posttoday
พฤกษภานี้...ประเด็นการเมืองกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง

พฤกษภานี้...ประเด็นการเมืองกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง

05 พฤษภาคม 2557

สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.20-32.50 ต่อเหรียญสหรัฐ โดยมองว่าจะปรับอ่อนค่าขึ้นไปกว่าระดับที่เราได้เห็นในช่วงสัปดาห์ก่อนหน้าบ้าง เนื่องจากสัปดาห์นี้มีปัจจัยในประเทศด้านการเมืองไทยที่จะกลับมาทำให้นักลงทุนต้องมีความระมัดระวังในการซื้อขายมากขึ้น และอาจปรับลดความต้องการเงินบาทในตลาดลงได้ ขณะที่ในสัปดาห์นี้ปัจจัยใหม่จากต่างประเทศที่โดดเด่นมีไม่มากเท่าใดนัก ยกเว้นการรายงานตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของจีน นักวิเคราะห์ในตลาดมองว่าอาจออกมาแสดงสัญญาณที่อ่อนแอของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และน่าจะยังกดดันมุมมองต่อสินทรัพย์ในเอเชียโดยรวมไว้

สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.20-32.50 ต่อเหรียญสหรัฐ โดยมองว่าจะปรับอ่อนค่าขึ้นไปกว่าระดับที่เราได้เห็นในช่วงสัปดาห์ก่อนหน้าบ้าง เนื่องจากสัปดาห์นี้มีปัจจัยในประเทศด้านการเมืองไทยที่จะกลับมาทำให้นักลงทุนต้องมีความระมัดระวังในการซื้อขายมากขึ้น และอาจปรับลดความต้องการเงินบาทในตลาดลงได้ ขณะที่ในสัปดาห์นี้ปัจจัยใหม่จากต่างประเทศที่โดดเด่นมีไม่มากเท่าใดนัก ยกเว้นการรายงานตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของจีน นักวิเคราะห์ในตลาดมองว่าอาจออกมาแสดงสัญญาณที่อ่อนแอของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และน่าจะยังกดดันมุมมองต่อสินทรัพย์ในเอเชียโดยรวมไว้

สำหรับในสัปดาห์ที่ผ่านมา การประชุมนโยบายการเงินสหรัฐจบลงด้วยข้อสรุปที่เป็นไปตามคาด คือ เฟดมีมติปรับลดการเข้าซื้อสินทรัพย์ลงอีก 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ มาอยู่ที่ 4.5 หมื่นล้านบาทต่อเดือน ซึ่งนี่ถือเป็นมติการปรับลดติดต่อกันเป็นครั้งที่ 4 แล้ว

สิ่งที่เราสังเกตเห็นได้ ก็คือ ปฏิกิริยาของผู้เล่นในตลาดที่เริ่มมีความกังวลต่อมติของเฟดน้อยลง เนื่องจากการปรับลดเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป และเป็นไปตามการคาดการณ์ ถ้าเป็นเช่นนี้การปรับลดในครั้งต่อๆ ไป ก็ไม่น่าจะทำให้ตลาดตกใจเหมือนที่เราเคยเห็นในช่วงครึ่งหลังของปี 2556 ที่มีการเทขายสินทรัพย์ประเทศตลาดเกิดใหม่อย่างรุนแรง เราจึงเห็นได้ว่าเงินบาทในสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่ได้ตอบรับต่อปฏิกิริยาของการประชุมมากเท่าใด

โดยค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 32.22 และเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ และอยู่ในขาที่แข็งค่าขึ้นตามกระเสเงินทุนไหลเข้าจากต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ค่าเงินบาทปรับอ่อนค่าลงบ้างช่วงปลายสัปดาห์ก่อนช่วงวันหยุดยาว และการรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ ทำให้เห็นค่าเงินบาทปรับอ่อนค่าขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 32.37 นอกจากปัจจัยจากต่างประเทศแล้ว การแถลงตัวเลขเศรษฐกิจประจำเดือน มี.ค.ของ ธปท. ซึ่งออกมาแสดงสัญญาณที่อ่อนแออย่างต่อเนื่อง เป็นอีกหนึ่งแรงกดดันต่อค่าเงินบาทให้อ่อนค่าช่วงปลายสัปดาห์ สำหรับในสัปดาห์นี้ เรามองว่าปัจจัยเรื่องการเมืองจะกลับมามีความสำคัญอีกครั้ง หลังจากกลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมือง 2 กลุ่มใหญ่ เริ่มออกมานัดหมายการชุมนุม ประกอบกับในช่วงกลางเดือนน่าจะได้บทสรุปเรื่องทางการเมืองหลายประเด็น อาทิ ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยเรื่องคดีการโยกย้าย ถวิล เปลี่ยนศรี และมติของ ป.ป.ช.ว่าจะสามารถลงมติชี้มูลความผิดเรื่องทุจริตจำนำข้าวหรือไม่

