนอยู่แล้ว แต่ในทางปฏิบัติมีการดำเนินการหรือไม่นั้น คนในองค์กร ร.ฟ.ท.จะต้องเข้ามาดูว่าความผิดพลาดบกพร่องเกิดจากส่วนใด” สร้อยทิพย์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต สร้อยทิพย์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอร่างประกาศเรื่องการห้ามจำหน่ายและดื่มสุราบนขบวนรถไฟ เพื่อให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณาอนุมัติประกาศบังคับใช้ เนื่องจากเป็นกฎหมายที่อยู่ในอำนาจของสำนักนายกรัฐมนตรี โดยขณะนี้ได้จัดทำร่างไว้พร้อมแล้ว หาก คสช.เห็นชอบจะสามารถประกาศบังคับใช้ได้ทันที
แม้จะมีแรงกดดันให้ประภัสร์ลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบในฐานะผู้บริหารกิจการขนส่งสาธารณะสูงสุด แต่ดูเหมือนในขณะนี้ ประภัสร์ยืนยันว่าคงจะไม่ลาออกตามที่กระแสสังคมเรียกร้อง เพราะเห็นว่าไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไรให้ดีขึ้น
ประภัสร์โยนลูกให้สังคมเห็นในวิธีคิดว่า หากตัวเองลาออกก็จะต้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับ ร.ฟ.ท.
อย่างไรก็ตาม ประภัสร์เปิดช่องว่า หากบอร์ด ร.ฟ.ท.จะประชุมและมีมติให้เลิกจ้างและพ้นจากตำแหน่งผู้ว่าการ ร.ฟ.ท.ก็พร้อมยอมรับ เพราะไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่งอยู่แล้ว และจะไม่มีการฟ้องร้องใดๆ ด้วย
“ผมเห็นว่าสิ่งสำคัญที่สุดที่จะต้องดำเนินการในขณะนี้คือ การทำให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นและเชื่อถือในการเดินทางโดยรถไฟว่ามีความปลอดภัย” ประภัสร์ กล่าว
ผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับทราบข้อมูลจากตำรวจที่สอบสวนคดีนี้ พบว่าวันชัยมีความเกี่ยวพันใกล้ชิดกับผู้บริหารระดับต้นประจำสถานีใหญ่ และน่าจะรับรู้ว่าวันชัยมีประวัติอาชญากร จึงได้กระทำการบางอย่างเพื่อไม่ให้ปรากฏว่ามีข้อมูลอาชญากรรม
ดังนั้น เรื่องนี้จึงขอไปตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมด โดยเฉพาะคนที่อยู่ในสถานะที่มีอำนาจอนุมัติรับพนักงานได้ ส่วนพนักงาน 90 คน ที่ผ่านการคัดเลือกมารอบเดียวกับวันชัยเมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา จะมีการตรวจสอบข้อมูลและให้มีการทดสอบใหม่ทั้งหมด
“ปัญหาของเด็กเส้นที่เข้ามาทำงานใน ร.ฟ.ท.นั้น มักจะเข้ามาแบบคนที่มีอภิสิทธิ์ กล้าที่จะทำอะไร เช่น กล้าดื่มสุราในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ทั้งที่มีข้อห้ามถึงขั้นไล่ออก ดังนั้นการเป็นเด็กเส้นสามารถที่จะโยงไปได้ทุกเรื่อง ซึ่งสิ่งสำคัญจะต้องตรวจสอบให้ได้ว่าวันชัยผ่านการคัดเลือกเข้ามาในระบบได้อย่างไร” ประภัสร์ กล่าว
ขณะที่ ประสิทธิ์ จินดาศรี หัวหน้ากองโดยสาร ร.ฟ.ท. กล่าวว่า ยอมรับเป็นผู้มีอำนาจในการพิจารณารับพนักงานประจำขบวนรถนอนรุ่นนี้ทั้ง 90 คน แต่ทุกอย่างได้ทำตามขั้นตอนดำเนินการของคณะกรรมการ 3 ฝ่าย ตั้งแต่การรับสมัคร การสอบคัดเลือก ในจำนวนนี้ผ่านขั้นตอนการตรวจสุขภาพแล้ว มีผู้ไม่ผ่านเนื่องจากพบฉี่ม่วง 1 ราย และตาบอดสี 7 ราย กรณีของวันชัย แสงขาว ฆาตกรรายนี้ พบว่าผลการตรวจสุขภาพผ่าน ไม่มีปัญหา แต่ยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบประวัติอาชญากร ซึ่งจะต้องรอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้จัดส่งมาให้กับทาง ร.ฟ.ท.
แต่ผู้ก่อเหตุรายนี้ได้เข้ามาทำงานเป็นพนักงานลูกจ้างรายเดือนตั้งแต่เดือน ก.พ.2557 ที่ผ่านมา และเพิ่งจะผ่านการคัดเลือกเป็นพนักงานประจำรายปีของ ร.ฟ.ท. ครั้งล่าสุดวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา
นี่คือภาพกระบวนการทำงานที่หละหลวมของผู้บริหารกิจการสาธารณะด้านขนส่งของประเทศ







