posttoday
ผ่ายุทธศาสตร์รายได้ใหม่"ไทยพาณิชย์"

ผ่ายุทธศาสตร์รายได้ใหม่"ไทยพาณิชย์"

07 กรกฎาคม 2557

กลยุทธ์การบุกกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ของธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ประกาศอย่างชัดเจนตั้งแต่ต้นปีแล้วว่า จะไม่มุ่งเน้นการปล่อยสินเชื่อ

โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์

กลยุทธ์การบุกกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ของธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ประกาศอย่างชัดเจนตั้งแต่ต้นปีแล้วว่า จะไม่มุ่งเน้นการปล่อยสินเชื่อ แต่จะเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมเป็นสำคัญ ซึ่งผ่านมาครึ่งปีสินเชื่อก็โตน้อยจริงๆ แต่ด้วยสาเหตุมาจากสภาพเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย

อาทิตย์ นันทวิทยา รองผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ เผยว่า สำหรับธุรกิจรายใหญ่ สินเชื่อนั้นมีส่วนกับการเติบโตของรายได้น้อย เมื่อเทียบกับค่าธรรมเนียมจากธุรกรรมการเงิน ดังนั้นทิศทางการดำเนินธุรกิจยังเน้นยุทธศาสตร์ความร่วมมือระหว่าง 3 สายงานหลัก (Strategic Cluster) ได้แก่ สายงานวาณิชธนกิจ สายงานตลาดทุน และสายงานตลาดเงิน ซี่งจะร่วมมือกันในการสร้างรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น

เศรษฐกิจชะลอกดดันการลงทุนภาคเอกชน

อาทิตย์ กล่าวว่า การสุญญากาศรัฐบาล ไม่มีคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ทำให้การลงทุนในครึ่งปีแรกชะลอ ทั้งที่ภาคธุรกิจยังมีความต้องการลงทุนอยู่ แต่หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ความเชื่อมั่นเริ่มกลับมา เชื่อว่าจะมีดีลทยอยเข้ามาในช่วงครึ่งปีหลัง

ถามว่า มีความต้องการที่จะลงทุนไหม...มี ซึ่งการที่รายได้หรือดีลไม่มาเป็นการดีเลย์เท่านั้น สถานการณ์มันไม่ได้ไปถึงจุดที่คนหันหลังให้ประเทศนี้ ไม่ได้ไปถึงจุดที่คนบอกว่าไม่ขอทำธุรกิจในไทยขอขยับขยายไปประเทศอื่น ซึ่งหลังมีการเปลี่ยนแปลงส่งผลให้ครึ่งปีหลังบรรยากาศดีขึ้น ซึ่งขณะนี้เราก็กำลังทำดีลใหญ่ดีลหนึ่งมูลค่าธุรกิจหลักหมื่นล้านบาท ที่เป็นการควบรวมกิจการในต่างประเทศ ซึ่งจะเสร็จสมบูรณ์ใน 12 เดือนนี้

ย้ำกลยุทธ์ไม่เน้นสินเชื่อแต่ไม่ละเลย

ผู้นำกลุ่มธุรกิจรายใหญ่แห่งใบโพธิ์ เผย จากอานิสงส์จากการปลดล็อกข้อจำกัดของภาครัฐ ได้สั่งทีมงานรีบเข้าไปพูดคุยใกล้ชิดกับลูกค้าในกลุ่มที่ตัวเองดูแลอยู่ตั้งแต่ยังไม่เริ่มทำอะไร โดยมีเป้าหมายบุกที่ชัดเจนในกลุ่มลูกค้าที่ลงทุน แต่สินเชื่อจะเป็นเป้าหมายสุดท้าย

ทั้งนี้ สินเชื่อเป็นเพียงเครื่องมือที่ทำให้ธุรกรรมทางการเงินมีความสมบูรณ์ แต่ไม่ใช่เป้าหมายหลัก เนื่องจากผลตอบแทนไม่คุ้มค่ากับความเสี่ยง ซึ่งรายได้จากการปล่อยสินเชื่อมีสัดส่วนไม่ถึง 20% ของสินเชื่อที่ปล่อยไป แต่ความคุ้มค่านั้นน้อยกว่า 1 ใน 4 ของรายได้ดอกเบี้ยที่ได้รับ แต่ยังจำเป็นต้องมีสินเชื่อ เพราะเป็นที่มาของรายได้ค่าธรรมเนียม

