posttoday
"ปรับ เปลี่ยน และเรียนรู้"

"ปรับ เปลี่ยน และเรียนรู้"

05 มิถุนายน 2557

ด้วยกระแสเกาหลีในบ้านเรา ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับความงามเกิดขึ้นมาใหม่จำนวนมาก เพราะเทรนด์ของผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเสริมความงาม หรือเทรนด์ของการทำศัลยกรรมเพื่อความสวยงามกลายเป็นเรื่องธรรมดาของคนในยุคปัจจุบัน และยังเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้สูงมาก ดังนั้นธุรกิจนี้จึงเนื้อหอม มีคนผันตัวก้าวเข้าสู่ธุรกิจนี้ ทั้งในรูปของร้านเสริมความงาม และการขายผลิตภัณฑ์เสริมความงาม จึงทำให้การแข่งขันในธุรกิจนี้สูงตามไปด้วย

ด้วยกระแสเกาหลีในบ้านเรา ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับความงามเกิดขึ้นมาใหม่จำนวนมาก เพราะเทรนด์ของผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเสริมความงาม หรือเทรนด์ของการทำศัลยกรรมเพื่อความสวยงามกลายเป็นเรื่องธรรมดาของคนในยุคปัจจุบัน และยังเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้สูงมาก ดังนั้นธุรกิจนี้จึงเนื้อหอม มีคนผันตัวก้าวเข้าสู่ธุรกิจนี้ ทั้งในรูปของร้านเสริมความงาม และการขายผลิตภัณฑ์เสริมความงาม จึงทำให้การแข่งขันในธุรกิจนี้สูงตามไปด้วย

ในวันนี้ผมมีเรื่องของลูกค้าที่อยู่ในธุรกิจนี้ตั้งแต่เมื่อ 20 ปีที่แล้ว มาเล่าให้ฟังว่ากว่าจะมาถึงวันนี้เขาต้องฝ่าฟันอุปสรรคอย่างไรบ้าง ลูกค้ารายนี้เริ่มต้นจากภูมิปัญญาความเป็นไทย โดยเลือกสมุนไพรไทย เช่น ขมิ้นชัน มะกรูด เป็นต้น มาใช้เป็นส่วนผสมในการผลิต โดยรับออร์เดอร์จากบริษัทขนาดใหญ่ เป็นการผลิตแบบรับจ้างผลิต หรือ OEM โดยในช่วงแรกของการผลิต ธุรกิจก็ดำเนินไปได้ด้วยดีมีคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

แต่อยู่มาวันหนึ่งลูกค้ารายใหญ่ที่ว่าจ้างผลิตก็ยกเลิกคำสั่งซื้อขึ้นมาโดยไม่บอกกล่าว และหันไปตั้งโรงงานผลิตเอง จึงสร้างความชอกช้ำให้กับลูกค้าเป็นอย่างมาก ซึ่งปัญหานี้เองที่ผู้ผลิตแบบรับจ้างผลิต หรือ OEM มักจะต้องเจออยู่เสมอ

เมื่อถูกยกเลิกคำสั่ง ปัญหาต่อมาก็คือสินค้าที่ผลิตไว้ในสต๊อกสินค้ามีค้างอยู่จำนวนมาก แม้ว่าผลิตภัณฑ์เสริมความงามจะสามารถเก็บไว้ได้นาน แต่ถ้ายิ่งเก็บนานปล่อยสินค้าออกช้าอาจจะกระทบกับคุณภาพของสินค้า ดังนั้นลูกค้าจึงต้องหาทางจำหน่ายสินค้าออกไปด้วยการออกบูธตามงานต่างๆ ซึ่งเป็นกลยุทธ์โดยปกติของสินค้าที่เกี่ยวกับความงามในปัจจุบัน แต่การออกบูธก็ใช่ว่าจะสำเร็จทุกราย แต่และนับว่าเป็นโชคดีของลูกค้าที่ได้ลูกค้าใหม่จากการออกบูธเป็นลูกค้าญี่ปุ่นที่มาเหมาสินค้าไปหมด และมีการสั่งซื้อสินค้าเพิ่มด้วย จึงได้ผลิตสินค้าส่งไปญี่ปุ่น

