posttoday
เศรษฐกิจทรุดไร้รัฐบาลบริหาร

เศรษฐกิจทรุดไร้รัฐบาลบริหาร

11 พฤษภาคม 2557

จากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่มีมติ 7 ต่อ 0 ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

จากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่มีมติ 7 ต่อ 0 ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กระทำการผิดรัฐธรรมนูญถูกให้พ้นจากตำแหน่ง รวมถึงนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง พ้นจากตำแหน่งไปด้วย ทำให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจตามมามากมาย โดยเฉพาะการกู้เงินงบกลางมีปัญหา เพราะการยืมงบกลางที่เกินกว่า 500 ล้านบาท ต้องใช้อำนาจ รมว.คลัง เป็นผู้เซ็นอนุมัติ ซึ่งตอนนี้ไม่มี รมว.คลัง ทำหน้าที่ มีแต่ รมช.คลัง ซึ่งยังต้องเช็กกฎหมายว่ามีอำนาจแทน รมว.คลัง หรือไม่

นอกจากนี้ ทางสำนักงบประมาณจะไม่ยอมให้กู้เงินงบกลางของปีงบประมาณ 2557 ที่มีอยู่ประมาณ 7 หมื่นล้านบาท เพราะขณะนี้มีภาระที่ต้องใช้ถึง 5 หมื่นล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 2 หมื่นล้านบาท ก็ได้มีการอนุมัติให้ไปจ่ายโครงการรถคันแรก 3,000 ล้านบาท จากที่กรมสรรพสามิตขอไป 8,000 ล้านบาท

ดังนั้น การที่รัฐบาลจ้องจะยืมงบกลางเพื่อไปจ่ายหนี้ค่าข้าวให้ชาวนาอีกครั้งจึงเริ่มมีปัญหา ชาวนาที่รอเงินจากรัฐบาลรอบใหม่คงจะใช้เวลานานมาก

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า สถานการณ์การเมืองที่ยืดเยื้อมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ โดยในไตรมาสแรกของปีนี้ อัตราการขยายตัวเศรษฐกิจมีแนวโน้มหดตัวจากไตรมาสก่อน สัดส่วนหนี้ภาคครัวเรือนต่อจีดีพีเร่งตัวขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลต่อการออมและการบริโภคของภาคประชาชนลดน้อยลง

อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าการ ธปท. มองว่า ในกรณีแย่สุดจีดีพีของไทยก็จะไม่ถึงขั้นติดลบและจะไม่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ทางการเมืองต่อไปอย่างใกล้ชิด หากปัญหาการเมืองจบโดยเร็วในช่วงกลางปีนี้ เศรษฐกิจไทยในปี 2558 จะขยายตัวได้ดีกว่าปีนี้แน่นอน

อย่างไรก็ดี ธปท.เป็นห่วงเศรษฐกิจในระยะกลางอาจจะมีปัญหาได้ หากไม่เพิ่มการลงทุน เพราะขณะนี้การลงทุนทั้งเอกชนและรัฐบาลชะลอออกไป เพราะนักลงทุนต้องการรอความชัดเจนทางการเมืองก่อน อาจส่งผลต่อการจ้างงาน

การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) 18 มิ.ย.นี้ จะมีการพิจารณาปรับลดอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจไทยในปีนี้ลง จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัวที่ 2.7% รวมทั้งมีการปรับลดการเติบโตของการส่งออก จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 4.5% หลังจากที่ตัวเลขการส่งออกใน 3 เดือนแรกของปีนี้ออกมาโตต่ำกว่าคาด

นายภาวิน ศิริประภานุกูล นักวิชาการโครงการส่งเสริมการจัดตั้งสำนักงบประมาณประจำรัฐสภา หรือ Thai PBO วิเคราะห์ทางการคลังของนโยบายรถคันแรก รายจ่ายมากกว่ารายรับ เก็บภาษีเพิ่มเติมได้เพียง 5.4 หมื่นล้านบาท แต่ต้องตั้งงบคืนภาษีถึง 8.2 หมื่นล้านบาท ขาดทุนราว 2.8 หมื่นล้านบาท ระบุเป็นโครงการที่อาจส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลปีนี้ แต่อาจไม่มีผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ชัดเจน

นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมสรรพากรเร่งขยายฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคล ในปีงบประมาณ 2558 ให้เพิ่มขึ้นอีกไม่น้อยกว่า 3 แสนราย เพื่อให้การเก็บภาษีเพิ่มขึ้น หลังจากที่ปีงบประมาณ 2557 คาดว่าการเก็บภาษีของ 3 กรมภาษี จะต่ำกว่าเป้าถึง 1.5 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ คลังประเมินว่าการลดภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ไม่สามารถทำให้ผู้อยู่นอกระบบภาษีเข้ามาเสียภาษีได้มากขึ้น จึงต้องมีการตั้งเป้าขยายฐานภาษีให้ชัดเจน และจะกำหนดเป็นตัวชี้วัดผลงานของอธิบดีกรมสรรพากรในปีงบประมาณ 2558 ด้วย

ปัจจุบันมีผู้ยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 10.2 ล้านราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ยื่นแบบและเสียภาษี 6 ล้านราย อย่างไรก็ตาม การลดอัตราภาษีจาก 37% เหลือ 35% และลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจาก 5 เป็น 7 อัตรา ทำให้การเสียภาษีของบุคคลธรรมดาลดลง 25% ส่วนนิติบุคคลปัจจุบันมีผู้เสียภาษีประมาณ 4 แสนราย มีผู้เสียภาษีใหม่เพิ่มขึ้นน้อย และยังมีแนวโน้มลดลงเพราะผู้ประกอบการส่วนหนึ่งปิดกิจการจากเศรษฐกิจไม่ดี

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่