
เมอร์ชั่นฯซุ่มซื้อบลจ.ทองคํา
ปิด2กองทุนทองเล็งทำไพรเวทฟันด์อดีตผู้ถือหุ้นเปิดใจขาดทุนต่อเนื่อง
ปิด2กองทุนทองเล็งทำไพรเวทฟันด์อดีตผู้ถือหุ้นเปิดใจขาดทุนต่อเนื่อง
ปิดฉาก บลจ.ทองคำ หลัง บล.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ เข้าซื้อหุ้นเปลี่ยนชื่อใหม่ตั้งแต่ต้นปี 2557
ผู้บริหารวงการกองทุนรวม เปิดเผยว่า บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ ได้เข้าซื้อกิจการของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทองคำ แอสเซท โดยถือหุ้น 99.99% ซึ่งมีผลตามกฎหมายในวันที่ 1 ม.ค. 2557 และได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น บลจ.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ เมื่อวันที่ 24 ม.ค. 2557
นอกจากนี้ บลจ.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ ได้ขออนุมัติผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนเปิดทีซี ทองคำแท่ง (TCGB) และกองทุนเปิดทีซี เอฟไอเอฟ โกลด์ (TCGDFX) เพื่อปิดกองทุนในช่วงเดือน มี.ค. 2557 ที่ผ่านมา หลังจากได้รับอนุมัติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้วจึงได้จำหน่ายหลักทรัพย์และทรัพย์สินที่เหลือของกองทุนเพื่อชำระคืนให้แก่ผู้ถือหน่วยตั้งแต่เดือน เม.ย. 2557 ส่งผลให้ปัจจุบันไม่มีกองทุนรวมเหลืออยู่
สำหรับมูลค่าสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร ณ สิ้นปี 2556 อยู่ที่ 8.46 ล้านบาท และเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2557 อยู่ที่ 6.60 ล้านบาท
“เป็นไปได้ว่า บลจ.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จะทำธุรกิจกองทุนส่วนบุคคล หรือไพรเวทฟันด์ ก่อนในเบื้องต้น จึงอาจยังไม่ทำธุรกิจกองทุนรวมในช่วงนี้” ผู้บริหาร กล่าว
ด้าน นายชุมพล พิทยานนท์ อดีตผู้ก่อตั้งและผู้ถือหุ้นใหญ่ บลจ.ทองคำ แอสเซท กล่าวว่า สาเหตุที่ทางกลุ่มผู้ถือหุ้นได้ตัดสินใจขายหุ้นใน บลจ.ทองคำ แอสเซท มาจากหลายปัจจัย เช่น ปัญหาการจัดจำหน่ายกองทุนรวม โดยเฉพาะกองทุนทองคำที่เป็นกองทุนหลักของบริษัททำได้ยาก เนื่องจากเจ้าหน้าที่ที่มีใบอนุญาตในการให้คำแนะนำการลงทุนมีจำนวนน้อย
นอกจากนั้น ในปัจจุบันมีโบรกเกอร์ทองคำที่เปิดให้ซื้อขายทองผ่านออนไลน์ได้ ทำให้ลูกค้าให้ความสนใจลงทุนมากกว่า และปัจจุบันการซื้อขายทองคำผ่านออนไลน์มีมูลค่าการซื้อขายสูงมาก
“เดิมเราจะปรับแผนมาออกกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) เพื่อเป็นทางเลือกให้นักลงทุนและน่าจะช่วยเพิ่มรายได้ให้บริษัท แต่ในจังหวะเดียวกัน บล.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ มาเจรจาขอซื้อหุ้น และเมื่อประเมินจากปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ผลการดำเนินงานที่ขาดทุนต่อเนื่อง เราจึงตัดสินใจขาย” นายชุมพล กล่าว
ขณะที่งบการเงิน ณ สิ้นปี 2556 ของ บลจ.ทองคำ แอสเซท ขาดทุนสุทธิ 16.94 ล้านบาท ขณะที่ปี 2555 ขาดทุนสุทธิ 22.74 ล้านบาท โดยในปี 2556 มีรายได้รวมเพียง 1.06 ล้านบาท มาจากรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ 222,289 บาท และดอกเบี้ยรับ 834,138 บาท และรายได้อื่น 5,064 บาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมสูงถึง 18 ล้านบาท
ทั้งนี้ นายชุมพลและกลุ่มผู้ค้าปลีกทองคำได้เข้าซื้อหุ้นของ บลจ.พรีมาเวสท์ เมื่อปลายปี 2553 ด้วยทุนจดทะเบียน 250 ล้านบาท และเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น บลจ.ทองคำ แอสเซท เมื่อวันที่ 4 พ.ค. 2554 พร้อมเพิ่มทุนจดทะเบียนบริษัทเป็น 350 ล้านบาท จนกระทั่งกลุ่ม บล.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ เข้ามาซื้อหุนทั้งหมด และเปลี่ยนชื่อใหม่เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2557
ปัจจุบันคณะกรรมการใน บลจ.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ ประกอบด้วย นายชัยวัฒน์ อัศวินทรางกูร พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ นายธรรมนูญ อานันโทไทย และนายถนอมพงษ์ ปฐมศักดิ์







