posttoday
ธนูดอกที่ 3 ของอาเบะ และแนวโน้มการเติบโตของญี่ปุ่น

ธนูดอกที่ 3 ของอาเบะ และแนวโน้มการเติบโตของญี่ปุ่น

26 มิถุนายน 2557

ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลายคนคงจะได้ยินนโยบายเศรษฐกิจของญี่ปุ่น ที่เรียกกันว่า อาเบะโนมิกส์ (Abenomics) ซึ่งนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของญี่ปุ่น ชินโสะ อาเบะ นำมาใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ญี่ปุ่นหลุดพ้นจากภาวะเงินฝืดและกลับมาเติบโตได้ โดยสาระสำคัญของมาตรการดังกล่าวมี 3 เรื่องหลักๆ หรือที่เรียกกันว่า ธนู 3 ดอก โดยธนู 2 ดอกแรก ได้แก่ การใช้มาตรการด้านการเงินและการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้วอย่างต่อเนื่อง โดยทั้งตัวเลขเศรษฐกิจของญี่ปุ่น รวมถึงตลาดหุ้นต่างก็ตอบรับออกมาค่อนข้างดี ดังจะเห็นได้จากการที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นในปีที่ผ่านมาปรับตัวขึ้นไปกว่า 50% อย่างไรก็ดีสำหรับธนูดอกที่ 3 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจต่างๆ ในประเทศนั้น แม้ว่าจะได้มีการประกาศออกมาสักพักแล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นอะไรที่ออกมาเป็นรูปธรรมนักทำให้นักลงทุนบางส่วนเริ่มขาดความเชื่อมั่นว่าญี่ปุ่นจะสามารถปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนได้หรือไม่ และนั่นก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นตั้งแต่ต้นปีปรับตัวลงมากว่า 6%

ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลายคนคงจะได้ยินนโยบายเศรษฐกิจของญี่ปุ่น ที่เรียกกันว่า อาเบะโนมิกส์ (Abenomics) ซึ่งนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของญี่ปุ่น ชินโสะ อาเบะ นำมาใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ญี่ปุ่นหลุดพ้นจากภาวะเงินฝืดและกลับมาเติบโตได้ โดยสาระสำคัญของมาตรการดังกล่าวมี 3 เรื่องหลักๆ หรือที่เรียกกันว่า ธนู 3 ดอก โดยธนู 2 ดอกแรก ได้แก่ การใช้มาตรการด้านการเงินและการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้วอย่างต่อเนื่อง โดยทั้งตัวเลขเศรษฐกิจของญี่ปุ่น รวมถึงตลาดหุ้นต่างก็ตอบรับออกมาค่อนข้างดี ดังจะเห็นได้จากการที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นในปีที่ผ่านมาปรับตัวขึ้นไปกว่า 50% อย่างไรก็ดีสำหรับธนูดอกที่ 3 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจต่างๆ ในประเทศนั้น แม้ว่าจะได้มีการประกาศออกมาสักพักแล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นอะไรที่ออกมาเป็นรูปธรรมนักทำให้นักลงทุนบางส่วนเริ่มขาดความเชื่อมั่นว่าญี่ปุ่นจะสามารถปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนได้หรือไม่ และนั่นก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นตั้งแต่ต้นปีปรับตัวลงมากว่า 6%

ล่าสุด สภาพัฒนาการแข่งขันด้านอุตสาหกรรม และสภาด้านนโยบายเศรษฐกิจและการคลังของญี่ปุ่น ได้มีการเปิดเผยแผนในมาตรการธนูดอกที่ 3 ออกมาอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยมีแผนในรายละเอียดว่าจะมีการดำเนินปฏิรูปอะไร อย่างไรบ้าง แม้ว่าในรายละเอียด จะไม่แตกต่างจากที่ตลาดได้คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า แต่ก็ถือเป็นสัญญาณบวกที่ดีที่บ่งชี้ให้ตลาดเห็นถึงความตั้งใจจริงของรัฐบาลญี่ปุ่นในการดำเนินการที่จะปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศให้มีความยั่งยืนต่อไป

