posttoday
ชี้ช่องลงทุนเกษตรอาเซียนเกษตรแปรรูป-ประมงมาแรง

ชี้ช่องลงทุนเกษตรอาเซียนเกษตรแปรรูป-ประมงมาแรง

04 กรกฎาคม 2557

ทุนไทยกำลังมองหาโอกาสการลงทุนในประเทศอาเซียนอย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งในการลงทุนที่น่าสนใจก็คือ การเกษตร ที่แต่ละประเทศมีโอกาสแตกต่างกัน

ทุนไทยกำลังมองหาโอกาสการลงทุนในประเทศอาเซียนอย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งในการลงทุนที่น่าสนใจก็คือ การเกษตร ที่แต่ละประเทศมีโอกาสแตกต่างกัน

ศูนย์ติดตามและพยากรณ์เศรษฐกิจการเกษตรได้วิเคราะห์ถึงการลงทุนภาคการเกษตรของไทยในอาเซียน และเห็นว่ายังมีโอกาสมหาศาลรอนักลงทุนไทยอยู่ ซึ่งประเทศสมาชิกอาเซียนแต่ละประเทศมีความน่าสนใจแตกต่างกัน แต่โดยภาพรวม การลงทุนเพื่อแปรรูปสินค้าเกษตรและการประมงจะมีโอกาสอยู่ในหลายประเทศ

สำหรับการลงทุนใน กัมพูชา ที่น่าสนใจคือ การผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ การผลิตสินค้าเกษตรโดยใช้เทคโนโลยีทันสมัย การแปรรูปสินค้าเกษตร โรงสีข้าว การเพาะเลี้ยงและแปรรูปสัตว์น้ำ การทำฟาร์ม ปศุสัตว์สมัยใหม่ การทำธุรกิจการเกษตรแบบครบวงจร รวมทั้งธุรกิจที่ต้องใช้แรงงานจำนวนมาก

ส่วน อินโดนีเซีย ให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ อุตสาหกรรมเกษตรและแปรรูปอาหาร เช่น อาหารทะเล ผลิตภัณฑ์ยางพาราและการเพาะเลี้ยงชายฝั่ง หากเป็นอาหารควรให้ความสำคัญกับมาตรฐานฮาลาล

ด้าน ประเทศลาว เหมาะจะลงทุนผลิตและแปรรูปสินค้าเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น เกษตรอินทรีย์ การแปรรูปผลิตผลจากป่า เช่น ลูกตาวกระป๋อง เครื่องใช้จากไม้ไผ่สมุนไพร การผลิตปศุสัตว์ การทำประมงน้ำจืดในแม่น้ำโขง และการผลิตและแปรรูปอาหาร รวมทั้งบริการทางการเกษตรโดยใช้เครื่องจักรกลขนาดเล็กใช้เทคโนโลยีอย่างง่าย

ทั้งนี้ ลาว มีปัญหาเรื่องเทคโนโลยีการผลิต การแปรรูป การรับรองมาตรฐานสินค้า และการถ่ายทอดองค์ความรู้แก่เกษตรกร จึงต้องการความช่วยเหลือในการพัฒนาจากต่างประเทศอย่างมาก การดำเนินธุรกิจการเกษตรในลาวจะมีปัญหาเรื่องแรงงาน ทั้งด้านจำนวนแรงงานทักษะฝีมือ ความกระตือรือร้นในการทำงาน และความไว้วางใจและการปฏิบัติต่อนักลงทุนต่างชาติของทางการลาว จะมีความแตกต่างกัน

ขณะที่ มาเลเซีย ควรเน้นลงทุนการผลิตและแปรรูปอาหารที่เป็นโครงการใหม่ หรือขยายการลงทุนเพิ่มเติม เช่น โครงการผลิตอาหารฮาลาล การทำฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปีกที่ทันสมัย การแปรรูปไม้ยางพารา การส่งออกอาหารผลไม้และดอกไม้ เป็นต้น

ด้าน พม่า ส่งเสริมการลงทุนทางการเกษตรทุกรูปแบบ ทั้งด้านการเกษตร ปศุสัตว์ และประมงตั้งแต่การผลิต โดยใช้เทคโนโลยีการผลิต การแปรรูปสินค้าเกษตรเพื่อตอบสนองความต้องการในประเทศ และส่งออกสินค้าเกษตรแปรรูปไปต่างประเทศ ซึ่งการลงทุนจะต้องศึกษากฎหมายถึงรูปแบบการลงทุนให้ชัดเจน

สำหรับ ฟิลิปปินส์ ถือเป็นตลาดขนาดใหญ่ ประกอบกับยังมีทรัพยากรธรรมชาติที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์เต็มที่ อาทิ สัตว์น้ำ สาหร่ายคาราจีนัน และพืชผลการเกษตรต่างๆ อุตสาหกรรมที่ควรลงทุน ได้แก่ การแปรรูปสินค้าประมง เช่น อาหารทะเลแช่แข็ง/กระป๋อง การแปรรูปสินค้าเกษตร เช่น ผักผลไม้บะหมี่ ขนมปังกรอบ เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพเครื่องดื่มบำรุงกำลัง และเครื่องปรุงรสต่างๆ เป็นต้น

ทั้งนี้ เพื่อให้การลงทุนของไทยเป็นไปอย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น กัมปนาท เพ็ญสุภา รองคณบดีฝ่ายวิจัยผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า หน่วยงานภาครัฐควรดำเนินนโยบายที่เอื้อต่อการลงทุนในต่างประเทศของภาคเอกชน โดยเฉพาะมาตรการภาษี ควรขจัดเกณฑ์การเสียภาษีที่ซ้ำซ้อน เพื่อกระตุ้นให้ลงทุนในต่างประเทศเพิ่มขึ้นพร้อมลดภาระและต้นทุนการบริหารจัดการของภาคเอกชน สนับสนุนเงินทุนแก่ธนาคารของรัฐ เพื่อให้สามารถปล่อยสินเชื่อแก่เอกชนมากขึ้น

อย่างไรก็ดี ธนาคารของรัฐควรเน้นการอำนวยความสะดวกด้านสินเชื่อ และบริการทางการเงินครบวงจรแก่นักลงทุนมากขึ้น และควรมีการตั้งหน่วยงานกลางแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (OneStop Service) ที่ทำหน้าที่เชิงรุกในการให้ความรู้ ชี้แนะโอกาสทางธุรกิจกลยุทธ์ การทำธุรกิจในต่างประเทศ รวมทั้งช่วยจัดหาที่ปรึกษาทางธุรกิจ เพื่อช่วยให้คำแนะนำแก่คนที่ต้องการลงทุนในต่างประเทศ หรือจับคู่นักธุรกิจไทยกับนักธุรกิจในประเทศปลายทาง

ขณะเดียวกัน นักลงทุนไทยก็ต้องเร่งเตรียมตัวและปรับตัว เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่จะมีผลต่อการลงทุนในอนาคต เช่น ควรรวมตัวกันเป็นคณะกลุ่ม หรืออาจสร้างเป็นคลัสเตอร์เพื่อไปหารือโดยตรงกับหน่วยงานภาครัฐในประเทศเป้าหมาย ซึ่งจะได้รับความสนใจมากกว่าการออกไปเป็นรายบริษัท การเรียนรู้การบริหารจัดการความเสี่ยงทางการเงินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งศึกษาข้อมูลหรือสภาพแวดล้อมของประเทศที่จะไปลงทุนให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยเฉพาะสังคม ภาษา วัฒนธรรม และกฎระเบียบด้านการลงทุนของแต่ละประเทศด้วย

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่