
ดึงต่างประเทศลงทุนไทย
ตลท.เพิ่มกลยุทธ์โรดโชว์ถึงตัวมาร์เก็ตติ้งฮ่องกง-ญี่ปุ่นดึงรายย่อยลงทุนพาบจ.เดินสายหวังMSCI และฟุตซี่
ตลท.เพิ่มกลยุทธ์โรดโชว์ถึงตัวมาร์เก็ตติ้งฮ่องกง-ญี่ปุ่นดึงรายย่อยลงทุนพาบจ.เดินสายหวังMSCI และฟุตซี่
นายภากร ปีตธวัชชัย รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ในเดือน มิ.ย.นี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีแผนเดินทางไปนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) ที่ประเทศฮ่องกง ครั้งนี้จะไปพูดคุยให้ข้อมูลเรื่องหุ้นไทยกับเจ้าหน้าที่ทางการตลาด (มาร์เก็ตติ้ง) โดยตรงของบริษัทหลักทรัพย์ที่ฮ่องกง เช่นเดียวกับที่ ตลท.แผนจะไปพบมาร์เก็ตติ้งบริษัทหลักทรัพย์ในประเทศญี่ปุ่น เพื่อสานต่อแผนกลยุทธ์เพิ่มนักลงทุนรายบุคคลญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนหุ้นไทยมากขึ้น
หลังจากเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ตลท.ได้ร่วมเดินทางไปกับผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ ก.ล.ต.ประเทศญี่ปุ่น ทำให้ทราบข้อมูลว่า ปี 2556 นักลงทุนรายบุคคลของญี่ปุ่นมีการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเพิ่มขึ้นมาก ทั้งจากการซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตและผ่านเจ้าหน้าที่การตลาด นอกจากนั้น ยังเข้ามาลงทุนในสัดส่วนมากกว่าตลาดหุ้นสิงคโปร์
“เป็นเรื่องแปลกมากที่นักลงทุนญี่ปุ่นให้ความสนใจตลาดหุ้นไทยมากกว่าสิงคโปร์ ทั้งๆ ที่ประเทศไทยเริ่มประสบปัญหาทางการเมืองมาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งอาจจะด้วยเหตุผลหนึ่งคือเป็นเพราะเศรษฐกิจญี่ปุ่นเริ่มมีการฟื้นตัว จึงทำให้นักลงทุนเขากล้าที่จะลงทุนหรือกระจายการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น”
นอกจากนั้น นายภากร ยังกล่าวอีกว่า ตลท.พยายามจะผลักดันให้บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ได้รับเลือกเข้าไปคำนวณในดัชนี MSCI และฟุตซี่เพิ่มขึ้น เพื่อทำให้ บจ.และตลาดหุ้นไทยเป็นที่สนใจของกองทุนต่างประเทศมากขึ้นปัจจุบันมี บจ.ไทย ได้ไปคำนวณ MSCI ทั้งหมด 25 แห่ง ลดลงไปจากเดิมเพราะมีการควบรวมกิจการกันอย่างบริษัท สยามแม็คโคร (MAKRO) กับบริษัท ซีพี ออลล์ (CP ALL) และธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) กับบริษัทญี่ปุ่น ขณะที่ ณ สิ้นเดือน เม.ย. มี บจ.ที่ได้รับเลือกนำไปคำนวณในดัชนีฟุตซี่ทั้งหมด 86 แห่ง หรือมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ที่ 1.13 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
สำหรับการเดินสายโรดโชว์ไปเคาะประตูบ้านในประเทศใหม่ๆ ปีนี้ไปแถบสแกนดิเนเวียแล้วและสิ้นปีจะไปประเทศออสเตรเลียหลังจากไปเมื่อ 2 ปีก่อน โดยนำ บจ.ที่มีผลประกอบการโดดเด่นด้านการส่งออกในภูมิเอเชียไปให้กองทุนต่างประเทศได้รู้จักมากขึ้น ส่วนกองทุนของจีนสนใจเข้ามาลงทุนในหุ้นไทยยังคงติดปัญหาเช่นเดียวกับประเทศไทย ที่การซื้อกองทุนส่วนใหญ่มีผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับธนาคารพาณิชย์ซึ่งเป็นผู้ขายหลัก