แต่อีก 2 ปีต่อมา โชคร้ายก็มาเยือนอีกครั้งเมื่อเกิดเหตุการณ์ไข้หวัดนกระบาด ทางญี่ปุ่นจึงได้หยุดสั่งซื้อ เมื่อเจอภาวะวิกฤตครั้งที่ 2 จึงเป็นจุดเปลี่ยนที่ต้องปรับตัวอีกครั้ง จากวิกฤต 2 ครั้งที่ผ่านมาทำให้ลูกค้ารู้ว่าการรับจ้างผลิตหรือ OEM นั้น สร้างความเจ็บปวดให้กับลูกค้าอย่างมาก

ในการปรับตัวครั้งใหม่ ลูกค้าจึงหันมาผลิตสินค้าโดยสร้างแบรนด์ตนเอง

ด้วยความที่ลูกค้ามีความรู้เรื่องสมุนไพร และเป็นคนรักสวยรักงามมาตั้งแต่เด็กๆ ประกอบกับเป็นคนที่ชอบผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ดังนั้นผลิตภัณฑ์ของลูกค้าจึงใส่สารสกัดแบบจัดเต็ม เมื่อประสบความสำเร็จในแบรนด์ตนเองแล้ว ลูกค้ายังได้รับออร์เดอร์เพิ่มจากการว่าจ้างผลิตจากบริษัทเครื่องสำอางในเกาหลี ไทย ญี่ปุ่น จีน รัสเซีย ออสเตรเลีย เป็นต้น เป็นอีกช่องทางสร้างรายได้เพิ่ม

จากประสบการณ์ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ลูกค้าได้ฝากข้อคิดสำหรับคนที่อยากจะเข้าสู่วงการธุรกิจนี้ไว้ว่า 1.ตลาดเรื่องความงามยังสามารถเติบโตได้ แต่เราต้องมีความเข้าใจว่าลูกค้าแต่ละภูมิภาคมีความแตกต่างกันอย่างไร จะได้สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตรงตามความต้องการ2.การทำธุรกิจเพื่อความงาม สิ่งสำคัญคือต้องไม่หยุดนิ่งที่จะค้นคว้าหาแนวทางในการพัฒนาคุณภาพหรือส่วนผสมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพราะสินค้าเพื่อความงาม เรื่องของคุณภาพมความสำคัญมากที่สุด 3.การติดตามกระแส หรือเทรนด์ต่างๆ ในสังคม ก็เป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการในธุรกิจนี้ หยุดนิ่งไม่ได้ เพราะเทรนด์ต่างๆ จะมีส่วนช่วยส่งเสริมเรื่องยอดขายได้

4.เมื่อเจอกับภาวะวิกฤตต้องไม่ย่อท้อ พยายามหาลู่ทางขยายตลาดใหม่ เมื่อ AEC เข้ามา ก็เป็นโอกาสของสินค้าความงามของไทยที่จะไปเปิดตลาดในประเทศเพื่อนบ้าน เพราะประเทศเพื่อนบ้านเชื่อถือคุณภาพของสินค้าไทย

การทำธุรกิจเปรียบเสมือนการเรียนรู้กับปัญหา ความเปลี่ยนแปลง หรือความไม่แน่นอนต่างๆ ที่ก้าวเข้ามา เพื่อเป็นบทพิสูจน์ความสามารถ และท้าทายให้ผู้ประกอบการได้เรียนรู้ และพร้อมปรับตัวอยู่เสมอ

ผมเชื่อเสมอว่า ไม่มีคำว่าทางตัน สำหรับคนที่พร้อมสู้และปรับตัวกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่