
แลนด์ฯรับเอยูเอ็มอาจไม่ถึงเป้า4หมื่นล.
บลจ.แลนด์ฯ รับสภาพปีนี้ “สินทรัพย์” อาจไม่ถึงเป้า 4 หมื่นล้าน ลุ้นกองเทอร์มินอลขายครึ่งปีหลัง
บลจ.แลนด์ฯ รับสภาพปีนี้ “สินทรัพย์” อาจไม่ถึงเป้า 4 หมื่นล้าน ลุ้นกองเทอร์มินอลขายครึ่งปีหลัง
นางจันทนา กาญจนาคม กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เปิดเผยว่า ผลจากการเมืองในประเทศส่งผลให้ในปี 2557 นี้ มูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (เอยูเอ็ม) ของบริษัทอาจเติบโตไม่ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 4 หมื่นล้านบาท โดยในปัจจุบันมีมูลค่าสินทรัพย์ 3.2 หมื่นล้านบาท เติบโตจากปีที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท
“เราทำแผนงานไว้ตั้งแต่ปีก่อนว่าจะออกกองทุนอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งอาจเป็นกอง 1 หรือกองทรัสต์เพื่อการลงทุน (รีทส์) แต่พอ 2 เดือนสุดท้ายมีเหตุการณ์การเมืองในประเทศ ทำให้บริษัทได้ชะลอการออกกองทุนใหม่ตั้งแต่ช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี 2556 โดยเฉพาะกองทุนอสังหาริมทรัพย์ ยกเว้นกองทุนตราสารหนี้โรลโอเว่อร์ที่ขายทุกสัปดาห์และในปีนี้มีการเติบโตค่อนข้างดี โดยเฉพาะกองไฮยิลด์บอนด์ หรือ AI” นางจันทนา กล่าว
สำหรับกองทุนอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งลงทุนในศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 ขนาดกองทุนไม่เกิน 1 หมื่นล้านบาท ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แล้ว แต่บริษัทยังรอดูจังหวะและทิศทางตลาดในช่วงครึ่งปีหลัง เพราะยังมีเวลาเสนอขายได้ถึงวันที่ 30 ธ.ค. 2557 อีกทั้งอาจมีการปรับเปลี่ยนสินทรัพย์ที่จะลงทุน ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุป ซึ่งต้องยอมรับว่าในภาวะแบบนี้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังไม่น่าสนใจ เนื่องจากเป็นเรื่องปกติที่เจ้าของสินทรัพย์ต้องการขายให้ได้ราคาที่ดีที่สุด
นางจันทนา กล่าวว่า ในสถานการณ์แบบนี้พบว่ากองทุนอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนซื้อขายอยู่ในตลาดหลักทรัพย์อยู่แล้วน่าสนใจลงทุน เนื่องจากราคาหน่วยลงทุนปรับตัวลดลงต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง ซึ่งจากปัญหาการเมืองในประเทศ ทำให้นักลงทุนสถาบันที่ชอบลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ก็ชะลอการลงทุนและบางส่วนก็ขายออกเพื่อความปลอดภัย
ปัจจุบันบริษัทมีกองทุนเปิดแอล เอช ไทยพร็อพเพอร์ตี้ (LHTPROP) ซึ่งเป็นกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จัดตั้งเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ล่าสุดได้จ่ายเงินปันผลไปเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยผลตอบแทนของกองทุนที่ตั้งเป้าไว้จะต้องไม่น้อยกว่า 67%
นอกจากนี้ กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ควอลิตี้ เฮ้าส์ (QHPF) ซึ่งลงทุนในอาคารสำนักงานให้เช่าใน 3 อาคาร ได้แก่ คิวเฮ้าส์ เพลินจิต คิวเฮ้าส์ ลุมพินีและเวฟ เพลส ปัจจุบันผู้เช่ายังอยู่เหมือนเดิม กองทุนยังมีรายได้ปกติ แต่ราคาหน่วยลงทุนลดลงจนน่าสนใจ จึงแนะนำให้ซื้อกองทุนอสังหาริมทรัพย์ในตลาด ซึ่งให้ผลตอบแทนที่ดี เพราะหนุนให้อัตราผลตอบแทนสูงขึ้น
“เราค่อนข้างเชื่อว่าเราเชี่ยวชาญการมองกองทุนอสังหาริมทรัพย์ เราจะมีการเทรดซื้อขายในกองที่น่าสนใจ และปรับเปลี่ยนพอร์ต โดยจะเน้นลงทุนทั้งประเภทมีกรรมสิทธิ์และสิทธิการเช่า”นางจันทนา กล่าว
“ในภาวะปกติสมมติว่ากองทุนให้ผลตอบแทนอยู่ที่ 56% พอราคาหน่วยลดลง ผลตอบแทนก็เพิ่มขึ้นเป็น 89% ซึ่งน่าสนใจกว่ากองที่จะออกใหม่” นางจันทนา กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับใบอนุญาตในการเป็นผู้จัดการกองรีทส์แล้ว และมีแผนจะขอใบอนุญาตในการเป็นทรัสตีด้วย รวมทั้งมีแผนลดขาดทุนสะสมให้หมดภายในปีนี้ซึ่งปัจจุบันเหลือประมาณ 3040 ล้านบาท
สำหรับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพปัจจุบันมีขนาดประมาณ 2,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเป็นหลัก







