posttoday
ยูนิชาร์มรับส่งออกวูบหันลุยตลาดไทย

ยูนิชาร์มรับส่งออกวูบหันลุยตลาดไทย

05 มิถุนายน 2557

ยูนิชาร์มรับรายได้ปีนี้โตน้อย หลังประเทศเพื่อนบ้านเปิดโรงงาน เตรียมทุ่ม 1,000 ล้านบาท เพิ่มกำลังผลิต

ยูนิชาร์มรับรายได้ปีนี้โตน้อย หลังประเทศเพื่อนบ้านเปิดโรงงาน เตรียมทุ่ม 1,000 ล้านบาท เพิ่มกำลังผลิต

นายทาคุมิ เทรากาว่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูนิชาร์ม (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ภาพรวมรายได้ของบริษัทในสิ้นปีนี้คาดว่าจะเติบโตเพียง 10% ลดลงจากทุกปีที่ผ่านมาที่เติบโตมากกว่า 10% เนื่องจากปัจจุบันประเทศในอาเซียน เช่น พม่า เวียดนาม และอินโดนีเซีย มีการตั้งโรงงานผลิตสินค้าผ้าอ้อมเด็ก ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ผ้าอนามัยและแผ่นอนามัย เพื่อทำตลาดเองภายในประเทศ

ทั้งนี้ ส่งผลให้ปริมาณการส่งออกสินค้าที่ผลิตในประเทศไทยมีสัดส่วนปรับตัวลดลงเหลือเพียง 20-30% ทำให้บริษัทต้องปรับแผนการดำเนินธุรกิจ ด้วยการหันมาทำตลาดในประเทศมากขึ้น เนื่องจากความต้องการกลุ่มสินค้าผ้าอ้อมเด็ก ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ผ้าอนามัยและแผ่นอนามัยเพิ่มขึ้น

“ตลาดผ้าอ้อมผู้ใหญ่ในไทยมีมูลค่า 1,500 ล้านบาท เติบโตสูงถึง 3040% เนื่องจากความต้องการในตลาดเพิ่มขึ้นตามจำนวนผู้สูงอายุที่มากขึ้น ซึ่งในอนาคตคาดว่าประเทศไทยจะมีความต้องการผ้าอ้อมผู้ใหญ่สูงเท่ากับความต้องการในประเทศญี่ปุ่น” นายเทรากาว่า กล่าว

ขณะที่ตลาดผ้าอ้อมเด็กมูลค่า 1 หมื่นล้านบาท มีอัตราการเติบโต 8% ส่วนผ้าอนามัยและแผ่นอนามัยมีมูลค่า 5,300 ล้านบาท เติบโต 4%

สำหรับความต้องการของตลาดในประเทศไทยที่ยังมีโอกาสขยายตัวอีกมาก บริษัทจึงเตรียมลงทุนเพิ่มเติม 1,000 ล้านบาท ซื้อเครื่องจักรใหม่เพิ่ม 10 เครื่อง เพื่อเพิ่มกำลังผลิตสินค้าทั้งกลุ่มผ้าอ้อมเด็ก ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ผ้าอนามัยและแผ่นอนามัย จากก่อนหน้านี้ได้ลงทุนแล้ว 2,000ล้านบาท สร้างโรงงานแห่งที่ 2 ในนิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์ ซึ่งแล้วเสร็จเมื่อปลายปี 2556 ที่ผ่านมา

สินค้าใหม่ที่บริษัทจะเปิดตัวเข้ามาทำตลาดจะเน้นไปที่ความต้องการของผู้บริโภคเป็นหลัก ซึ่งในส่วนของตลาดในประเทศไทยถือเป็นตลาดที่น่าสนใจโดยเฉพาะตลาดผ้าอ้อมผู้ใหญ่ เพราะภายหลังจากเปิดตัวผ้าอ้อมไลฟ์รี่ เข้ามาทำตลาดพบว่ามีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในอนาคตคาดว่าประเทศไทยจะมีความต้องการผ้าอ้อมผู้ใหญ่สูงเท่ากับความต้องการในประเทศญี่ปุ่น” นายทาคุมิกล่าว

นอกจากนี้ ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวผ้าอนามัยแบบกลางคืน ขนาด 42 ซม. เข้ามาทำตลาด เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย จากก่อนหน้านี้มีผ้าอนามัยแบบกลางคืนขนาด 40 ซม. ทำตลาด ซึ่งนอกจากจะเพิ่มความหลากหลายในกลุ่มสินค้าแล้ว บริษัทยังมีแผนที่จะขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มวัยรุ่นอายุ 18 ปีด้วย

ที่เริ่มซื้อผ้าอนามัยด้วยตัวเองมากขึ้น

ขณะเดียวกัน บริษัทยังมีแผนจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการรับรู้ในสินค้า ซึ่งหลังจากออกมาเปิดตัวสินค้าใหม่เข้าทำตลาดมั่นใจว่าจะสามารถกระตุ้นยอดขายกลุ่มผ้าอนามัยให้เติบโตได้ 20% จากปัจจุบันมียอดขายเติบโต 8% พร้อมตั้งเป้าหมายสิ้นปีนี้จะมีส่วนแบ่งตลาดสินค้าผ้าอนามัยและแผ่นอนามัยจาก 50% เพิ่มเป็น 52-53%

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่