posttoday
เพิร์ล เอนเตอร์ไพรส์ เขย่าตลาดด้วยแบรนด์แว่นตาต่างแดน

เพิร์ล เอนเตอร์ไพรส์ เขย่าตลาดด้วยแบรนด์แว่นตาต่างแดน

06 มิถุนายน 2557

ยุค 90 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการเปิดเสรีทางเศรษฐกิจของอินเดีย

โดย...เสาวลักษณ์ ขันกสิกรรม

ยุค 90 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการเปิดเสรีทางเศรษฐกิจของอินเดีย จนกระทั่งเศรษฐกิจแดนภารตทะยานขึ้นมาติดอันดับต้นๆ ของโลกอย่างรวดเร็ว จากเศรษฐกิจขาขึ้นของแดนโรตีในครั้งนั้น ยังเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างธุรกิจของ ดีพัค ปันคาเมีย ที่มองเห็นช่องทางในธุรกิจนำเข้าและจัดจำหน่ายแว่นตาแบรนด์ดังในอินเดียบ้านเกิด

ปันคาเมีย เปิดตัวบริษัทนำเข้าและจัดจำหน่ายแว่นสายตาแบรนด์ดังจากต่างประเทศในชื่อ เพิร์ล เอนเตอร์ไพรส์ ครั้งแรกเมื่อปี 1989 ในเมืองมุมไบ หลังจากฝ่ามรสุมความท้าทายทางการตลาดมาอย่างยาวนาน เพิร์ล เอนเตอร์ไพรส์ ก็สามารถขยายสาขาได้กว่า 800 สาขา ใน 123 เมืองทั่วอินเดีย แถมยังกลายเป็นบริษัทผู้นำด้านเชนสโตร์ หรือกลุ่มร้านค้าปลีกที่มีเจ้าของเดียวกัน รวมถึงผู้นำด้านค้าปลีกที่ทันสมัย

ดีพัค ปันคาเมีย กรรมการผู้จัดการของ เพิร์ล เอนเตอร์ไพรส์ ได้เสนอมุมมองในการทำธุรกิจผ่านเว็บไซต์ เอสเอ็มอี มอนิเตอร์ ว่า

“ผมยอมเสี่ยงที่จะดึงแบรนด์แว่นตาต่างประเทศเข้ามา แม้ช่วงเวลานั้นแบรนด์ท้องถิ่นจะครองส่วนแบ่งทางตลาดเกือบทั้งหมด แต่ผมไม่ใช่สมาชิกคนแรกของครอบครัวที่เข้ามาจับธุรกิจนี้ เพราะเมื่อ 45 ปีก่อน พ่อผมก็เคยผลิตและจำหน่ายแว่นตาในเมืองราชโกฎิ”

นอกจากนี้ ปันคาเมีย ยังอธิบายตลาดแว่นตาในอินเดียเพิ่มเติมด้วยว่า การเพิ่มขึ้นของประชากรในอินเดียส่งผลให้ความต้องการแว่นตาในตลาดมีมากขึ้น ทว่าอินเดียยังไม่มีขีดความสามารถที่เพียงพอในการผลิตแว่นตาที่มีคุณภาพสูงได้ ซึ่ง ปันคาเมีย มองเห็นช่องว่างดังกล่าว จึงตัดสินใจนำเข้าแว่นตาหลากหลายแบรนด์จากต่างประเทศ เพื่อเติมเต็มช่องว่างที่เกิดขึ้น

แม้จะดูเหมือนว่าธุรกิจนำเข้าและจำหน่ายแว่นตาแบรนด์ดังๆ ทั้งหลายของ ปันคาเมีย จะประสบความสำเร็จอย่างสวยงาม แต่นักธุรกิจชาวอินเดียได้เล่าย้อนไปในจุดที่ยากที่สุดในการประกอบธุรกิจด้านนี้ว่า

“แน่นอนว่าช่วงที่ยากที่สุดในการทำธุรกิจนี้คือ ตอนเริ่มต้นในยุค 90 หลังอินเดียเปิดเสรีทางการค้าไม่นาน โดยเฉพาะเรื่องกฎระเบียบในการนำเข้าสินค้าจากผู้ผลิตหลากหลายยี่ห้อ รวมถึงการกระจายสินค้า เราจึงต้องแก้ปัญหาระบบโลจิสติกส์ที่เกิดขึ้น ด้วยการสร้างทีมกระจายสินค้าไปยังร้านค้าปลีกทั่วประเทศ นอกจากนี้เรายังลงทุนในการพัฒนาระบบขนส่งสินค้าของตนเอง เพื่อบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้นในการกระจายสินค้าและเป็นการสร้างห่วงโซ่อุปทานที่มั่นคงปลอดภัยด้วย”

อย่างไรก็ดี ปันคาเมีย ยังชี้ให้เห็นความท้าทาย 2 ประการ ในการทำธุรกิจแว่นตานำเข้าในอินเดีย ได้แก่ ปัญหาด้านโลจิสติกส์และความหลากหลายของสินค้า โดยปัญหาด้านโลจิสติกส์เป็นปัญหาสำคัญของบริษัท เนื่องจาก ทางบริษัทมีร้านค้าปลีกกว่า 800 แห่ง ใน 123 เมือง ของ 21 รัฐ ในอินเดีย นอกจากนี้ ความต้องการสินค้าที่แตกต่างกันแต่ละพื้นที่ก็เป็นอีกปัจจัยที่บริษัทต้องนำมาพิจารณา ทั้งนี้ทาง เพิร์ล เอนเตอร์ไพรส์ แก้ปัญหาดังกล่าวด้วยการจัดทำแผนที่ว่าแต่ละพื้นที่ต้องการสินค้าชนิดใด เพื่อที่จะสต๊อกสินค้าให้ตรงกับตามความต้องการของลูกค้า

สำหรับตลาดแว่นตาในอนาคตของอินเดีย ปันคาเมีย คาดว่า ตลาดในธุรกิจแว่นตาและผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องน่าจะยังมีการเติบโตในอินเดีย ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ในท้องถิ่นหรือสินค้านำเข้าก็ตาม ทว่ากระแสความนิยมด้านรูปแบบของแว่นตาจะเปลี่ยนแปลงจากรูปทรงแบบคลาสสิกไปสู่กระแสการใช้แว่นตาที่ตอบโจทย์แฟชั่นมากยิ่งขึ้น ทั้งรูปทรง แบบ และสีสัน เมื่อความต้องการเปลี่ยนแปลงจากการใช้งานเพื่อจุดประสงค์ในการแก้ไขข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นในระบบการมองเห็น ไปสู่การเป็นเครื่องประดับตามกระแสแฟชั่น ผู้ประกอบการจึงต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบสินค้าให้ตรงกับความต้องการที่มีแนวโน้มจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ของลูกค้าในยุคปัจจุบัน

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่