posttoday
ททท.กู้ภาพลักษณ์ผนึกแพพ็กเกจท่องเที่ยว

ททท.กู้ภาพลักษณ์ผนึกแพพ็กเกจท่องเที่ยว

27 พฤษภาคม 2557

วิกฤตการเมืองในไทยที่ยืดเยื้อ ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ทำให้ฤดูกาลท่องเที่ยว

โดย...พีรดา ปราศรีวงค์

วิกฤตการเมืองในไทยที่ยืดเยื้อ ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ทำให้ฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) เดือน ต.ค.-ธ.ค.ปีที่ผ่านมา ลากยาวถึงไตรมาสแรกปีนี้ นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเดือน ม.ค.เม.ย.ปีนี้ นักท่องเที่ยวลดลง 4.91% เพราะไม่เชื่อมั่นด้านความปลอดภัย ทั้งจากเหตุระเบิดรายวันและการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่กระทบด้านจิตวิทยาต่อชาวต่างชาติ โดยเฉพาะตลาดเอเชีย จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตลาดหลักที่ทำรายได้ทางการท่องเที่ยว ทดแทนตลาดสหรัฐและยุโรปที่ชะลอตัว

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เตรียมใช้เวทีไทยแลนด์ ทราเวล มาร์ท พลัส 2014 หรือทีทีเอ็ม ที่จัดควบกับงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ระหว่างวันที่ 4-6 มิ.ย.นี้ ที่เมืองทองธานี ในการชี้วัดทิศทางท่องเที่ยวไทยปลายปีนี้และปีหน้า ว่าจะทำรายได้หมุนเวียนได้ถึง 2.2 ล้านล้านบาท ตามเป้าหมายเดิมได้หรือไม่

ศรีสุดา วนภิญโญศักดิ์ ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออก ททท. เล่าว่า งานไทยแลนด์ ทราเวล มาร์ท พลัส 2014 ครั้งที่ 13 เป็นการจัดงานให้ผู้ซื้อและผู้ขายเจรจาธุรกิจการท่องเที่ยวกันโดยตรง ในครั้งนี้ได้รับการยืนยันจากผู้ซื้อ จำนวน 296 ราย จาก 50 ประเทศทั่วโลก ทั้งจากยุโรป เอเชียตะวันออก อเมริกา เอเชีย รวมถึงอาเซียน เข้าร่วมงาน ขณะนี้มียอดการยกเลิกเข้าร่วมงานเพียง 12 รายเท่านั้น สะท้อนว่าไทยยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติ

ขณะที่ผู้ขายมีจำนวน 403 หน่วยงาน จำนวน 448 บูธ ซึ่งเป็นผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยจากทุกภูมิภาค สายการบิน โรงแรม บริษัททัวร์ ฯลฯ รวมถึงประเทศในกลุ่มลุ่มแม่น้ำโขง ได้แก่ ลาว พม่า กัมพูชา เวียดนาม โดยปีนี้ได้แบ่งสินค้าทางการท่องเที่ยวเป็น 4 กลุ่มสินค้าหลัก ประกอบด้วย 1.การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย 2.กลุ่มดูแลรักษาสุขภาพ 3.กลุ่มแต่งงานและฮันนีมูน และ 4.การเดินทางท่องเที่ยวเพื่อเสริมประสบการณ์การเรียนรู้

นอกจากนี้ ยังมีองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวจากอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (จีเอ็มเอส) ได้แก่ ลาว พม่า เวียดนาม กัมพูชา และมณฑลยูนนานของจีน ร่วมออกบูธส่งเสริมการท่องเที่ยวในครั้งนี้ด้วย งานนี้จะช่วยโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าทางการท่องเที่ยว และเสริมภาพลักษณ์ในกลุ่มลุ่มน้ำโขง เพื่อให้การท่องเที่ยวเติบโตทั้งกลุ่ม สร้างความแข็งแกร่งให้กับภาพรวมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียน

“งานทีทีเอ็มในปีนี้ไม่ได้ลดสัดส่วนการจัดงาน เพราะเชื่อมั่นว่าปัญหาการเมืองในขณะนี้ไม่กระทบต่อการเจรจาซื้อขายที่จะมีขึ้น เพราะเป็นการติดต่อทางธุรกิจ และช่วยสร้างสัมพันธ์ด้านการตลาดในระยะยาวกับผู้ซื้อได้โดยตรง แต่ผลระยะสั้นด้านยอดขายและรายได้สะพัดอาจไม่เกิดขึ้นในทันที”

สำหรับความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวในกลุ่มลุ่มแม่น้ำโขง ททท.มองว่า แนวโน้มการเดินทางท่องเที่ยวของชาวต่างชาติในอนาคต จะนิยมเดินทางท่องเที่ยวแบบเชื่อมโยงในแต่ละประเทศของภูมิภาคนั้นๆ โดยไทยจะใช้จุดแข็งด้านภูมิศาสตร์ การเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ด้านการบินในอาเซียน จัดแพ็กเกจการเดินทางแบบเชื่อมต่อ โดยในปี 2558 จะสามารถจัดแพ็กเกจการเดินทางเชื่อมไทยลาวพม่า, ไทยลาวกัมพูชา และไทยเวียดนาม ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

แนวทางการนำเสนอสินค้า จะนำจุดเด่นสถานที่ท่องเที่ยวในแต่ละประเทศมาจัดแพ็กเกจขายพ่วง ขณะนี้มองว่ากัมพูชามีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ มีจุดขายมรดกโลก นครวัดนครธม ขณะที่พม่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสดใหม่ และมีการลงทุนสินค้าทางการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ขณะที่ไทยมีความหลากหลายทางธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม และมีจุดขายเรื่องความคุ้มค่าเงิน

อย่างไรก็ตาม ภายหลังการจัดงานทีทีเอ็มครั้งนี้อาจสะท้อนภาพโครงสร้างราคาแพ็กเกจท่องเที่ยวไทยปลายปีนี้และตลอดปีหน้า ว่าจะสามารถปรับราคาขึ้นได้หรือไม่ ขณะที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยว หน่วยงานภาครัฐและเอกชน อาจต้องปรับแผนกระตุ้นท่องเที่ยวสำรองไว้ด้วย

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่