
EGCOบุกฟิลิปปินส์
ขายไฟนาน20ปีโรงถ่านหิน455เมกะวัตต์ SPCGออกหุ้นกู้ธนชาตเพิ่มเป้าราคาEA
ขายไฟนาน20ปีโรงถ่านหิน455เมกะวัตต์ SPCGออกหุ้นกู้ธนชาตเพิ่มเป้าราคาEA
หุ้นพลังงานเด่น เอ็กโก ขายไฟฟ้าให้ฟิลิปปินส์นาน 20 ปี เอสพีซีจี ออกหุ้นกู้ เพิ่มเป้ากำไรราคาEA
นายสหัส ประทักษ์นุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า หรือเอ็กโก (EGCO) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2557 บริษัท San Buenaventura Power (SBPL) ซึ่งเป็นบริษัทที่ EGCO ลงทุนทางอ้อม 49% ผ่านบริษัท New Growth B.V. ได้ลงนามในสัญญาจำหน่ายไฟฟ้าจากโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ที่จะพัฒนาในสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ขนาดกำลังการผลิต 455 เมกะวัตต์ เพื่อเสนอขายให้แก่ Manila Electric Company โดยโรงไฟฟ้า SBPL ตั้งอยู่ในเมืองมาอูบาน จังหวัดเคซอน สาธารณรัฐฟิลิปปินส์
สัญญาจำหน่ายไฟฟ้าดังกล่าวมีระยะเวลา 20 ปี นับจากวันที่เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ และสัญญาจะต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานของสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ต่อไป จึงจะมีผลบังคับใช้
ด้าน น.ส.วันดี กุญชรยาคง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี (SPCG) กล่าวว่า บริษัทในฐานะผู้พัฒนาโครงการโซลาร์ฟาร์มภายใต้บริษัทย่อยรวม 36 โครงการ ได้จำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์อีกจำนวน 1 โครงการ ของบริษัท โซล่า เพาเวอร์ (ขอนแก่น 6) ขนาด 7.46 เมกะวัตต์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค. 2557
ปัจจุบันบริษัทจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์และรับรู้รายได้ไปแล้ว รวมทั้งสิ้น 34 โครงการ รวมกำลังการผลิต 234.15 เมกะวัตต์ ส่วนโครงการโซลาร์ฟาร์ม 2 โครงการ สุดท้ายนั้น บริษัทยังคงมุ่งมั่นที่จะดำเนินการผลิตไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ให้แล้วเสร็จภายในไตรมาส 2 ปี 2557
ล่าสุดบริษัทได้ออกหุ้นกู้มูลค่า 3,500 ล้านบาท และสำรองไว้อีก 500 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 5.5% ต่อปี ครบกำหนดไถ่ถอนวันที่ 30 มิ.ย. 2562 เสนอขายให้แก่นักลงทุนทั่วไปและนักลงทุนสถาบัน เพื่อนำไปใช้ชำระหนี้เดิมของบริษัท โซล่า เพาเวอร์ ที่มีจำนวน 2,600 ล้านบาท ใช้ขยายธุรกิจและเป็นเงินทุนหมุนเวียน โดยมีบริษัท โซล่า เพาเวอร์ เป็นผู้ค้ำประกันหุ้นกู้
ทั้งนี้ หนี้เดิมของบริษัท โซล่า เพาเวอร์ มีธนาคารกสิกรไทยและกรุงไทยเป็นผู้ให้กู้เงิน และธนาคารทั้งสองแห่งเป็นผู้จำหน่ายหุ้นกู้ครั้งนี้
สำหรับบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ (EA) ผู้นำธุรกิจโซลาร์ฟาร์ม เมื่อวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต เพิ่งปรับเพิ่มประมาณการกำไรอีก 17-30% ในปี 2557-2559 และมูลค่าเหมาะสมหุ้นจาก 12.50 บาท เป็น 18 บาท คิดเป็น 44% จากการผลิตที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยจะมีกำไรเติบโตต่อเนื่องจากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นไปจนถึงปี 2561
“EA จะมีกำลังการผลิตของฟาร์มแสงอาทิตย์ 3 ฟาร์ม 90 เมกะวัตต์ อีก 16% ซึ่งจะมีกำไรเติบโตที่ดีจากกำลังการผลิตใหม่ คือ พลังงานแสงอาทิตย์ 180 เมกะวัตต์ และพลังงานลม 361 เมกะวัตต์ ที่จะเข้ามาในปี 2558-2561 จาก 98 เมกะวัตต์ ตอนนี้ด้วยอัตรากำไรสุทธิที่สูงที่ 70% ของพลังงานแสงอาทิตย์”
นอกจากนั้น ยังเห็นประสิทธิภาพการผลิตที่สูงของฟาร์มแสงอาทิตย์ที่นครสวรรค์ 90 เมกะวัตต์ เริ่มผลิตไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ปลายเดือน ธ.ค. 2556 EA รายงานกำไรที่ 460 ล้านบาท ในไตรมาสแรกปีนี้ สูงกว่าตลาดคาดถึง 38% และมากกว่าที่ธนชาตคาด 5% โดยฟาร์มที่นครสวรรค์รายงานรายได้ 24 ล้านบาทต่อเมกะวัตต์ สูงกว่าที่คาดหวังในตอนเสนอขายให้แก่ประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) ที่ 17.70 ล้านบาท และอัตราความสามารถในการผลิตไฟในไตรมาส 2 ก็ออกมาสูงกว่าที่คาดถึง 28%
นอกจากนี้ EA ยังมีฟาร์มแสงอาทิตย์อีก 2 ฟาร์ม ที่ลำปางและพิษณุโลก ขนาด 90 เมกะวัตต์ต่อฟาร์ม และโครงการพลังงานลมอีก 3 โครงการ จำนวน 101 เมกะวัตต์ ยังคงมีความคืบหน้าตามแผน โดยฟาร์มที่ลำปางสร้างเสร็จแล้ว คาดว่าที่พิษณุโลกและพลังงานลมอีก 3 โครงการ น่าจะได้รับอนุมัติแหล่งเงินทุนในปลายปี 2557 และ EA ยังมีโครงการลมอีก 5 โครงการ ขนาด 260 เมกะวัตต์ ที่จะเปิดในปี 2558-2559
“เราคาดว่าฟาร์มแสงอาทิตย์ที่ลำปางและพิษณุโลกจะขายไฟเชิงพาณิชย์ได้ในวันที่ 1 ม.ค. 2558 และปี 2559 ส่วนพลังงานลมในวันที่ 1 ต.ค. 2558 ซึ่งจะล่าช้า 3-5 เดือน จากที่ EA คาดการณ์ จึงมีโอกาสปรับขึ้นกำไรปี 2557-2559 และยังคงคำแนะนำซื้อหุ้น EA” บล.ธนชาต ระบุ
ด้านหุ้น EA ยังคงได้รับความสนใจจากนักลงทุนจำนวนมากอย่างชัดเจน จนสนับสนุนให้มีมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น ด้วยระดับราคาถีบตัวแรงไปถึง 15.10 บาท ก่อนปิดที่ระดับ 14.80 บาท บวก 0.10 บาท
อย่างไรก็ดี EA เพิ่งเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เมื่อวันที่ 30 ม.ค. 2556 หากนักลงทุนที่จองซื้อหุ้นตอนบริษัทเปิดขายไอพีโอ ที่หุ้นละ 5.50 บาท และถือลงทุนมาจนถึงวันนี้ ได้กำไรมากถึงหุ้นละ 9.30 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนประมาณ 169%







