
เป้าปลายปีหน้า1,750
ธนชาตปรับเพิ่มกำไรบจ.เศรษฐกิจนักวิเคราะห์เชียร์ซื้อแบงก์สินเชื่อแจ่ม
ธนชาตปรับเพิ่มกำไรบจ.เศรษฐกิจนักวิเคราะห์เชียร์ซื้อแบงก์สินเชื่อแจ่ม
ธนชาตมองข้ามช็อต คาดปีหน้าเศรษฐกิจโตถึง 4% ตั้งเป้าดัชนี 1,750 จุด เดือน ก.ค.เน้นตัวแจกปันผล
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต ปรับประมาณการอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจปี 2557 เป็น 1.4% จากเดิมคาดไว้ที่ 1.2% และการเติบโตจะเร่งตัวขึ้นเป็น 4% ในปีหน้า มากกว่าประมาณการเดิมที่ 3.5% ส่วนปี 2559 คาดว่าจะเติบโต 4.6%
นอกจากนี้ ยังปรับประมาณการอัตราการขยายตัวกำไรบริษัทจดทะเบียน เฉพาะในส่วนที่ธนชาตวิเคราะห์ ในปี 2557 เพิ่มขึ้นเป็น 7.1% จากเดิม 6.8% และอัตราเร่งเพิ่มขึ้นเป็น 14.8% ในปี 2558 เทียบกับประมาณการเดิมที่ 11% ส่วนปี 2559 เพิ่มเป็น 15% เดิมคาดไว้ที่ 13.6% โดยให้เป้าหมายดัชนีหุ้นปลายปี 2558 ที่ 1,750 จุด
สาเหตุที่ปรับประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจและกำไรของบริษัทจดทะเบียน เนื่องจากสถานการณ์การเมืองที่มีเสถียรภาพมากขึ้น และคาดว่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ภายในเดือน ส.ค.-ก.ย.นี้ จะเป็นปัจจัยหนุนทางจิตวิทยาการลงทุนเพิ่มขึ้น
“ถ้าพิจารณาในด้านเศรษฐกิจคาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 3 ปีนี้เป็นต้นไป หลัง คสช.เร่งจ่ายเงินจำนำข้าว และเห็นชอบงบประมาณรายจ่ายปี 2558 มูลค่า 2.575 ล้านล้านบาทไปแล้ว
สำหรับพอร์ตลงทุนในเดือน ก.ค. เน้นกลุ่มหุ้นที่กำไรเติบโตสูง มีปันผลระหว่างกาล และได้รับผลดีเชิงนโยบายของ คสช. เช่น ธนาคารกรุงเทพ (BBL) บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) บริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) บริษัท เด็มโก้ (DEMCO) บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) บริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน (HEMRAJ) บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH) บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น (SAMART) บริษัท ศุภาลัย (SPALI)
นอกจากนั้น นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งยังคงแนะนำให้ “ซื้อ” หุ้นธนาคารพาณิชย์ เช่น ธนาคารทหารไทย (TMB) นักวิเคราะห์จาก บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ให้ราคาที่เหมาะสม 2.55 บาท คาดกำไรสุทธิไตรมาส 2 เติบโตถึง 609% เทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน หรือเติบโต 11% จากไตรมาสแรก เป็น 1,783 ล้านบาท จากสินเชื่อในไตรมาส 2 ที่คาดว่าจะเติบโต 3.1% เทียบกับไตรมาสแรก และเติบโตสูงที่สุดในกลุ่มธนาคาร จึงคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2557 เติบโต 39.2% เป็น 7,988 ล้านบาท
บล.เมย์แบงก์ฯ คงมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มธนาคาร และคาดว่าจะเป็นหุ้นกลุ่มหลักที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมากกว่าตลาดในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ เนื่องจากได้ประโยชน์โดยตรงจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
ด้านนักวิเคราะห์ บล.โกลเบล็กซ์ คงคำแนะนำซื้อหุ้นธนาคารกรุงไทย (KTB) ให้ราคาเหมาะสม 25.20 บาท คาดจะมีกำไรสุทธิไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 38% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และ 7% จากไตรมาสแรก โดยคาดว่าสินเชื่อปลายเดือน พ.ค. เติบโต 4.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน สูงสุดในกลุ่ม
สำหรับการลงทุนในตลาดหุ้นไทยในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ ดัชนีปิดที่ระดับ 1,485.75 จุด เพิ่มขึ้น 197.04 จุด หรือ 13.37% เมื่อเปรียบเทียบกับสิ้นปี 2556 เฉพาะไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 109.49 จุด คิดเป็น 7.95% จากสิ้นไตรมาสแรก
ในครึ่งปีนี้นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 41,033 ล้านบาท แม้ว่าในเดือน มิ.ย. จะขายเพียง 357 ล้านบาท หลังจากพลิกกลับมาซื้อในวันสุดท้ายจำนวน 2,398 ล้านบาทก็ตาม







