
คลังบินถกสหรัฐแบงก์ไทยต่อรอง กม.เลี่ยงภาษี
โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์
บุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า ทางสมาคมได้รายงานปัญหาเร่งด่วนให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทราบถึงปัญหาเร่งด่วนของสมาคมธนาคารไทย คือเรื่องการปฏิบัติตามกฎหมายให้รายงานธุรกรรมทางการเงินบุคคลสัญชาติสหรัฐอเมริกาที่อยู่นอกประเทศ ซึ่งมีผลประโยชน์ทางภาษี (Foreign Account Tax Compliance Act : FATCA) ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ก.ค.ที่จะถึงนี้แล้ว
ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า เรื่องนี้จะต้องให้กระทรวงการคลังเจรจากับสหรัฐก่อน โดยเอกชนเป็นเพียงผู้ปฏิบัติ เบื้องต้นพบว่าจะมีปัญหาเนื่องจากไม่สามารถแยกแยะลูกค้าได้ 100% ว่าเป็นสัญชาติอเมริกันหรือไม่ หากผิดพลาดไปโดยไม่ตั้งใจจะโดนหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตรา 30% ซึ่งเป็นอัตราที่สูงมาก จึงฝากให้ คสช.เร่งให้เรื่องนี้รู้ผลก่อนมีผลบังคับใช้
สมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ทางกระทรวงการคลังได้มอบหมายให้ สุทธิชัย สังขมณี อธิบดีกรมสรรพากร เป็นหัวหน้าผู้แทนคณะทำงานเจรจาความตกลงเพื่อความร่วมมือด้านภาษีอากรระหว่างประเทศ และการปฏิบัติตามกฎหมายแฟตก้า ไปเจรจากับรัฐบาลสหรัฐ ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในวันที่ 5 มิ.ย.นี้ เพื่อประชุมร่วมกับฝ่ายสหรัฐว่าจะให้ความร่วมมือในรูปแบบใด เนื่องจากสหรัฐดำเนินการหลายรูปแบบกับนานาประเทศ ทั้งการให้ข้อมูลฝ่ายเดียวและการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านธุรกรรมการเงินระหว่างกัน
ทั้งนี้ ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าความร่วมมือดังกล่าว จะเสร็จทันตามที่สหรัฐวางกรอบเส้นตายไว้ในวันที่ 1 ก.ค.นี้หรือไม่ เนื่องจากต้องมีการแก้ไขกฎหมายภายในประเทศของเราด้วย อย่างไรก็ดี สมชัย ยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวล เนื่องจากไทยแสดงเจตจำนงเข้าสู่กระบวนการเจรจาความร่วมมือนี้แล้ว และมีความเป็นไปได้ที่สหรัฐจะผ่อนผันการบังคับใช้ออกไปก่อน
ด้าน ธวัชชัย ยงกิตติกุล เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า คณะทำงานเจรจาจะไปหารือในหลักเกณฑ์ข้อบังคับบางข้อที่ไม่ชัดเจน เช่น ข้อที่ระบุว่า บุคคลสัญชาติสหรัฐ (US Citizen) นั้นมีเงื่อนไขคืออะไร และครอบคลุมมากน้อยเพียงใด
ทั้งนี้ หากได้รับรายละเอียดที่ชัดเจนและหลักเกณฑ์ไม่มีข้อกังขา ประเทศไทยคงไม่ขัดข้องที่จะลงนาม คณะทำงานจะเร่งการจัดทำร่างความตกลงก่อนลงนาม เสนอให้คณะรัฐมนตรี และสภานิติบัญญัติพิจารณาให้ทันภายในสิ้นปี 2557 ซึ่งเชื่อว่าทุกฝ่ายคงร่วมมือดำเนินการให้สำเร็จเพราะเป็นเรื่องเร่งด่วน และหลังจากลงนามกับสหรัฐแล้ว ก็อาจจะเจรจาขอผ่อนผันการดำเนินการตามกฎหมายแฟตก้าในบางเรื่อง เพื่อไม่ให้เป็นภาระที่มากเกินไปของสถาบันการเงิน ซึ่งล่าสุดมี 26 ประเทศทำความตกลงนี้กับสหรัฐแล้ว และอีกกว่า 100 ประเทศ อยู่ระหว่างการเจรจา
ทั้งนี้ กฎหมายแฟตก้า ซึ่งมีขึ้นเพื่อแก้ปัญหาการหลบเลี่ยงภาษีของบุคคลและบริษัทสัญชาติอเมริกัน กำหนดให้สถาบันการเงินทุกประเภท อาทิ ธนาคารพาณิชย์ บริษัทประกัน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ต้องลงทะเบียนกับหน่วยงานของสหรัฐภายในเดือน ก.ค. 2557 ซึ่งแม้ว่าช่วงที่ผ่านมาประเทศไทยจะไม่มี ครม. หรือสภาผู้แทนราษฎร แต่สถาบันการเงินเกือบทั้งหมด ได้มีการลงทะเบียนแสดงความประสงค์พร้อมดำเนินการตามกฎหมายแฟตก้า







