
ไทยยูเนี่ยนฯเสนอคสช.ทุ่มงบสร้างฮับซีฟู้ดโลก
เอกชนเสนอ คสช.ทำยุทธศาสตร์พัฒนาประมงไทยยกระดับเป็นศูนย์กลางอาหารทะเลของโลก
เอกชนเสนอ คสช.ทำยุทธศาสตร์พัฒนาประมงไทยยกระดับเป็นศูนย์กลางอาหารทะเลของโลก
นายฤทธิรงค์ บุญมีโชติ กรรมการผู้จัดการ (กลุ่มผลิตภัณฑ์กุ้ง) บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ (TUF) เปิดเผยว่า การที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จัดงบประมาณเพื่อพัฒนาพ่อแม่พันธุ์ลูกกุ้งให้กับกรมประมง 90 ล้านบาท ถือว่าน้อยไป หากเทียบกับรายได้เข้าประเทศปีละหลายแสนล้านบาท คสช.และรัฐบาลใหม่ควรจัดทำยุทธศาสตร์พัฒนาไทยให้เป็นศูนย์กลางอาหารทะเลของโลก (ฮับซีฟู้ด) ของโลก เนื่องจากไทยมีศักยภาพและมีความพร้อมทุกด้าน
“หากเห็นว่าอุตสาหกรรมอาหารทะเลของไทยมีความสำคัญ รัฐก็ควรจะกำหนดยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติงานเพราะรายได้จากอุตสาหกรรมประมง กุ้งและปลามากกว่าปีละ 13 แสนล้านบาท หาก หมุน 3 รอบ ก็จะทำให้รายได้ประชาชนเพิ่มมากขึ้น กรณีกุ้งรัฐควรให้งบพัฒนา พ่อแม่พันธุ์ และสร้างเป็นศูนย์พันธุวิทยาสำหรับพัฒนาสายพันธุ์กุ้งให้ดียิ่งขึ้น เพราะการผลิตของประเทศไทยสามารถเลี้ยงกุ้งได้ดีเป็นอันดับ 1 ของโลกได้ หากต้องลงทุนเป็นพันล้านบาทก็คุ้ม ปัจจุบันไทยส่งออกกุ้งเป็นอันดับ 5 ของโลกจากที่เคยเป็นอันดับ 1” นายฤทธิรงค์ กล่าว
นายฤทธิรงค์กล่าวด้วยว่า ผลจากไทยมีโรคระบาดอีเอ็มเอสหรือโรคกุ้งตายด่วน ส่งผลให้ผลผลิตกุ้งของไทยลดลงจากการผลิตได้ปีละ 56 แสนตันเมื่อปี 2553-2554 และส่งอออกได้เป็นอันดับ 1 ของโลก ลดลงเหลือเพียงปีละ 2.5 แสนตันใน2555 เป็นต้นมาและในปี 2557 ที่กรมประมงคาดว่าผลผลิตกุ้งจะกลับมาได้ถึง 3 แสนตันนั้นไม่น่าจะเป็นไปได้ โดยบริษัทคาดว่าผลผลิตน่าจะอยู่ที่ประมาณ 2 แสนถึง 2.5 แสนตันเท่านั้นซึ่งทำให้ยอดส่งออกของไทยหล่นลงมาอยู่อันดับที่ 5 ในปี2557 เนื่องจากไม่มีวัตถุดิบเพียงพอ แต่หากวางแผนดีคาดว่าไม่เกิน 3 ปีไทยจะกลับมาเป็นอันดับหนึ่งในการส่งออกกุ้งของโลก
สำหรับบริษัท TUF นั้นปัจจุบันมีตลาดส่งออกสินค้าประมงที่สำคัญ ในสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป คือทูน่าและกุ้ง มียอดขายทั่วโลกปีละกว่า 1.2 แสนล้านบาทโดย 40% เป็นยอดขายในสหรัฐและยุโรป โดยรายได้ของกุ้งประมาณ 12 % ในตลาดสหรัฐและในกลุ่มสหภาพยุโรปประมาณ 78% ได้รับการติดต่อจากมาเลเซียในการไปร่วมทุนผลิตกุ้งในมาเลยฯ ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจา
อย่างไรก็ตาม หลังจากปี 2556 และ57 การส่งออกกุ้งไทยหล่นลงมาอยู่อันดับ 5 จากอันดับ 1 โดยเสียแชมป์ให้กับประเทศอินโดนีเซียและอินเดีย
ทั้งนี้เขาเห็นว่าไทยมีศักยภาพที่จะเป็นฮับซีฟู้ดของโลกได้อย่างดี ไม่ใช่เพียงระดับภูมิภาคเท่านั้น แต่รัฐต้องสิ่งเสริมการเพาะเลี้ยงกุ้ง และส่งเสริมการหาวัตถุดิบจากนานาประเทศ การขจัดอุปสรรคทางระเบียบกฏหมายเพื่อเอื้อกับบริษัทเอกชนของไทยที่มีความแข็งแรงออกไปสู้กับต่างประเทศได้ ซึ่งที่ผ่านมาพบว่าระเบียบของรัฐบาลเป็นอุปสรรคสำคัญของการทำธุรกิจประมงโดยเฉพาะปัญหาแรงงานต่างด้าวที่มีหน่วยงานรับผิดชอบมากเกินไป







