
"โฆสิต"ย้ำคืนเงินชาวนาภารกิจแรกรัฐบาลใหม่
โฆสิต ชี้เป็นเรื่องดีที่มีมาตรการมาหยุดความรุนแรงการเมือง ระบุรัฐบาลใหม่ที่เข้ามา ต้องจ่ายเงินชาวนาอันดับแรก
โฆสิต ชี้เป็นเรื่องดีที่มีมาตรการมาหยุดความรุนแรงการเมือง ระบุรัฐบาลใหม่ที่เข้ามา ต้องจ่ายเงินชาวนาอันดับแรก
นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าความกังวลของภาคธุรกิจ ที่มองว่าเลวร้ายที่สุดของประเทศคือเหตุการณ์ความรุนแรง ไม่มีความสงบ ดังนั้นการมีอะไรก็ไดที่ทำให้เกิดความสงบอย่างถาวรหรือยั่งยืนน่าจะเป็นเรื่องที่ดี เพราะความไม่สงบมีปัญหามากไม่ว่าจะมีรัฐบาลหรือไม่ ซึ่งหากมีการจัดตั้งรัฐบาลเข้มาบริหารประเทศแล้ว สิ่งแรกที่ต้องทำเลยคือ การจ่ายเงินค่าข้าวให้ชาวนา เพราะเอาข้าวเขามาแล้ว
ทั้งนี้ ประเทศไทยเรามีปัญหาหลักๆ 2 เรื่องคือ 1.ผลกระทบจากนโยบายประชานิยม ซึ่งเป็นตัวกดดันความต้องการภายในประเทศไปอีกนานพอสมควร และ 2. ความขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งทุกคนลงมติว่าเมื่อมีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มแล้ว และเหตุการณ์ที่ไม่สงบสิ้นสุดลง จะส่งผลให้สถานการณ์และบรรยากาศในประเทศดีขึ้นมาก
อย่างไรก็ตาม แม้ปัญหาการเมืองจะคลี่คลาย แต่เศรษฐกิจจะยังฟุบจากนโยบายประชานิยมอยู่ ซึ่งภาพรวมเศรษฐกิจปีนี้ต้องอาศัยแรงขับเคลื่อนจากการส่งออก ที่มีสัดส่วน 73%ของจีดีพี หากส่งออกขยายตัวได้ 5% ความหวังให้ เศรษฐไทยขยายตัว 2-3% ก็มีโอกาสที่จะเห็นได้ ส่วนการที่จะมีรัฐบาลเข้ามาบริหาร ช่วยกีะตุ้นเศรษฐกิจไม่มาก เพราะงบประมาณภาครัฐมีสัดส่วนเพียง 18% ของจีดีพีเท่านั้น
ทั้งนี้ มองว่าแม้จะมีหรือไม่มีรัฐบาล แต่หากภาคเอกชนและหน่วยงานที่มีอยู่ช่วยกันขับเคลื่อนการส่งออก น่าจะทำให้ปีนี้เศรษฐกิจโตได้ 2.5% ซึ่งหากเทียบกับปีที่แล้วที่ขยานตัว 2.9% ปีนี้จะเป็นตัวเลขที่หรูหรามาก เพราะยังโตได้ท่ามกลางปัญหาที่รุมเร้ารอบด้าน
"ขณะนี้เรามีปัญหาความต้องการในประเทศสะดุดจากประชานิยม ดีที่เลิกไปก่อน เพราะถ้าทำไปเรื่อยๆ ประเทศเจ๊งแน่ อย้างรถคันแรกที่ออกมา พบจบโครงการความต้องการรถติดลบทันที 50% และยังทีแนวโน้มชะลอไปอีก ซึ่งตอนนี้ความต้องการในประเทศถูกตรึงไว้จากประชานิยม ปีนี้จึงจำเป็นต้องขับเคลื่อนด้วยภาคต่างประเทศ" นายโฆสิต กล่าว
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า แนวโน้ม ภาวะเศรษฐกิจในไตรมาส 2 คงไม่แตกต่างจากไตรมาสแรก เพราะปัจจัยและสถานการณ์ไม่แตกต่างกัน แต่หลายคนมองว่าไทยเข้าสู่ภาวะถดถอยเพราะจีดีพีเทียบต่อไตรมาสติดลบต่อเนื่อง 2 ไตรมาส ซึ่งเป็นทฤษฎีของตะวันตกเช่นสหรัฐ ที่เห็นผลกระทบจากการว่างงาน เศรษฐกิจซึมลึกนาน แต่สำหรับประเทศไทย ไม่ใช่ภาวะถดถอย สาเหตุที่คนไม่ใช้จ่ายเพราะกังวลปัญหาการเมืองที่เอาแน่ไม่ได้ ทั้งที่มีพื้นฐานที่ดี มีกำลังซื้อ รอแค่การเมืองจบเท่านั้น
"คนไทยมีกำลังซื้อที่อั้นไว้อยู่ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา หากการเมืองจบ กำลังซื้อที่อั้นจะถูกปล่อยออกมา และฟื้นการหมุนเวียนภายในประเทศได้ในช่วงครึ่งปีหลัง ส่วนตัวเลขคนตกงานก็น้อย เห็นจากอัตราการว่างงานต่ำแค่ 0.9% แสดงว่าคนมีงานทำ ไม่ไดมีสัญญาณเศรษฐกิจถดถอย" นายกอบศักดิ์ กล่าว







