posttoday
จิตติพร จันทรัช ลงทุนหุ้นมีกำไร

จิตติพร จันทรัช ลงทุนหุ้นมีกำไร

27 มิถุนายน 2557

แต่ละคนย่อมมีจุดเริ่มต้นของการลงทุนหรือวิธีการบริหารการเงินที่แตกต่างกัน รวมถึง “จิตติพร จันทรัช” วัย 40 ปี กรรมการผู้จัดการบริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด เจ้าของและผู้บุกเบิกส่งออกซอสปรุงรส เครื่องแกง อาหารสำเร็จรูปต่างๆ ไปยังต่างประเทศ ที่เตรียมเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ครึ่งปีหลังนี้

แต่ละคนย่อมมีจุดเริ่มต้นของการลงทุนหรือวิธีการบริหารการเงินที่แตกต่างกัน รวมถึง “จิตติพร จันทรัช” วัย 40 ปี กรรมการผู้จัดการบริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด เจ้าของและผู้บุกเบิกส่งออกซอสปรุงรส เครื่องแกง อาหารสำเร็จรูปต่างๆ ไปยังต่างประเทศ ที่เตรียมเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ครึ่งปีหลังนี้

จุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาเห็นและเชื่อว่าการลงทุนในหุ้นนั้นมีโอกาสได้ผลตอบแทนที่ดีมาจากชั่วโมงเรียนคณิตศาสตร์หรือเศรษฐศาสตร์ระดับไฮสกูลโรงเรียนนานาชาติบางกอก (International School Bangkok) โดยเริ่มจากให้เรียนรู้เรื่องหุ้นกระดาษและพอได้ทดลองเล่นมา 1 เดือน ก็ได้กำไร จึงทำให้เขาอยากเข้าสู่การลงทุนในสนามจริงเปิดบัญชีผ่านคนอื่น

เขาเข้าวงจรสู่การลงทุนด้วยเงินเก็บที่มีอยู่ 3 หมื่นบาท เท่าที่จำได้ช่วงเริ่มต้นมีเพียงหุ้น 2 บริษัทเท่านั้นหนึ่งในนั้นคือ บริษัท กฤษดามหานคร (KMC) ซึ่งเป็นหุ้นที่ทำให้ได้กำไรมากและสามารถซื้อโทรศัพท์มือถือได้ จากนั้นก็เข้าสู่วงการทดลองกู้เงินเพื่อซื้อหุ้น (มาร์จิ้นโลน)

“ตอนนั้นไม่ได้รู้เรื่องอะไรมาก ฟังครู ฟังเพื่อน ฟังเจ้าหน้าที่การตลาดว่าอะไรดี เล่นไปเรื่อยๆ เหมือนเรียนรู้และทดลองการลงทุนจับผิดจับถูกเอง เพราะรู้สึกสนุกมากกว่า แต่พอเจอวิกฤตสุดก็ตอนที่ ซัดดัม บุกคูเวต ปี 2533 ราคาหุ้นได้ปรับลงบ้าง แต่สุดท้ายก็มีเงินเก็บจากพอร์ตลงทุนที่เติบโตไปถึง 2 แสนบาท และตัดสินใจขายพอร์ตทิ้งไป เพราะต้องไปเรียนต่อที่ประเทศสหรัฐ โดยนำเงินก้อนนั้นที่เก็บได้มาไปลงทุนต่อซื้อหุ้นที่สหรัฐ”

แต่เหตุการณ์ที่ทำให้เขาต้องจดจำจนถึงวันนี้คือ การที่ไปซื้อใบสำคัญแสดงสิทธิเพื่อซื้อหุ้น (วอร์แรนต์) ของหุ้นตัวหนึ่งตามที่เพื่อนบอก โดยไม่รู้เลยว่าวอร์แรนต์คืออะไร ต้องลงทุนอย่างไร และวอร์แรนต์ก็ได้สร้างบทเรียนที่ยิ่งใหญ่ เพราะปล่อยให้วอร์แรนต์หมดอายุไป ทำให้เงินก้อนที่อุตส่าห์เก็บจากเมืองไทยทั้งหมด 2 แสนบาท ต้องมลายหายไปในทันที

เมื่อกลับมาหลังปีที่จะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 เขาก็เริ่มลงทุนใหม่ด้วยต้นทุน 1 แสนบาท และก็มักจะแบ่งเงินจากเงินเดือนประมาณ 2030% ทยอยไปซื้อหุ้นสะสมไปเรื่อย แต่ก็เข้าไปลงทุนและขายทำกำไรบ้าง โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์

ปัจจุบันจิตติพรเน้นลงทุนหุ้นเพียง 35 บริษัทเท่านั้น และหวังผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีที่ประมาณ 1520% โดยจะเน้นเลือกหุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผลที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยมากกว่า 5% เพราะเชื่อว่าถึงอย่างไรผลตอบแทนหุ้นก็ต้องมากกว่าดอกเบี้ยเงินฝากจากธนาคารพาณิชย์ และที่ไม่ลืมต้องมองว่าควรเป็นหุ้นที่มีโครงการหรือแผนการดำเนินงานในอนาคตที่ชัดเจน ซึ่งถ้ามั่นใจว่าเลือกดีแล้วระหว่างทางที่หุ้นมีความผันผวนก็ไม่ขาย

วิธีการลงทุนในหุ้นของเขาจะแตกต่างกันไปตามอายุและหน้าที่การงานที่รับผิดชอบ แต่ถึงอย่างไรก็เชื่อมั่นในการลงทุนหุ้น ช่วงอายุน้อยกล้าได้กล้าเสียมาก และมีการซื้อขายระยะสั้นไปบ้าง แต่พอโตขึ้นมีหน้าที่การงานที่ต้องรับผิดชอบเพิ่มทำให้วิธีการลงทุนจะต้องเปลี่ยนแปลงไป โดยหันมาเลือกความปลอดภัยจากการลงทุนมากขึ้น

“ตอนนี้เน้นเลือกหุ้นที่มีพื้นฐานดี ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นหุ้นขนาดใหญ่ แต่ต้องเน้นที่มีการจ่ายปันผลด้วย เพราะอย่างน้อยเชื่อว่าหาเจอภาวะหุ้นขาลง อย่างไรก็ยังได้เงินปันผลกลับเข้ามา พร้อมกับมั่นใจว่าถ้าซื้อสิ่งที่เป็นพื้นฐานดีจริงถือหุ้นตัวนั้นยาวไปมากกว่า 3 ปีขึ้นไป ถึงอย่างไรก็ต้องได้ส่วนต่างกำไรหุ้นออกมาบ้างอยู่ดี”

ปัจจุบันพอร์ตการลงทุนของเขาอยู่ในหลักมากกว่า 10 ล้านบาทขึ้นไป นอกจากนี้ยังเลือกการเก็บออมหุ้นโดยลงทุนแบบถัวเฉลี่ยในการเข้าไปซื้อหุ้นให้ลูกสะสมไว้ทุกเดือนอีกด้วย เพราะมั่นใจว่าหุ้นหากลงทุนระยะยาวถึงอย่างไรก็จะให้ผลตอบแทนที่ดีและก็มากกว่าการเอาไปฝากเพื่อกินดอกเบี้ยจากธนาคารพาณิชย์

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่