
ห่วงไทย
การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน หรืออาเซียนซัมมิต ครั้งที่ 24 เมื่อช่วงวันเสาร์อาทิตย์ที่ 10-11 พ.ค.ที่ผ่านมา ภาพรวมเต็มไปด้วยวาระ “รีวิว” คือ เน้นทบทวนว่าแต่ละด้านคืบหน้าไปถึงไหนแล้วบ้าง
การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน หรืออาเซียนซัมมิต ครั้งที่ 24 เมื่อช่วงวันเสาร์อาทิตย์ที่ 10-11 พ.ค.ที่ผ่านมา ภาพรวมเต็มไปด้วยวาระ “รีวิว” คือ เน้นทบทวนว่าแต่ละด้านคืบหน้าไปถึงไหนแล้วบ้าง
พูดให้ชัดๆ ก็คือ ไม่มีข้อตกลงใหม่ๆ มาผูกพัน รอประกาศวิสัยทัศน์ใหม่กันทีเดียวตอนประชุมครั้งที่ 25
แต่ก็มีบางเวทีที่หยิบยกประเด็นที่สื่อมวลชน “รีพอร์ต” กันอย่างต่อเนื่อง เช่น ปัญหาข้อพิพาทบนทะเลจีนใต้ เรื่องดังกล่าวเป็นประเด็นใหญ่ เพราะมีคู่กรณีเป็นชาติมหาอำนาจนอกภูมิภาคอย่างจีนด้วย
ประเด็นสำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่มีการพูดถึงบนเวทีรัฐมนตรีต่างประเทศของอาเซียน จนถึงขั้นออกแถลงการณ์เป็นชิ้นเป็นอัน คือ เรื่อง “พัฒนาการของประเทศไทย”
อ่านไม่ผิดหรอกครับ อาเซียนใช้คำว่า “พัฒนาการ”
แถลงการณ์ดังกล่าวหลีกเลี่ยงการใช้คำว่า “ปัญหาการเมือง” แต่เลือกกล่าวถึงความเปลี่ยนแปลง ความท้าทายที่ไทยกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ พร้อมย้ำจุดยืนว่าชาติต่างๆ ในอาเซียนต้องการให้ไทย “รีสโตร์” กฎหมายต่างๆ (ที่ยังมีปัญหา) ด้วยกระบวนการทางประชาธิปไตย พร้อมทั้งสนับสนุนการกลับมาปรองดองกันอีกครั้ง ให้ประเทศกลับสู่สภาพปกติ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของคนไทย อาเซียนยินดีให้ความช่วยเหลือไทย ตามหลักการและแนวทางในกฎบัตรอาเซียน
หากยังจำกันได้ ผมเคยเล่าถึงการประท้วงในอาเซียนช่วงที่ผ่านมา ว่า หลายประเทศก็กำลังประท้วง ตอนนี้การประท้วงในหลายประเทศซาลงไปแล้ว มีไทยนี่แหละครับ ที่ปริมาณการประท้วงยังไม่มีทีท่าจะ“รีดิวซ์” มีแต่ “รีเมน” ไปเรื่อยๆ
ว่ากันตามปกติ ผมเป็นคนไม่ชอบภาษาการทูตเท่าไหร่ แต่ ณ วันนี้ ผมยอมรับว่าอาเซียนมองข้ามปัญหาได้เก่งมาก และอยากให้คนไทย “ทุกฝ่าย” มองโลกแง่ดี แทนการมองโลกแง่ “รี” บ้าง
ประเทศไทยตอนนี้ มีแต่คนดึงดันจะ “รีสตาร์ท” “รีฟอร์ม”“รีโวลูชั่น” ตลอดจน “รีอีเล็กชั่น” แบบไม่สนใจฟังใคร
ลองออกมามองประเทศของเราผ่านแว่นใหม่ ผมว่าคนไทยอาจต้องการ “รีโคฟเวอรี่” มากกว่า 4 รี ข้างต้นอีกครับ