มาตรการที่สำคัญๆ ในธนูดอกที่ 3 ที่น่าจะส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้นญี่ปุ่นอย่างชัดเจนมาตรการแรก ได้แก่ การสนับสนุนให้บริษัทจดทะเบียนญี่ปุ่นมีบรรษัทภิบาลเพิ่มขึ้น เพราะในอดีตบรรดากรรมการบริหารของบริษัทมักจะเป็นตัวผู้บริหารเอง ขณะที่มาตรการใหม่จะกำหนดให้กรรมการบริษัทต้องประกอบด้วยกรรมการอิสระที่ไม่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์เข้ามามากขึ้น โดยกำหนดระยะเวลาในการปฏิบัติชัดเจนในปีงบประมาณหน้า ซึ่งในระยะยาว การที่มีคณะกรรมการที่เป็นอิสระมากขึ้น จะทำให้การบริหารงาน หรือการตัดสินใจของธุรกิจ คำนึงถึงประโยชน์ของผู้ถือหุ้นมากขึ้น และจะส่งผลให้อัตราส่วนกำไรสุทธิต่อผู้ถือหุ้น (ROE) มีแนวโน้มดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อราคาหุ้นในระยะยาว โดยนักวิเคราะห์หลายสำนักมองว่ามาตรการด้านบรรษัทภิบาลนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่นในระยะยาว

มาตรการที่สำคัญต่อมา คือ การปฏิรูปสินทรัพย์ที่จะลงทุนได้ของกองทุนบำนาญของญี่ปุ่น (GPIF) ซึ่งเป็นกองทุนบำนาญที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกด้วยขนาดมากกว่า 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยปัจจุบัน GPIF จะเน้นลงทุนในพันบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นเป็นหลัก และมีสัดส่วนในหุ้นไม่เกิน 12% อย่างไรก็ดีแผนการปฏิรูปจะมีการอนุญาตให้ GPIF สามารถเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นได้มากขึ้น แม้จะยังไม่มีกำหนดเพดานสูงสุดที่สามารถลงทุนในหุ้นได้ออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร แต่ก็เริ่มเห็นสัญญาณว่า GPIF จะมีการเริ่มซื้อหุ้นมากขึ้น เพราะในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ GPIF ได้มีการขายพันธบัตรญี่ปุ่นออกมาแล้วถึงกว่า 1.85 ล้านล้านเยน (1.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1% ของขนาดกองทุน GPIF) ซึ่งการเข้าถือหุ้นเพิ่มขึ้นของ GPIF ก็จะส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่นในระยะยาว

มาตรการอีกประเด็น คือ เรื่องของการปฏิรูปโครงสร้างภาษีนิติบุคคล โดยมีการระบุชัดเจนว่าจะปรับลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลลงมาให้อยู่ต่ำกว่า 30% โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป ถึงแม้ว่าตัวเลขดังกล่าวจะสอดคล้องกับที่ตลาดได้คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า และอาจจะไม่ได้ส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่นในระยะสั้น เพราะได้มีการรับรู้ข่าวดังกล่าวไปแล้ว แต่ในระยะยาว ผลของการปรับลดภาษีนิติบุคคล จะทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น ซึ่งก็จะส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่นเช่นกัน

นอกเหนือจากมาตรการหลักๆ ดังกล่าวข้างต้นในนโยบายธนูดอกที่ 3 แล้ว ญี่ปุ่นเองยังมีธนูดอกที่ 4 ที่มองข้ามไปไม่ได้เลย ก็คือ การได้เป็นเจ้าภาพจัดงานกีฬาโอลิมปิกในปี 2020 ซึ่งจะต้องมีการก่อสร้างสนามกีฬาและโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เพื่อรองรับก่อนการจัดงาน และส่งผลให้เกิดการจ้างงานรวมถึงการใช้จ่ายเพื่อให้เศรษฐกิจเติบโตขึ้น รวมถึงเม็ดเงินที่จะได้รับจากการท่องเที่ยวในช่วงการจัดงาน ปัจจัยเหล่านี้ล้วนแต่ส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจของญี่ปุ่นเช่นเดียวกัน

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่