
ดิเอาท์ดอร์ยกระดับตลาดนัด
ดิ เอาท์ดอร์ พลิกโฉมตลาดนัดขึ้นชั้นคอมมูนิตี้มอลล์ ทุ่ม 100 ล้านบาท ผุดสาขาแรก
ดิ เอาท์ดอร์ พลิกโฉมตลาดนัดขึ้นชั้นคอมมูนิตี้มอลล์ ทุ่ม 100 ล้านบาท ผุดสาขาแรก
นายถนอมศักดิ์ สระแก้ว ประธาน บริษัท มั่นคง มั่งคั่ง พาณิชย์ เจ้าของคอมมูนิตี้มอลล์ภายใต้แบรนด์ ดิ เอาท์ดอร์ ศรีนครินทร์ เปิดเผยว่า หลังจากเป็นผู้ประกอบการเช่าพื้นที่จัดงานแฟร์ในห้างเทสโก้ โลตัส หลายสาขา และเช่าพื้นที่ด้านนอกห้างเทสโก้ โลตัส สาขาศรีนครินทร์ เพื่อทำตลาดนัดสินค้าแฟชั่นมากว่า 10 ปี ล่าสุดได้ทุ่มงบ 100 ล้านบาท ปรับโฉมตลาดนัดดังกล่าวให้เป็นคอมมูนิตี้มอลล์
ทั้งนี้ เพราะต้องการตอบรับความต้องการของลูกค้าผู้เช่าและลูกค้าที่มาจับจ่ายใช้สอย โดยเช่าพื้นที่นอกห้างเทสโก้ โลตัส สาขาศรีนครินทร์ เป็นเวลา 9 ปี สร้างเป็นอาคาร 2 ชั้นปรับอากาศ บนเนื้อที่มากกว่า 9,000 ตารางเมตร (ตร.ม.) แบ่งเป็น ชั้น 1 พื้นที่ประมาณ 4,300 ตร.ม. เป็นโซนร้านค้าแฟชั่น เสื้อผ้า เครื่องหนัง เครื่องประดับ เครื่องสำอาง คล้ายกับศูนย์การค้าแพลทตินั่ม แบ่งล็อกเป็นร้านค้าย่อย พื้นที่ 5 ตร.ม.ต่อร้านค้า จำนวน 300 ร้านค้า
สำหรับพื้นที่ชั้น 2 จะเป็นร้านอาหารท้องถิ่นของย่านศรีนครินทร์ ปากน้ำ บางพลี และโซนบริการต่างๆ อัตราค่าเช่าอยู่ที่ประมาณ 2.2 หมื่นบาทต่อล็อก สัญญาเช่า 1 ปี โดยตั้งเป้าปีแรกมีรายได้จากค่าเช่า 100 ล้านบาท ปัจจุบันมีผู้เช่า 99% ซึ่งเป็นกลุ่มผู้เช่าเดิมที่เคยทำการค้าด้วยกัน คาดว่าจะมีลูกค้าที่เข้ามาจับจ่ายซื้อของใน ดิ เอาท์ดอร์ ประมาณ 2,000-3,000 คนต่อวัน แบ่งเป็นลูกค้าผู้หญิง 70% และลูกค้าผู้ชาย 30%
นอกจากนี้ ยังได้รับการติดต่อจากห้างสรรพสินค้าและดิสเคาต์สโตร์รายอื่นๆ ให้ไปเปิดคอมมูนิตี้มอลล์รูปแบบเดียวกับ ดิ เอาท์ดอร์ ด้วย ซึ่งอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้และความคุ้มทุน โดยที่ผ่านมาพื้นที่ตลาดนัดหรือลานพลาซาที่เป็นร้านค้าแฟชั่นย่อยๆ ช่วยเพิ่มจำนวนผู้เดินให้กับดิสเคาต์สโตร์ ทำให้ดิสเคาต์สโตร์หลายรายให้ความสนใจ
ด้านภาพรวมธุรกิจคอมมูนิตี้มอลล์ที่เน้นสินค้าแฟชั่นเชื่อว่ายังสามารถไปได้ แต่ต้องขึ้นอยู่กับทำเลและกลุ่มลูกค้าในย่านนั้นๆ รวมถึงการคัดเลือกร้านค้าผู้เช่าต้องมีความหลากหลาย น่าสนใจ และเจาะกลุ่มลูกค้าแบบวงกว้างได้ แต่ยอมรับว่าปัจจัยทางการเมืองและเศรษฐกิจมีผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลงอาจต้องเหนื่อยกับการทำตลาด แต่พฤติกรรมผู้บริโภคคนไทย แม้จะตึงเครียดกับภาวะการเมือง แต่ก็ยังชอบการช้อปปิ้ง จึงทำให้ธุรกิจนี้ไม่มีวันตาย







