posttoday
ความท้าทายธุรกิจสัตว์น้ำไทย

ความท้าทายธุรกิจสัตว์น้ำไทย

01 กรกฎาคม 2557

นับตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา มูลค่าการส่งออกสินค้าสัตว์น้ำของไทย ทั้งสัตว์น้ำสดและสัตว์น้ำแปรรูปได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง จาก 8,129 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2554 เหลือ 8,052 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2555 และ 6,935 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2556 สำหรับในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2557 ไทยส่งออกสัตว์น้ำ 2,517 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงอีก 12% เมื่อเปรียบเทียบกับในช่วงเดียวกันของปี 2556

นับตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา มูลค่าการส่งออกสินค้าสัตว์น้ำของไทย ทั้งสัตว์น้ำสดและสัตว์น้ำแปรรูปได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง จาก 8,129 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2554 เหลือ 8,052 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2555 และ 6,935 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2556 สำหรับในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2557 ไทยส่งออกสัตว์น้ำ 2,517 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงอีก 12% เมื่อเปรียบเทียบกับในช่วงเดียวกันของปี 2556

ขณะที่คู่แข่งสำคัญที่น่าจับตามอง คือ เวียดนาม ได้ส่งออกสินค้าสัตว์น้ำเพิ่มขึ้นมาก จาก 61,00 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2555 เป็น 6,700 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2556 และคาดว่าในปี 2557 จะส่งออกอย่างต่ำ 7,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งจะมีมูลค่าการส่งออกสัตว์น้ำของเวียดนามแซงหน้าไทยเป็นครั้งแรก

สำหรับในช่วงปัจจุบัน นับเป็นช่วงท้าทายสำหรับธุรกิจสัตว์น้ำของไทย เนื่องจากประสบปัญหาในหลายด้าน

ประการแรก ปัญหาขาดแคลนแรงงานอย่างรุนแรง เนื่องจากการประมงและแปรรูปสัตว์น้ำมีสภาพการทำงานที่ค่อนข้างหนัก ทำให้แรงงานไทยหลีกเลี่ยงทำงานในกิจการนี้ ทำให้ต้องพึ่งพาแรงงานต่างด้าวเป็นส่วนใหญ่

ประการที่สอง.ผลผลิตทางการประมงในไทยลดลงมาก เนื่องจากทรัพยากรประมงตามธรรมชาติถูกใช้ประโยชน์มากเกินไป ทำให้จับสัตว์น้ำตามธรรมชาติลดน้อยลงมาก ผู้ประกอบการต้องหันไปทำการประมงนอกน่านน้ำไทย

ประการที่สาม ไทยประสบปัญหาโรคกุ้งตายด่วน กระทบอย่างมากต่อผลผลิตกุ้งในประเทศ ทำให้มูลค่าการส่งออกกุ้งลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยลดลงจาก 3,124 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2555 เหลือ 2,288 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2556 และในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2557 ส่งออก 691 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงอีก 22% เมื่อเปรียบเทียบกับระยะเดียวกันของปี 2556 เพื่อแก้ไขสถานการณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับงบประมาณกว่า 90 ล้านบาท นำเข้าพันธุ์กุ้งจากต่างประเทศเพื่อแจกจ่ายให้เกษตรกร โดยคาดว่าจะดำเนินการได้ภายในเดือน ก.ย. 2557

ประการที่สี่ เผชิญกับปัญหาสหรัฐได้ปรับลดระดับประเทศไทยลงไปอยู่ระดับ 3 หรือ Tier 3 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดของการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ เนื่องจากแรงงานต่างด้าวในไทยได้ถูกกระทำทารุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมประมง ผู้ซื้อในต่างประเทศบางรายจึงได้ชะลอการจัดซื้อสินค้าสัตว์น้ำจากไทย เนื่องจากหวั่นเกรงว่าจะส่งผลกระทบภาพลักษณ์ของตนเอง

ประการที่ห้า ประสบปัญหาที่สหภาพยุโรปจะตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (GSP) แก่ไทยนับตั้งแต่ 1 ม.ค. 2558 เป็นต้นไป เนื่องจากเป็นประเทศมีรายได้ปานกลางแล้ว ขณะที่การเจรจาเอฟทีเอระหว่างไทยและสหภาพยุโรปได้หยุดชะงักลง ไม่สามารถเจรจาแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2557 ค่อนข้างแน่นอน ทำให้ไทยเสียเปรียบอย่างมากต่อคู่แข่งขันสำคัญ คือ เวียดนาม ซึ่งนอกจากจะยังคงได้สิทธิ GSP ต่อไปแล้ว ยังอยู่ระหว่างเจรจาเอฟทีเอกับสหภาพยุโรป ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จปลายปี 2557 จะทำให้สินค้าเวียดนามไม่ต้องเสียอากรขาเข้า ส่งผลทำให้ได้เปรียบสินค้าจากประเทศไทยมากขึ้นไปอีก

อนึ่ง ผู้ประกอบการไทยได้เตรียมพร้อมล่วงหน้าในเรื่องนี้ไปบ้างแล้ว เป็นต้นว่า เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้ก่อสร้างฐานผลิตและแปรรูปกุ้งแบบครบวงจรในเวียดนามเพื่อส่งออก เพื่อใช้ประโยชน์ GSP จากสหภาพยุโรป

ประการที่หก การแข่งขันที่ทวีความเข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะจากเวียดนาม ซึ่งเป็นประเทศที่มีน่านน้ำเป็นแหล่งประมงที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้มีทรัพยากรสัตว์น้ำธรรมชาติจำนวนมาก ประกอบกับมีแรงงานจำนวนมาก ทำให้ได้เปรียบในการแข่งขันสำหรับกิจการสัตว์น้ำเป็นอย่างมาก

ขณะเดียวกัน เวียดนามพยายามพัฒนาอุตสาหกรรมสัตว์น้ำอย่างครบวงจร เป็นต้นว่า กระทรวงเกษตรและการพัฒนาชนบทของเวียดนามได้ประกาศเมื่อปลายเดือน มิ.ย. 2557 จะพัฒนายกระดับอุตสาหกรรมปลาทูน่า ครอบคลุมตั้งแต่การยกระดับการประมง โดยให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ชาวประมง 1,100 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงเรือประมงเดิมหรือซื้อเรือประมงใหม่ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น ปรับปรุงระบบโลจิสติกส์โดยก่อสร้างท่าเรือออกแบบสำหรับรองรับเรือประมงทูน่าเป็นการเฉพาะที่เมือง Quy Nhon โดยจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกเพียบพร้อม เช่น ห้องเย็นสำหรับเก็บรักษาปลาทูน่า ตลาดกลางสำหรับประมูลซื้อปลาทูน่า ฯลฯ

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่