หากประเมินจากกระแสเงินทุนจากต่างประเทศ เราจะเห็นได้ว่า แรงซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติในสัปดาห์ที่ผ่านมาเริ่มผ่อนแรงลงไปบ้าง เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติเองยังคงไม่ต้องการสะสมสินทรัพย์เสี่ยงที่มากจนเกินไป โดยในตลาดหุ้นนั้น แรงซื้อสุทธิของนักลงทุนลดลงมา อยู่ที่ 3,290 ล้านบาทในสัปดาห์ที่ผ่านมา เทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 5,400 ล้านบาท ขณะที่ในตลาดพันธบัตร นักลงทุนต่างชาติกลับกลายเป็นผู้ขายสุทธิจำนวน 520 ล้านบาท หลังจากที่เข้ามาสะสมสถานะประมาณ 5,350 ล้านบาท ในสัปดาห์ก่อนหน้า แรงสนับสนุนที่น้อยลงของนักลงทุนต่างชาติในตลาดพันธบัตรกดดันให้ต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลไทยปรับขึ้นในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะยิลด์ของพันธบัตรระยะยาวอายุ 10 ปี ที่ปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 3.7% จากปลายสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 3.58% การปรับขึ้นของต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาล ทำให้ต้นทุนในภาคเอกชนปรับสูงขึ้นไปด้วย

สำหรับการออกหุ้นกู้ในตลาดแรก มีการเสนอขายหุ้นกู้ภาคอสังหาริมทรัพย์ อันดับความน่าเชื่อถือ A อายุ 10 ปี ให้อัตราผลตอบแทนที่ 5.75% จำนวน 2,500 ล้านบาท โดยเสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ และยังมีหุ้นกู้กลุ่มธนาคาร อันดับความน่าเชื่อถือ BBB+ อายุ 4 ปี ให้อัตราผลตอบแทนที่ 4.75% จำนวน 2,000 ล้านบาท เสนอขายต่อผู้ลงทุนทั่วไป ขณะที่ในตลาดรอง หุ้นกู้ที่มีปริมาณการซื้อขายกันมากในสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นกลุ่มทั้งระยะสั้นและปานกลาง

อาทิ กลุ่มอายุประมาณ 1 เดือน อันดับความน่าเชื่อถือ A อัตราผลตอบแทนที่ซื้อขายกันประมาณ 2.55%-2.60% กลุ่มอายุประมาณ 69 เดือน อันดับความน่าเชื่อถือ AAA อัตราผลตอบแทนที่ซื้อขายกันประมาณ 2.85% 2.90% และกลุ่มอายุประมาณ 4 ปี อันดับความน่าเชื่อถือ A อัตราผลตอบแทนที่ซื้อขายกันประมาณ 4.00% 4.05%

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินสกุลอื่นๆ ค่าเงินเยนเปิดตลาดที่ระดับ 102.15 โดยอ่อนค่าลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าหลังความตึงเครียดในยูเครนผ่อนคลายลง ขณะที่การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น จบลงด้วยมติตามคาด คือ การคงการผ่อนคลายนโยบายการเงินเอาไว้ เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2% ท่าทีนโยบายดังกล่าวส่งผลให้ค่าเงินเยนอยู่ในแนวโน้มที่อ่อนลงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ไม่ได้รุนแรงและรวดเร็วมากนัก โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ที่ 102.48

สำหรับค่าเงินยูโร ยังอยู่ในแนวโน้มที่แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดตลาดที่ระดับ 1.3833 ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธาน ECB กล่าวต่อผู้กำหนดนโยบายเยอรมนีว่า ยังไม่จำเป็นต้องใช้การกระตุ้นเพิ่มเติมในรูปแบบของ QE ถือเป็นแรงหนุนให้ค่าเงินยูโรยังยืนแข็งค่ามากที่สุดในรอบสามสัปดาห์เทียบกับเงินเหรียญสหรัฐได้ นอกจากนี้ ยังมีสัญญาณเชิงบวกจากการรายงานตัวเลขอัตราเงินเฟ้อ โดยเงินเฟ้อปรับเพิ่มขึ้นบ้าง มาอยู่ที่ 0.7% ในเดือน เม.ย. จาก 0.5% ในเดือน มี.ค. และสัญญาณบวกจากตัวเลขดัชนี PMI ภาคการผลิตสำหรับเดือน เม.ย.ที่ยังยืนเหนือระดับการขยายตัว และปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 53.4 เป็นอีกหนึ่งแรงบวกต่อค่าเงินยูโร สำหรับในสัปดาห์นี้ ตลาดจะจับตามองผลการประชุมนโยบายการเงินของยูโรโซน เพื่อประเมินทิศทางของค่าเงิน ช่วงปลายสัปดาห์ ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ที่ 1.3858

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร