
เศรษฐีไทยแผ่วซื้อบ้านอังกฤษ
การเมืองเงินบาทอ่อน ทำเศรษฐีไทยชะลอซื้ออสังหาฯ อังกฤษ รวม ทั้งโครงการใหม่ผุดทำเลไม่โดนใจ
การเมืองเงินบาทอ่อน ทำเศรษฐีไทยชะลอซื้ออสังหาฯ อังกฤษ รวม ทั้งโครงการใหม่ผุดทำเลไม่โดนใจ
น.ส.อลิวัสสา พัฒนถาบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีบีริชาร์ด เอลลิส ประเทศไทย หรือซีบีอาร์อี เปิดเผยว่า แม้ว่าที่ผ่านมาคนที่มีกำลังซื้อสูงชาวไทยจะให้ความสนใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ของกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ มากขึ้น แต่สถานการณ์การเมืองในไทยและปัจจัยเรื่องค่าเงินบาทเทียบกับเงินปอนด์อังกฤษอ่อน ทำให้ความต้องการซื้อชะลอตัวลง
ทั้งนี้ ความวุ่นวายทางการเมืองในไทยมีผลให้กลุ่มผู้ปกครองและนักลงทุนไทยชะลอการตัดสินใจ เพราะต้องการดูสถานการณ์ ส่วนปัจจัยเรื่องค่าเงินบาทอ่อนมีส่วนทำให้ต้นทุนในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในกรุงลอนดอนของคนไทยสูงขึ้น
“เมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว ที่ค่าเงินบาทเทียบกับเงินปอนด์อยู่ที่ประมาณ 4849 บาท/ปอนด์ การซื้อขายอสังหาฯ ในลอนดอนของคนไทยคึกคักมาก และส่งผลให้ไทยกลายเป็นหนึ่งในตลาดแถบเอเชียที่เจ้าของโครงการอสังหาฯ ลอนดอนให้ความสำคัญ มีโครงการเข้ามาเสนอขายมากขึ้น แต่ปัจจุบันค่าเงินบาทอ่อนตัวเมื่อเทียบกับเงินปอนด์แล้วอยู่ที่ 52-53 บาท/ปอนด์ การซื้อขายจึงชะลอตัวลง” น.ส.อลิวัสสา กล่าว
นอกจากนี้ กลุ่มผู้ซื้อคนไทยติดทำเลที่คุ้นเคย 3 ทำเลหลักๆ คือ ย่านไฮปาร์ค ย่านไนต์บริดจ์ และย่านเคนซิงตัน รวมถึงยังนิยมตึกใหม่และใกล้รถไฟฟ้า ทำให้หาลักษณะโครงการที่ตรงกับความต้องการของคนไทยได้ยากขึ้น
สำหรับกลุ่มผู้ซื้ออสังหาฯ กรุงลอนดอนในเมืองไทยสัดส่วนมากถึง 70% ยังคงเป็น ผู้ปกครองที่ซื้อให้ลูกที่ไปเรียนที่อังกฤษพร้อมกับมองการลงทุนในอนาคต เพราะมีคนไทยกำลังซื้อสูงจำนวนไม่น้อยที่ส่งลูกไปเรียนที่ลอนดอนตั้งแต่เล็ก ซึ่งในช่วงปิดเทอมเด็ก นักเรียนต่างชาติต้องหาเช่าที่อยู่นอกโรงเรียน เอง รวมถึงผู้ปกครองคนไทยยังนิยมไปเที่ยวอังกฤษในช่วงที่บุตรหลานปิดเทอมด้วย
น.ส.อลิวัสสา กล่าวว่า ปัจจัยดังกล่าวทำให้ผู้ปกครองคนไทยเกิดความต้องการอสังหาฯ ในกรุงลอนดอนมากขึ้น และยังมีเรื่องค่านิยมในการมีบ้านหรือห้องชุดในกรุงลอนดอนเพื่อเสริมสถานะด้วย โดยห้องชุดในลอนดอนที่คนไทยนิยม ถ้าเป็น 1 ห้องนอน จะเป็นขนาด 50-60 ตร.ม. ราคาขายประมาณ 8 แสนบาท/ตร.ม. หรือราคาต่อห้อง 40-60 ล้านบาท ส่วน 2 ห้องนอน จะเป็นขนาด 90-110 ตร.ม. ราคาต่อห้อง 75-120 ล้านบาท
สำหรับแผนในการนำโครงการอสังหาริมทรัพย์กรุงลอนดอนเข้ามาทำตลาดในไทยของซีบีอาร์อีในปีนี้คาดว่าจะเป็นประมาณไตรมาส 3 หรือไตรมาส 4 ซึ่งเป็นช่วงที่เจ้าของโครงการนี้จะเปิดตัวโครงการใหม่ที่ลอนดอน และวางแผนทำตลาดทั่วเอเชีย โดยตลาดหลักๆ ยังคงเป็นฮ่องกง สิงคโปร์ จีน รัสเซียมาเลเซีย โดยกลุ่มลูกค้าของอสังหาฯ ในอังกฤษส่วนใหญ่เป็นคนต่างชาติเป็นหลัก