ขณะที่การแข่งขันสินเชื่อรายใหญ่ของสถาบันการเงินในปัจจุบันอาศัยเพียงความใจกล้าที่จะเสนออัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุด เพื่อขยายสินเชื่อให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ส่งผลให้รายได้จากดอกเบี้ยในกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ขยายตัวได้น้อยที่สุด เมื่อเทียบกับการเติบโตของสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และสินเชื่อรายย่อย

ไม่ขอเป็นเบอร์ 1 สินเชื่อโครงการรัฐ

ส่วนโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐ (เมกะโปรเจกต์) ที่จะออกมาหลังจากนี้ ธนาคารไทยพาณิชย์จะได้รับอานิสงส์ในกลุ่มของตลาดเงินมากกว่า ที่จะมีบรรดาผู้รับเหมาช่วงหรือธุรกิจต่อเนื่อง เช่น ผู้รับเหมา เข้ามาขอสินเชื่อการค้าระหว่างประเทศ เพื่อนำเข้าวัตถุดิบมาเพื่อรองรับโครงการก่อสร้าง รวมทั้งอาจจะมีสินเชื่อโครงการภาครัฐ การขอหนังสือค้ำประกัน (แบงก์การันตี) หรือหนังสือยืนยันการชำระเงิน (แอลซี) เล็กน้อย

ธนาคารยังคงให้ความสนใจโครงการลงทุนภาครัฐที่จะเพิ่มธุรกรรมต่างๆ ได้ แต่ไม่ได้ตั้งเป้าให้เป็นธนาคารอันดับ 1 ของโครงการภาครัฐ เพราะคิดดอกเบี้ยต่ำมาก บางรายเฉือนเนื้อตัวเอง บางรายถึงกับเฉือนกระดูก ซึ่งไม่คุ้มค่าในทางธุรกิจ แต่ถ้าลูกค้าสนใจที่จะเข้าไปร่วมโครงการภาครัฐ ธนาคารก็สนับสนุน

คาดลูกค้ารายใหญ่ระดมทุนปีนี้ไม่ต่ำกว่า 1.5 แสนล้านบาท

สำหรับภาพรวมการระดมทุนของลูกค้ารายใหญ่ของธนาคารไทยพาณิชย์ในปีนี้ อาทิตย์ คาดว่า จะอยู่ราวๆ 1.52 แสนล้านบาท มากกว่าปีที่แล้วเล็กน้อย โดยการระดมทุนจะกระจุกตัวในช่วงครึ่งปีหลังเป็นสำคัญ แต่ยังมีบางหน่วยงานไม่ชัดเจน เช่น การออกกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่อาจจะต้องรอความชัดเจนจากซูเปอร์บอร์ดและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก่อน

นอกจากนี้ ธนาคารยังให้ความสนใจบริษัทไทยขนาดกลางที่เป็นเจ้าของธุรกิจใหญ่ๆ เช่น ร้านกาแฟชื่อดัง หรือแบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำ ในการเข้าไปแนะนำโอกาสทางธุรกิจในการควบรวมกิจการหรือขยายกิจการ โดยโอกาสธุรกิจไทยขณะนี้มุ่งเน้นไปที่การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) โดยเฉพาะในประเทศลุ่มแม่น้ำโขง กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม (CLMV)

แผนระยะยาวเพิ่มค่าฟีให้ได้ 2530% ของพอร์ตสินเชื่อ

รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ระบุว่า ในช่วง 56 ปี ที่ได้เข้ามาอยู่ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สัดส่วนรายได้จากลูกค้าธุรกิจรายใหญ่เปลี่ยนไป จากเดิมค่าธรรมเนียม 35% ดอกเบี้ย 65% ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น ค่าธรรมเนียม 50% และดอกเบี้ย 50% ซึ่งระดับนี้เหมาะสมแล้วในสถานการณ์ปัจจุบัน โดยในปี 2557 ธนาคารตั้งเป้ารายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจรายใหญ่เติบโต 1520% ส่วนสินเชื่อรายใหญ่ คาดว่าเติบโตไปในทิศทางเดียวกับตลาดหรือใกล้เคียง 2%

