
คาดกำไรปตท.ไตรมาสแรกฟื้นตัว
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคเคเทรด คาดว่า บริษัท ปตท.(PTT) จะมีกำไรสุทธิไตรมาสแรกปีนี้ อยู่ที่ 2.6 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 68% จากไตรมาส 4 ปี 2556 มาจากการฟื้นตัวของธุรกิจการกลั่น ทำให้บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนเพิ่มขึ้น 36%
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคเคเทรด คาดว่า บริษัท ปตท.(PTT) จะมีกำไรสุทธิไตรมาสแรกปีนี้ อยู่ที่ 2.6 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 68% จากไตรมาส 4 ปี 2556 มาจากการฟื้นตัวของธุรกิจการกลั่น ทำให้บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนเพิ่มขึ้น 36%
ขณะที่ธุรกิจหลักของ PTT ปรับเพิ่มจาก
ประการแรก ปริมาณขายก๊าซ ยังคงทรงตัวในระดับสูงที่ 4,441 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน
ประการที่สอง ผลประกอบการของกลุ่มธุรกิจโรงแยกก๊าซ ปรับเพิ่มจากต้นทุนผลิตที่ลดลง 10% จากไตรมาส 4 ปี 2556 ขณะที่ยอดขายผลิตภัณฑ์รวมอยู่ที่ 1.5 ล้านตัน ใกล้เคียงไตรมาส 4 ปี 2556
ประการที่สาม กลุ่มธุรกิจน้ำมันได้ประโยชน์จากค่าการตลาดที่ปรับเพิ่มจาก 0.76 บาทต่อลิตร ในไตรมาส 4 ปี 2556 เป็น 1 บาทต่อลิตร ในไตรมาสแรก ปี 2557 โดยยังคงมียอดขายอยู่ที่ 6,300 ล้านลิตร ใกล้เคียงไตรมาส 4 ปี 2556
ประการที่สี่ ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนบนภาษีรอตัดบัญชีของธุรกิจสำรวจและผลิตลดลง ทำให้อัตราภาษีของ PTT ลดลงเป็น 21% จาก 42% ในไตรมาส 4 ปี 2556
บล.แนวโน้มกำไรไตรมาส 2 ปี 2557 ยังมีความเสี่ยงลดลง
กำไรสุทธิไตรมาสแรก ปี 2557 ที่คาดคิดเป็น 28% ของทั้งปี 2557 ขณะที่แนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 2 ยังมีโอกาสปรับลด จากผลกระทบของส่วนต่างราคาปิโตรเคมีที่อ่อนแอ และกำไรจากกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นที่ปรับลดตามฤดูกาล รวมทั้งแผนหยุดซ่อมโรงกลั่นในกลุ่ม PTT จำนวนมากในช่วงไตรมาส 2 ถึงต้นไตรมาส 3 ปี 2557 ทำให้การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมีมีโอกาสลดลง ขณะที่กำไรจากส่วนดังกล่าวคิดเป็น 24% ของกำไรสุทธิ ปี 2557 ที่เราคาดไว้ที่ 9.2 หมื่นล้านบาท ลดลง 2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ดังนั้น จึงแนะนำ “ซื้อ” เพราะมีความเสี่ยงจำกัดในช่วงธุรกิจขาลง และระยะยาวประเมินว่า ผลประกอบการมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 2% ต่อปี ทำให้ PTT ยังคงเป็นตัวเลือกที่ดีในช่วงธุรกิจขาลง
บล.เคเคเทรด ประเมินมูลค่าเหมาะสมของ PTT ไว้ที่ 350 บาท โดยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” เหมือนเดิม จากโอกาสปรับขึ้นที่ยังคงมีอยู่ที่ 13% และเงินปันผลที่คาดว่า บริษัทจะจ่ายไม่น้อยกว่า 13 บาท ให้อัตราผลตอบแทนที่ 4%
ด้าน บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) คาดกำไรไตรมาสแรก ปี 2557 เพิ่ม 83% จากไตรมาส 4 ปี 2556 มาที่ 28,182 ล้านบาท จาก
ประการแรก กำไรที่สูงขึ้นของทั้งโรงแยกก๊าซ ธุรกิจน้ำมัน และธุรกิจค้าระหว่างประเทศ และประการที่สอง ผลดำเนินงานบริษัทร่วมได้ปัจจัยบวกจากทั้งค่าการกลั่นที่ปรับตัวสูงขึ้น และส่วนต่างราคาวัตถุดิบและราคาขาย (สเปรด) โอเลฟินส์ที่ยังอยู่ในระดับสูง
แนวโน้มไตรมาส 2 ปี 2557 ได้การกลับมาเดินเต็มที่ของโรงแยกก๊าซ 5 ช่วยลดผลกระทบต่อแนวโน้มกำไรจากบริษัทร่วมที่อ่อนลง ด้านระดับราคายังมีส่วนเพิ่มอีกมากเทียบราคาพื้นฐานปี 2557 ที่ 382 บาท ดังนั้น บล.ฟิลลิป จึงแนะนำ “ซื้อ”
ธุรกิจก๊าซ ปริมาณก๊าซผ่านท่อโดยรวมในไตรมาสแรก ปี 2556 ยังคงทรงตัวเทียบจากไตรมาส 4 ปี 2556 อยู่ที่ราว 4,440 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน โดยผู้ใช้หลักราว 60% ยังคงมาจากกลุ่มโรงไฟฟ้า
ด้านการใช้กำลังการผลิตของโรงแยกก๊าซก็ขยับตัวดีขึ้นจาก 88% ในไตรมาส 4 ปี 2556 มาที่ 90% ด้วยโรงแยกก๊าซ 5 สามารถกลับมาเดินเครื่องได้มากขึ้น ด้านการทำกำไรของโรงแยกในไตรมาสนี้สดใส







