
สินค้าเกษตรอาการหนัก
ยางพารา-น้ำตาล-กุ้งราคาลดฮวบพาณิชย์ยอมลดเป้าส่งออกเหลือ3.5%
ยางพารา-น้ำตาล-กุ้งราคาลดฮวบพาณิชย์ยอมลดเป้าส่งออกเหลือ3.5%
ราคาสินค้าเกษตรร่วงหนัก จนยอดส่งออกติดลบ 1.22% พาณิชย์ปรับเป้าทั้งปีเหลือ 3.5%
นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า การส่งออกสินค้าไทยในเดือน พ.ค.ที่ทำได้แค่ 1.94 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 2.14% เมื่อเทียบกับเดือน พ.ค. 2556 ซึ่งเป็นการขยายตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ในรอบปีนี้ จนทำให้ตัวเลขการส่งออกในช่วง 5 เดือน (ม.ค.พ.ค.) มีมูลค่า 9.28 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงถึง 1.22% เป็นเพราะกลุ่มสินค้าเกษตรลดลงมากถึง 3.5%
ทั้งนี้ สินค้าสำคัญที่ส่งออกลดลง เช่น ยางพารา ลดลง 23.1% น้ำตาล ลด 23.2% สาเหตุมาจากราคายางพาราและน้ำตาลในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างมาก ส่วนสินค้ากุ้งแช่แข็งและแปรรูป ลดลง 16.9% เป็นผลจากอุตสาหกรรมกุ้งยังมีปัญหาเรื่องปริมาณผลผลิตจากโรคตายด่วน (อีเอ็มเอส)
นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเกิดจากเกษตรกร และผู้ผลิตไม่กล้าลงทุนผลิต จากการคาดการณ์เรื่องปัญหาแรงงานที่สหรัฐลดอันดับไทย อย่างไรก็ดี ยังมีสินค้าเกษตรบางรายการที่สามารถส่งออกได้มากขึ้น ได้แก่ ข้าว ผักผลไม้แช่แข็ง/แปรรูป และไก่สดแช่แข็งและแปรรูป
ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมลดลงเพียง 0.1% สินค้าที่ส่งออกลดลง เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า ยานพาหนะ อุปกรณ์และส่วนประกอบ สิ่งทอ วัสดุก่อสร้าง ผลิตภัณฑ์ยาง เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน
อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์คาดการณ์ว่าการส่งออกทั้งปี 2557 จะขยายตัวเพิ่มขึ้น 3.5% จากเดิมคาดการณ์ทั้งปีขยายตัว 5% เนื่องจากการส่งออกในช่วงครึ่งปีแรกยังมีปัญหาในเรื่องเศรษฐกิจคู่ค้าชะลอตัว แต่เชื่อว่าครึ่งปีหลังแนวโน้มการส่งออกจะปรับตัวดีขึ้นมาก จากภาวะเศรษฐกิจคู่ค้าเริ่มกลับมาฟื้นตัว โดยคาดว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัว 3.63.7% อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 31.5 บาท/เหรียญสหรัฐ
“หากจะทำให้ได้ตามเป้าหมาย 3.5% การส่งออกในช่วงที่เหลือตั้งแต่มิ.ย.เป็นต้นไปจะต้องส่งออกให้ได้เดือนละ 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ” นางนันทวัลย์ กล่าว
สำหรับผลกระทบจากการที่สหรัฐได้ปรับลดสถานะประเทศไทยในเรื่องการค้ามนุษย์มาอยู่ในบัญชีต่ำสุด และสหภาพยุโรป (อียู) ได้มีการกล่าวหาไทยเรื่องแรงงานนั้น จากการติดตามส่งออกกลุ่มสินค้าประมงยังไม่ได้รับผลกระทบ ซึ่งได้สั่งการให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ทั้งในสหรัฐ และยุโรป ทำการชี้แจงลูกค้าและผู้นำเข้ารายสำคัญถึงแนวทางการแก้ปัญหาของทางการไทย
“หลังจากนี้จะหารือร่วมกับภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานมาก ทั้งประมง สิ่งทอ น้ำตาล ซึ่งจะต้องมีการปรับกระบวนการผลิต การจัดหาวัตถุดิบ ที่จะต้องสามารถชี้แจงแหล่งที่มาที่ไปได้ โดยต้องมีระบบตรวจสอบย้อนกลับที่ชัดเจน” นางนันทวัลย์ กล่าว