สำหรับเป้าหมายระยะยาวของกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ คือ ทำให้รายได้ค่าธรรมเนียมปรับขึ้นเป็น 2530% ของพอร์ตสินเชื่อรายใหญ่ ซึ่งขณะนี้พอร์ตสินเชื่อรายใหญ่อยู่ที่ 6.4 แสนล้านบาท ซึ่งยอมรับว่ามีความท้าทาย เพราะถ้าจะทำให้ได้เร็ว ต้องมีรายได้ค่าธรรมเนียมขยายตัวมากกว่า 4045% ทุกปีจากปัจจุบันเฉลี่ยเติบโต 20% และควบคุมพอร์ตสินเชื่อรายใหญ่ให้เติบโตช้าลง แต่ธนาคารจะไม่เดินหน้าแบบสุดโต่งแบบนั้น เพราะต้องดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องไปกับตลาดและความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก

หาผลิตภัณฑ์การเงินใหม่ๆ สนองลูกค้า

อาทิตย์ เปิดเผยว่า ธนาคารยังมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ๆ เข้ามานำเสนอให้แก่ลูกค้ามากขึ้น ซึ่งปีนี้ธนาคารได้รับการอนุมัติให้ออกผลิตภัณฑ์หุ้นกู้แปลงสภาพ (Convertible bonds) ที่เป็นนวัตกรรมทางการเงินที่ยังใหม่สำหรับตลาดการลงทุนในไทย เพราะสถาบันในประเทศมักจะมีเป้าหมายลงทุนในส่วนที่เป็นตราสารหนี้หรือหุ้น แต่หุ้นกู้แปลงสภาพมีลักษณะคล้ายไฮบริดบอนด์ โดยเป็นหุ้นกู้ แต่เมื่อครบกำหนดระยะเวลา สามารถแปลงเป็นหุ้นสามัญได้ หากราคามีศักยภาพเติบโตได้ดี ซึ่งผู้ถือสามารถถือต่อไปได้

“หมายความว่าแทนที่จะเพิ่มทุนในวันนี้ที่ครบกำหนด ก็อาจจะล่าช้าไป 35 ปี และเมื่อถึงวันสุดท้ายก็สามารถนำมูลค่าหุ้นที่ได้รับมาลดดอกเบี้ยจ่ายได้ ตัวนี้จะเหมาะกับกลุ่มที่มีแนวโน้มการเติบโตสูง (High Growth Potential) เช่น กลุ่มโรงพยาบาล หรือกลุ่มธุรกิจบริการ ซึ่งช่วงปลายไตรมาส 3 มีแผนการออกหุ้นกู้แปลงสภาพครั้งแรกในธุรกิจรายใหญ่ขนาดหลักหมื่นล้านบาท”

จับตาซูเปอร์บอร์ดทำแผนระดมทุนรัฐวิสาหกิจล่าช้า

อาทิตย์ กล่าวว่า การตั้งคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (ซูเปอร์บอร์ด) มีผลต่อแผนการลงทุนขนาดใหญ่ของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่ค้างอยู่ต้องชะงักลงบ้าง เพื่อรอการตัดสินใจจากซูเปอร์บอร์ด รวมทั้งธุรกรรมหรือการลงทุน 100 ล้านบาทขึ้นไปต้องได้รับอนุมัติจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ก่อน อาจทำให้มีการทบทวนแผนการลงทุนที่มีอยู่เดิม แต่เชื่อว่าคงใช้เวลาไม่นาน เพราะหลังจากไม่มีวาระการเมืองแทรกซ้อนแล้ว น่าจะทำให้ขั้นตอนต่างๆ รวดเร็ว และมีความโปร่งใสมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่