posttoday
พัฒนาปาล์มน้ำมันพันธุ์ทนแล้ง

พัฒนาปาล์มน้ำมันพันธุ์ทนแล้ง

02 พฤษภาคม 2557

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

ปาล์มน้ำมันถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของไทยเพราะเป็นทั้งพืชอาหารและพืชพลังงาน และไทยก็เป็นผู้ผลิตน้ำมันปาล์มมากเป็นอันดับ 3 รองจากอินโดนีเซียและมาเลเซีย อีกทั้งปาล์มน้ำมันยังเป็นพืชพลังงานที่มีความต้องการมากเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากอ้อย

จึงไม่แปลกที่จะต้องมีการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ปาล์มน้ำมันให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ก็เล็งเห็นประโยชน์ในเรื่องนี้ และได้ภาควิชาพืชศาสตร์ คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิจัยและพัฒนาเพาะเลี้ยงเชื้อพันธุกรรมปาล์มน้ำมัน เพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ปาล์มน้ำมันที่มีคุณสมบัติทนแล้ง ให้ผลผลิตสูง และปลูกได้ทุกภาค

จันทร์จรัส เรี่ยวเดชะ รองผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ด้านการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ และรักษาการผู้อำนวยการฝ่ายเกษตร เล่าถึงที่มาของงานวิจัยนี้ว่า สกว.ส่งเสริมงานวิจัยเพื่อปรับปรุงสายพันธุ์ปาล์มน้ำมันแบบก้าวกระโดดซึ่งเป็นการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อแทนการใช้เมล็ด และหลังจากทดลองเพาะเมล็ดพันธุ์มาได้ 3 ปี ปัจจุบันสามารถต่อยอดไปสู่โครงการต้นแบบในการขยายผลปาล์มน้ำมันพันธุ์ดีไปสู่เกษตรกรได้

ทั้งนี้ เมล็ดพันธุ์ปาล์มน้ำมันที่ทำการวิจัยผสมพันธุ์จนได้ผลที่น่าพอใจคือ “เมล็ดพันธุ์ปาล์มน้ำมันลูกผสมเทเนอรา พันธุ์ทรัพย์ ม.อ.1” ซึ่งมีลักษณะเด่นคือ กะลาบางทนแล้งต่อพื้นที่ที่มีปริมาณน้ำฝนน้อยกว่า 1,500 มิลลิเมตรต่อปีได้ดี และให้เปอร์เซ็นต์น้ำมันสูง โดยการจัดหาพ่อแม่พันธุ์ปาล์มที่ให้ผลผลิตสูงและสามารถปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมภูมิอากาศในบ้านเราได้ดีมาเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

วิธีการ คือ การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์อย่างละ 4 ต้นมาผสมกันจนได้จำนวนคู่ผสม 16 คู่ผสม โดยผลสุกนำมาเพาะให้เกิดเมล็ดงอกเพื่อทำเป็นต้นกล้า จากนั้นจึงนำไปปลูกทดสอบตามภาคต่างๆ ซึ่ง 16 คู่ผสมนี้มาจากแม่พันธุ์ดูรา ที่คุณสมบัติเด่นคือมีกะลาหนาให้ผลผลิตสูง เปอร์เซ็นต์น้ำมันต่ำ และพ่อพันธุ์ฟิซิเฟอรา ซึ่งให้เปอร์เซ็นต์น้ำมันสูงไม่มีกะลา ให้ผลผลิตต่ำมาผสมกันกลายเป็นลูกผสมเทเนรา ซึ่งเมื่อผสมออกมาแล้วผลที่ได้คือกะลาบางให้ผลผลิตสูง และเปอร์เซ็นต์น้ำมันสูง

ขณะที่การนำเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ และตรวจความบริสุทธิ์ของพันธุ์ปาล์มน้ำมันจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมาใช้นั้น จะทำให้ผลผลิตที่ได้มีความสม่ำเสมอเท่ากันมากกว่าการใช้เมล็ด ช่วยในการเพิ่มจำนวนต้นปาล์มที่จะใช้เป็นพ่อแม่พันธุ์ ซึ่งจะทำให้ค่าใช้จ่ายในการเพาะเมล็ดพันธุ์ลูกผสมมีต้นทุนถูกลง

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้เริ่มจำหน่ายต้นกล้าที่ผ่านการทดสอบให้แก่เกษตรกรในราคาต้นละ 120 บาท โดยผลการทดสอบในแปลงเกษตรกรจะเริ่มให้ผลผลิตในปีที่ 3 ด้วยอัตราเฉลี่ย 2.123 ตันต่อไร่ต่อปี ซึ่งสูงกว่าเมล็ดพันธุ์ที่ใช้กันอยู่ 8 สายพันธุ์ที่ให้ผลผลิตเฉลี่ย 1.926 ตันต่อไร่ต่อปี คาดว่าผลผลิตจะอยู่ที่ 6 ตันต่อไร่ต่อปีเมื่อต้นมีอายุ 8 ปี

สำหรับเมล็ดพันธุ์ปาล์มน้ำมันที่สำเร็จจากงานวิจัยนี้ สามารถยื่นขอจดทะเบียนต้นพ่อแม่พันธุ์ปาล์มน้ำมันเพื่อผลิตพันธุ์ทรัพย์ ม.อ1 จากกรมวิชาการเกษตร จนได้หนังสือรับรองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ในอนาคตจะมีการนำพันธุ์ไปทดสอบปลูกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพิ่มเติมด้วย เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีสภาพภูมิอากาศแตกต่างและมีการขยายพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันอย่างต่อเนื่องรวมทั้งมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์จะมีการจัดตั้งคณะทำงานความร่วมมือกับเอกชนให้มีการบริหารจัดการด้านการตลาดและกำหนดราคาที่สมเหตุสมผล

เกษตรกรที่สนใจสามารถขอคำแนะนำหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายวิจัยและบริการ คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โทรศัพท์ 07-421-2849, 07-428-6219

ข่าวล่าสุด

โลกเดือดแต่เศรษฐกิจไม่พัง! KTAM อัปเกรด GDP ไทยแตะ 2.3% ชี้หุ้นไทยผ่านจุดต่ำสุด ลุ้นทะยาน 1,600 จุด

โลกเดือดแต่เศรษฐกิจไม่พัง! KTAM อัปเกรด GDP ไทยแตะ 2.3% ชี้หุ้นไทยผ่านจุดต่ำสุด ลุ้นทะยาน 1,600 จุด