
อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลของSME
การปรับปรุงแก้ไขอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยเฉพาะบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือที่เรามักเรียกว่า SME ได้รับสิทธิพิเศษ ยกเว้นและลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร ฉบับที่ 530 พ.ศ. 2555 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร ฉบับที่ 564 พ.ศ. 2556 ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ซึ่งมีทุนที่ชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการในรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 30 ล้านบาท โดยมีการยกเว้นและลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล สรุปได้ดังนี้
การปรับปรุงแก้ไขอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยเฉพาะบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือที่เรามักเรียกว่า SME ได้รับสิทธิพิเศษ ยกเว้นและลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร ฉบับที่ 530 พ.ศ. 2555 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร ฉบับที่ 564 พ.ศ. 2556 ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ซึ่งมีทุนที่ชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการในรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 30 ล้านบาท โดยมีการยกเว้นและลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล สรุปได้ดังนี้
1.ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับกำไรสุทธิเฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 3 แสนบาทแรกสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มใน หรือหลังวันที่ 1 ม.ค. 2556 เป็นต้นไป
2.ลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยจัดเก็บในอัตราร้อยละ 15 ของกำไรสุทธิเฉพาะส่วนที่เกิน 3 แสนบาท แต่ไม่เกิน 1 ล้านบาท
3.อัตราภาษีร้อยละ 20 สำหรับกำไรสุทธิส่วนที่เกินกว่า 1 ล้านบาทขึ้นไป สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 ม.ค. 2556 เป็นต้นไป
เหตุผลในการออกกฎหมายปรับลดอัตราและยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล เพื่อเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและจูงใจการลงทุนในด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนจากต่างประเทศอันเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ตลอดจนให้มีอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิของบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่สอดคล้องกัน ปัจจุบันประเทศเพื่อนบ้านต่างก็มีอัตราภาษีเงินได้ใกล้เคียงกับอัตราภาษีที่ปรับลด
มีคำถามสอบถามบ่อยครั้งว่า ในรอบระยะเวลาบัญชี ปี 2555 บริษัทมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีเกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้เกิน 30 ล้านบาท ซึ่งไม่ได้รับยกเว้นและลดอัตราภาษีในรอบระยะเวลาบัญชี ปี 2555 ที่ผ่านมา แต่ในรอบระยะเวลาบัญชี ปี 2556 บริษัทมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท บริษัทจะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีสำหรับกำไรสุทธิ 3 แสนบาทแรกหรือไม่ และจะเสียภาษีในอัตราร้อยละ 15 สำหรับกำไรสุทธิเฉพาะส่วนที่เกิน 3 แสนบาท แต่ไม่เกิน 1 ล้านบาทได้หรือไม่ คำตอบก็คือในรอบระยะเวลาบัญชี ปี 2556 บริษัทต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราร้อยละ 20 ของกำไรสุทธิทั้งจำนวน บริษัทที่จะได้รับสิทธิยกเว้นและลดอัตราภาษีต้องไม่เคยมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีเกิน 5 ล้านบาท และต้องไม่มีรายได้ฯ เกิน 30 ล้านบาท ในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2555 มาก่อน
บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นใหม่ในปี 2556 หากมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้ฯ ไม่เกิน 30 ล้านบาท กำไรสุทธิที่เกิดขึ้นจะได้รับสิทธิยกเว้นและลดอัตราภาษีเช่นเดียวกัน
สำหรับยอดรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท ต้องเป็นยอดรายได้เฉพาะจากการขายสินค้าและการให้บริการของบริษัท ฯลฯ เท่านั้น
SME ที่จะยื่นแบบเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด. 50) สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี ปี 2556 หากใช้สิทธิยกเว้นและลดอัตราภาษี ต้องพิจารณาว่าเข้าหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ หากใช้สิทธิไม่ถูกต้องอาจส่งผลเสียเงินมากกว่าที่ควรเสีย สวัสดีครับ







