posttoday
กางแผน 5 ปี"เอ็มจี"เร่งสร้างแบรนด์-ปั้นยอด

กางแผน 5 ปี"เอ็มจี"เร่งสร้างแบรนด์-ปั้นยอด

05 มิถุนายน 2557

หลังจาก กลุ่มเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซีพี เข้าร่วมทุนกับ บริษัท เซี่ยงไฮ้ ออโตโมทีฟ อินดัสทรี คอร์ปอเรชั่น (เอสเอไอซี)

โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์

หลังจาก กลุ่มเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซีพี เข้าร่วมทุนกับ บริษัท เซี่ยงไฮ้ ออโตโมทีฟ อินดัสทรี คอร์ปอเรชั่น (เอสเอไอซี) จากประเทศจีน ในสัดส่วนถือหุ้น 49% ต่อ 51% ตามลำดับ ก่อตั้งบริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ซีพี ในปี 2556 พร้อมสร้างโรงงานผลิตรถยนต์แบรนด์ “เอ็มจี” ในประเทศไทยด้วยเงินลงทุนกว่า 1 หมื่นล้านบาท บนพื้นที่ 30 ไร่ ที่นิคมอุตสาหกรรมเหมราชอีสเทิร์น ซีบอร์ด จ.ชลบุรี ด้วยกำลังการผลิต 5 หมื่นคันต่อปี ล่าสุดพร้อมเดินสายการผลิตรถยนต์คันแรกอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 2557 ที่ผ่านมา

ธนากร เสรีบุรี รองประธานกรรมการ เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี และประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ซีพี เปิดเผยถึงแผนการดำเนินธุรกิจระยะยาว 5 ปี (2557-2561) ว่า มองถึงการขยายโรงงานเฟส 2 ด้วยเงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 4 หมื่นล้านบาท บนพื้นที่ในบริเวณใกล้เคียงเดิมกว่า 500 ไร่ เพื่อขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีก 2 แสนคันต่อปี โดยจะพิจารณาลงทุนในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 2 ปี เพื่อรองรับการขยายตัวของตลาด

ในโอกาสเปิดสายการผลิตอย่างเป็นทางการ บริษัทได้วางเป้าหมายการจำหน่ายปี 2557 ไว้ที่ 2,000 คัน จากรถยนต์รุ่นเอ็มจี 6 ซึ่งเป็นรุ่นเดียวที่บริษัทจะทำตลาดในปีนี้ โดยจะเปิดตัวในวันที่ 19 มิ.ย. 2557 จากนั้นในปี 2558 เตรียมเปิดตัวรถยนต์อีก 2 รุ่นได้แก่ เอ็มจี 3 และ เอ็มจี 5 ซึ่งจะทำให้ยอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นเป็น 1.4 หมื่นคัน เพื่อรองรับการเริ่มต้นการส่งออกไปยังประเทศมาเลเซียและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน

ขณะที่ แผน 5 ปีนับจากนี้ บริษัทเตรียมแผนการผลิตและเปิดตัวรถยนต์อีก 7 รุ่นภายใน 5 ปี พร้อมพิจารณาการตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาจากการตอบรับของตลาดในประเทศไทย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งคาดว่าบริษัทจะมีส่วนแบ่งตลาด 10% หรืออยู่ที่ 2 แสนคันของตลาดรวมรถยนต์ในปีที่ 3 ของการทำตลาด

นอกจากนั้น ยังมองถึงการดำเนินงานในช่วงระยะเวลา 3 ปีแรกว่าเป็นช่วงเวลาแห่งการสร้างตลาด ปั้นแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้บริโภค จากนั้นตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไปจะเป็นช่วงแห่งการเดินหน้าสร้างยอดจำหน่าย ด้วยกลยุทธ์และผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการ โดยบริษัทได้วางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ไว้อยู่ในระดับ กลางบน เพื่อลบภาพการเป็นแบรนด์สินค้าจากจีนที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังมีทัศนคติด้านลบเกี่ยวกับคุณภาพสินค้า

“ธุรกิจรถยนต์เป็นธุรกิจที่บริษัทมีความคาดหวังอย่างมาก จึงได้ใช้ความครบวงจรของธุรกิจในเครือเจริญโภคภัณฑ์ให้สอดคล้องในทุกกระบวนการ อาทิ การใช้สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ในการเป็นศูนย์อบรมบุคลากร เป็นต้น”

เป้าหมายสำคัญอีกประการหนึ่งคือ การวางให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและการส่งออกไปยังตลาดรถยนต์พวงมาลัยขวาทุกประเทศที่มีศักยภาพ ซึ่งปัจจุบันโรงงานผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวาของเอ็มจี มีอยู่ 3 ประเทศในโลก ได้แก่ อังกฤษ จีน และไทย โดยมีความเป็นไปได้ในการย้ายฐานการผลิตในประเทศจีนมายังประเทศไทยในอนาคต จากความครบถ้วนด้านการผลิตในประเทศไทยที่มีการผลิตเครื่องยนต์ในโรงงานดังกล่าวด้วย

ธนากร กล่าวว่า สถานการณ์ทางการเมืองในประเทศไทย ไม่กระทบต่อความเชื่อมั่นและแผนการดำเนินงานของบริษัท โดยมองว่าเป็นปกติที่สภาพเศรษฐกิจของแต่ละประเทศจะมีการเดินหน้าและหยุดชะงักบ้าง ซึ่งบริษัทยังคงเชื่อมั่นและมองเห็นโอกาสการเติบโตของประเทศไทย

ปิดท้ายที่การบริการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ซีพี วาดแผนขยายเครือข่ายศูนย์จำหน่ายและบริการให้ได้ 30 แห่ง ทั่วประเทศภายในปี 2557 และเตรียมแผนการขยายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในอนาคต

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่